
'อ๋อย'ยิ้มแย้มพ้นคุก!
06 มิ.ย. 2557
ศาลให้ประกัน 'จาตุรนต์' ใช้หลักทรัพย์เงินสด 4 แสนบาท ห้ามออกนอกปท.-ชุมนุมการเมือง-ป่วน พ้นคุกโผกอดภรรยา ยันเดินหน้าสร้างความปรองดองด้วยสันติวิธี
6 มิ.ย. 57 เมื่อเวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้นำตัวนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อมาขออำนาจศาลทหาร ฝากขังเป็นผลัดที่ 2 ภายหลังจากครบกำหนดที่ศาลทหารกรุงเทพฯ ได้อนุมัติฝากขัง ผลัดที่ 1 ไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่นายจาตุรนต์ ไม่ยอมมารายงานตัวตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีกทั้งยังถูกแจ้งข้อกล่าวหาเนื่องจากนายจาตุรนต์ ได้กล่าวปาถกฐาเนื้อหาในลักษณะปลุกปั่น ยั่วยุให้เกิดความไม่สงบสุขในราชอาณาจักร ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ซึ่งเข้าข่ายผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116
ทั้งนี้นายจาตุรนต์ ได้ใส่ชุดนักโทษน้ำตาล พร้อมกุญแจมือ โดยนั่งรถควบคุมผู้ต้องขัง ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีโก้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ฌฟ 2841 กทม. โดยมีเจ้าหน้าที่ประกบ 2 นาย อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายจาตุรนต์ มาถึงศาลทหาร ในเวลา 08.30 น. ได้นำรถลงชั้นใต้ดินทันที ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า นายจาตุรนต์ มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ส่วนการควบคุมตัวนายจาตุรนต์ ก็ทำไปในลักษณะเหมือนกับผู้ต้องขังทั่วไปตามระเบียบ โดยไม่ได้แสดงท่าทีวิตกกังวลกับการเดินทางมาศาลทหารในวันนี้ ท่ามกลางระบบการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และมีสื่อมวลชนจำนวนมากมารอทำข่าว
ด้านนางฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นน้องสาวของนายจาตุรนต์ ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้ได้เดินทางมาเยี่ยมนายจาตุรนต์ และจะขอยื่นประกันตัว เพราะนายจาตุรนต์ ไม่ได้มีความผิดอะไร ตนจะมาดูว่าทางศาลฯ ท่านจะว่าอย่างไร อย่างไรก็ตามทางนายจาตุรนต์ ก็มีกองทัพทนายที่จะมาช่วยปรึกษาหารือ และก็จะทำเรื่องขอประกันตัวออกมา ในขณะเดียวกันวันนี้ ตนยังไม่ได้เห็นหน้าพี่ชาย แต่รู้อยู่แล้วว่าพี่ชายมีจิตใจเข้มแข็งมาก เมื่อถามว่า สิ่งที่นายจาตุรนต์ ทำอยู่ในทุกวันนี้ ถูกต้องหรือไม่ นางฐิติมา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเราไม่ต้องการให้คนเราได้รับความไม่เท่าเทียมกัน เราต้องการให้ประเทศชาติเจริญ และเป็นไปในทิศทางสากล แนวทางที่ไม่ใช้ความรุนแรงใดๆ ใช้การสื่อสารพูดคุยกับพี่น้องประชาชนให้เข้าใจ เพราะเป็นเรื่องที่โลกเขาทำกัน เราคิดว่าเราเดินมาในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว และคิดว่าศาลทหารคงเข้าใจในการปล่อยตัว หรือให้ประกันตัวก็ดี
เมื่อถามว่า การไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช. ถือเป็นการท้าทายหรือไม่ นางฐิติมา กล่าวว่า บางคนก็คิดแบบนั้น แต่ประชาชนบางส่วนก็ไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะบางคนถือในเรื่องของการฉีกรัฐธรรมนูญ ส่วนการวางตัวทางการเมืองต่อจากนี้ ก็จะแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามขั้นตอนต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้าศาลทหารกรุงเทพฯ มีมวลชนจาก จ.ฉะเชิงเทรา ประมาณ 50 คน เดินทางมาให้กำลังใจนายจาตุรนต์ พร้อมฝากดอกกุหลาบสีแดงให้นางฐิติมา ไปมอบให้นายจาตุรนต์ พร้อมตะโกนว่าให้นายจาตุรนต์ สู้ๆ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทหารไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวแต่อย่างใด ทำให้สื่อมวลชนต้องปักหลักรอด้านหน้าศาลทหารกรุงเทพฯ
อย่างไรก็ตาม ในเวลา 10.00 น. ทางสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย จะเดินทางไปยังศาลทหาร ยื่นขอให้พิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว นายจาตุรนต์ เนื่องจากญาติมาร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
ไฟเขียวฝากขัง 'จาตุรนต์' ผลัดที่ 2 ระหว่าง 9 - 20 มิ.ย.
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพฯ กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม องค์คณะตุลาการศาลทหารได้ออกนั่งบังลังก์พิจารณาในคดีที่เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนจากกองบังคับการกองปราบปราม ยื่นคำร้องขอฝากขังนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ เป็นผลัดที่ 2 โดยพนักงานสอบสวน ได้ชี้แจงกับศาล ว่า เนื่องจากขณะนี้ยังสอบพยานบุคคลไม่แล้วเสร็จ จำนวน 4 ปาก รวมถึงการตรวจสอบพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นคลิปคำแถลงของนายจาตุรนต์ ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ต้องรอผลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง และการตรวจสอบคดีประวัติอาชญากรรม โดยศาล ได้สอบถามพนักงานสอบสวน ว่าในช่วงที่ผ่านมา ได้ดำเนินการสอบสวนนายจาตุรนต์ แล้วเสร็จหรือไม่ พร้อมกับขอให้ยืนยันเหตุผลของการขอฝากขังผลัดที่ 2 ซึ่งพนักงานสอบสวน ระบุว่า ได้สอบสวนนายจาตุรนต์ เสร็จแล้ว และขอยืนยันเหตุผลในการฝากขัง
จากนั้นองค์คณะตุลาการศาล ได้สอบถามนายจาตุรนต์ ว่าจะคัดค้านการขอฝากขังผลัดที่ 2 หรือไม่ นายจาตุรนต์ ได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า ขอคัดค้านการฝากขังครั้งที่ 2 เพราะเห็นว่าการฝากขังครั้งแรก จำนวน 12 วัน ทางพนักงานสอบสวนสามารถตรวจสอบพยานให้แล้วเสร็จได้ ส่วนการรอผลการพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐานกลางนั้น ตนเห็นว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ตรวจสอบคลิปดังกล่าวให้แล้วเสร็จก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหา สำหรับการตรวจสอบทะเบียนประวัติอาชญากรรมนั้น ตนมีอาชีพเป็นนักการเมือง ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาหลายสมัย จึงไม่มีประวัติทางอาชญากรรมอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่ต้องฝากขังต่อไป ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหา ทั้งการคัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) การรายงานตัวฉบับที่ 1/2557 และข้อกล่าวหาว่าแถลงข่าวเป็นการยุยง ส่งเสริม ถือเป็นข้อหาที่หนัก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีทนายความ และผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากในการพิจารณาต่อสู้คดี เพราะถือเป็นพลเรือนคนแรกในรอบ 10 ปีที่ขึ้นศาลทหาร ดังนั้นหากมีการควบคุมอยู่ จะทำให้เสียสิทธิ์ในการต่อสู้คดี และที่ผ่านมา ไม่เคยมีพฤติกรรมการหลบหนี จะเห็นได้ว่าในวันแถลงข่าวได้ยอมให้เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัว ต่อมาศาลได้อ่านคำสั่งให้ฝากขังนายจาตุรนต์ เป็นผลัดที่ 2 ระหว่างวันที่ 9 - 20 มิ.ย. เป็นเวลา 12 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการพิจารณาคดีครั้งนี้ ทางศาล ได้อนุญาตให้สื่อมวลชน จำนวน 8 คน เข้าไปติดตามรับฟังการพิจารณาในห้องพิจารณาคดีครั้งนี้ด้วย แต่ไม่อนุญาตให้นำอุปกรณ์สื่อสาร เครื่องบันทึกเทป รวมถึงสมุดจดบันทึกเข้าไปในห้อง เช่นเดียวกับญาติ ทีมทนายความ และผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นๆ ซึ่งในห้องพิจารณาคดีมีนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง น.ส.ฐิติมา ฉายแสง น้องชายและน้องสาวของนายจาตุรนต์ รวมถึงนางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยานายจาตุรนต์ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำนปช. ทั้งนี้นายจาตุรนต์ ได้สวมชุดผู้ต้องขังสีน้ำตาล พร้อมถูกสวมกุญแจมือ โดยมีสีหน้าเรียบเฉย และตลอดเวลาที่รับฟังศาล ได้จดบันทึก ส่วนภรรยานั้น มีสีหน้าไม่สู้ดี ระหว่างรอฟังคำสั่งศาล ทั้งนี้ศาลได้ใช้เวลาไต่สวนรวมทั้งอ่านคำสั่งเป็นเวลาประมาณ 40 นาที
จากนั้นนายวุฒิพงศ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้ารับฟังการพิจารณาคดีว่า นายจาตุรนต์ ได้ฝากข้อมูลถึงทุกคนว่า ขอขอบคุณที่ให้กำลังใจ เพราะเวลานี้ทุกคนควรให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ซึ่งนายจาตุรนต์ ยืนยันว่า จะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด เพราะข้อหามีโทษหนักในเรื่องยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ที่มีโทษจำคุกถึง 7 ปี และข้อหาขัดคำสั่ง คสช.ในเรื่องรายงานตัว โทษจำคุก 2 ปี รวมเป็น 9 ปี ดังนั้นจำเป็นต้องมีทนายความหลายคนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านคดีอาญา กฎหมายมหาชน และรัฐธรรมนูญเขตอำนาจศาลทหาร อย่างไรก็ตาม ตลอดหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีคดีพลเรือนขึ้นศาลทหารในคดีเกี่ยวกับความเห็นต่างทางความคิด และการที่อยู่ในเรือนจำทำให้ขาดสิทธิ์ตรงนี้ไป
"สภาพร่างกายและจิตใจของนายจาตุรนต์ แข็งแรงดี ทราบว่าวานนี้ยังซ้อมมวยอยู่ในเรือนจำ และพร้อมต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตยโดยสันติวิธี ด้วยหลักมนุษยธรรม" นายวุฒิพงศ์ กล่าวและว่า จากความคิดเห็นของตนนั้น ตามธรรมดาของการรัฐประหาร ก็ต้องมีคนออกมาต่อต้านเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งการที่นายจาตุรนต์ แถลงข่าวที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ โดยบอกว่า ประชาชนให้สู้ด้วยสันติวิธี ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ชอบแล้ว เพราะการสู้ด้วยสันติวิธี ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน และไม่สร้างความวุ่นวายในสังคม ซึ่งนายจาตุรนต์ ยืนยันในหลักสันติวิธี และยุติธรรมมาโดยตลอด
เมื่อถามว่า ศาลฝากให้ขังนายจาตุรนต์ อีก 12 วัน จะดำเนินการอย่างไร นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า นายจาตุรนต์ ไม่ได้สนใจเรื่องการประกันตัวมากนัก และได้แย้งว่าการฝากขัง 12 วันแรก ควรสอบพยานหลักฐานได้หมดแล้ว แต่ทำไมอีก 4 ปาก ทางพนักงานสอบสวนจึงยังสอบไม่หมด ทำไมจะต้องมาฝากขังอีก ซึ่งทางพิสูจน์หลักฐานอ้างว่าการที่แถลงข่าววันนั้น จะต้องมีการสอบสวนในเรื่องคลิปต่างๆ โดยในเรื่องนี้นายจาตุรนต์ แย้งว่า ในวันเกิดเหตุมีนักข่าวเป็นร้อยคน การที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับหลักฐานคงเป็นไปไม่ได้ และศาลก็เชื่อพนักงานสอบสวนให้ฝากขังต่อ
ทางด้าน น.ส.ฐิติมา กล่าวเสริมว่า ในศาล นายจาตุรนต์ ลุกขึ้นแย้งต่อศาลว่าไม่ได้คิดที่จะหลบหนี และไม่ได้คิดจะยุ่งเกี่ยวกับพยานใดๆ จึงไม่มีเหตุอะไรที่จะควบคุมตัว หรือกักขังอีก ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ร้องว่า จะต้องสอบพยานเพิ่มอีก 4 ปาก ซึ่งไม่มีเหตุผลอะไรที่จะคุมขังตั้งแต่ต้น เพราะเป็นคดีของพลเรือนเต็มขั้น ไม่ได้เป็นทหาร เป็นเพียงนักศึกษาวิชาทหารเท่านั้น ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาญา กฎหมายมหาชน รัฐธรรมนูญ คำสั่งของศาลทหาร หรือเขตอำนาจของศาลทหาร จำกัดสิทธิ์เวลาที่เข้าไปเยี่ยม นายจาตุรนต์ จะพูดกับทนายความก็พูดได้ทีละคน เพราะมีโทรศัพท์ให้เพียงเครื่องเดียว แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญมีมาก ดังนั้นอยากขอร้องอย่าได้กักขัง ขอให้ปล่อยตัวมาเพื่อสู้คดีให้ถึงที่สุดด้วยสิทธิ์อันควรจะมี ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการพูดถึงในเรื่องการประกันตัว ซึ่งเป็นเรื่องของขั้นตอนต่อไป
ให้ประกันตัว ห้ามออกนอกปท.-ชุมนุมการเมือง-ป่วน
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพฯ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ในฐานะทีมทนายความของนายจาตุรนต์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืนกฎอัยการศึก และผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ที่ยุยงปลุกปั่น กล่าวว่า หลังจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ศาลทหารมีคำสั่งให้ฝากขังนายจาตุรนต์ เป็นผลัดที่ 2 ทางทีมทนายความได้ทำเรื่องขอประกันตัวทันที หรือการปล่อยตัวชั่วคราว โดยให้เหตุผลว่า เป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานที่ผู้ต้องหาจะได้รับตามหลักนิติธรรม อีกทั้งการกระทำของนายจาตุรนต์ เป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยโดยสันติวิธี ภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน โดยไม่มีการหลบหนี และพร้อมต่อสู้คดี ทั้งนี้ศาลได้มีคำสั่งให้ประกันตัว ซึ่งใช้หลักทรัพย์เงินสด จำนวน 4 แสนบาท มีนางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยาของนายจาตุรนต์ เป็นนายประกัน พร้อมทั้งยังมีข้อห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่ศาลฯ อนุญาต และห้ามชุมนุมทางการเมือง หรือก่อให้เกิดความไม่สงบด้วยวาจา หรือวิธีอื่น เช่น ทำเป็นหนังสือ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน
สำหรับแนวทางการต่อสู้คดีต่อจากนี้ ทีมทนายความจะไปหารือกันต่อไป โดยศาลยังไม่มีคำสั่งนัดเพิ่มเติม และเชื่อมั่นว่าศาลทหารมีความยุติธรรม ซึ่งจากนี้ ทีมทนายก็จะเดินทางไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อเดินเรื่องการประกันตัว
พ้นคุกโผกอดภรรยา ยันเดินหน้าสร้างความปรองดองด้วยสันติวิธี
เมื่อเวลา 16.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับการประกันตัวจากศาลทหาร ได้เดินออกจากประตูเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ในชุดเสื้อเชิ้ตลายทาง กางเกงขายาวสีดำ โดยมีนางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยา ที่ยืนรอต้อนรับอยู่ที่หน้าประตูเรือนจำ เข้าไปโอบกอด พร้อมด้วยน้องสาว น้องชาย และกลุ่มมวลชนเดินทางมามอบดอกกุหลาบให้นายจาตุรนต์ ทั้งนี้ยังได้ตะโกนให้กำลังใจนายจาตุรนต์ ว่า "สู้ สู้ สู้" จากนั้นนายจาตุรนต์ ได้ปล่อยนกพิราบ จำนวน 9 ตัว เพื่อแสดงสัญลักษณ์ของอิสรภาพ
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ตนขอขอบคุณประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจ และขอบคุณคณะผู้พิพากษาที่อนุญาตให้ประกันตัวในวันนี้ โดยหลังจากนี้จะเตรียมหลักฐานสำหรับต่อสู้คดีใน 2 ข้อหา คือ ฝ่าฝืนกฎอัยการศึก และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง พร้อมยืนยัน จะดำเนินงานสร้างความปรองดองแก่บ้านเมืองด้วยสันติวิธีต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนนายจาตุรนต์ ได้เดินทางขึ้นรถยนต์ ยี่ห้อ วอลโว่ สีเทา รุ่น วี 50 ทะเบียน 2 กข 232 กรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อโสธร ที่วัดโสธรวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านพักใน จ.ฉะเชิงเทรา



