ข่าว

ผ่าแผน'กองทัพ'สกัดป่วนไล่ล่าเส้นทางเงิน

ผ่าแผน'กองทัพ'สกัดป่วนไล่ล่าเส้นทางเงิน

06 มิ.ย. 2557

ผ่าแผน'กองทัพ'สกัดป่วน ไล่ล่าเส้นทางเงินหาต้นตออาวุธสงคราม : ทีมข่าวความมั่นคง

               คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งฉบับที่ 37 เรื่องให้ผู้ที่มีอาวุธปืน หรือวัตถุระเบิดสำหรับใช้ในการสงคราม มาส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2557 โดยผู้ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของ คสช. จะไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าหากฝ่าฝืนระวางโทษจำคุก 2-20 ปี เนื่องจากอาวุธสงครามถูกนำมาซ่องสุมในหลายพื้นที่ คสช.เกรงว่า จะเป็นอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาของประเทศ ผนวกกับที่ผ่านมาการจับกุมอาวุธสงครามมียอดตัวเลขที่น่าตกใจ
    
               เพราะการจับกุมอาวุธสงครามในแต่ละครั้งเชื่อมโยงกันในทุกกรณี แม้ว่าแต่ละเหตุการณ์จะต่างกรรมต่างวาระก็ตาม ดังนั้น คสช.จึงต้องรีบเร่งแก้ไขปัญหาตาม "เงื่อนไข" ที่ค่อนข้างจำกัดในเวลานี้ คสช.จึงออกคำสั่งให้ผู้ที่มีอาวุธสงครามนำมามอบให้นายทะเบียนท้องที่ ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490
    
               แหล่งข่าวความมั่นคงทางทหาร เปิดเผยว่า คสช.จำเป็นจะต้องประกาศเป็นคำสั่งให้ผู้ที่มีอาวุธสงครามนำมามอบให้แก่เจ้าหน้าที่ เนื่องจากที่ผ่านมาสามารถจับกุมอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละคดีที่จับได้ค่อนข้างน่าตกใจ เพราะล้วนแล้วแต่เป็นอาวุธสงครามที่จับกุมได้ในช่วงชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา ซึ่งจากการติดตามยังมีอาวุธสงครามที่ซุกซ่อนเพื่อนำมาใช้ก่อเหตุอีกจำนวนมาก ดังนั้น การประกาศคำสั่งให้นำอาวุธสงครามมาคืนอาจจะเป็นอีกหนทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในเวลานี้
    
               "อาวุธสงครามที่จับได้เชื่อมโยงทางการเมือง คสช.จึงอยากให้หยุดปัญหาความขัดแย้งจึงพยายามเดินเครื่องแก้ไขปัญหาในทุกระบบ โดยเฉพาะอาวุธสงครามถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงมากที่สุดนำมามอบให้แก่เจ้าหน้าที่เป็นการเร่งด่วน แต่เชื่อว่า คนที่มีอาวุธสงครามไม่กล้านำมามอบให้แก่เจ้าหน้าที่ เพราะเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะสืบสวนสอบสวนไปถึงตัวผู้บงการใหญ่ หรือผู้อยู่เบื้องหลัง จึงได้พยายามนำอาวุธสงครามนำมาทิ้งไว้ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเป็นการอำพรางไม่ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนไปถึงคลังอาวุธสงครามเหล่านั้น"
    
               แหล่งข่าวความมั่นคงทางทหาร กล่าวว่า การขยายผลของเจ้าหน้าที่เกิดขึ้นภายหลังจากการจับกุมอาวุธปืนสงครามในพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในพื้นที่ถนนอักษะ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ในช่วงชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา รวมถึงการเกาะติดความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่ใช้อาวุธสงคราม เอ็ม 79 มาใช้ปฏิบัติการสร้างความวุ่นวายในช่วงผ่านมา ทำให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต หลายรายในช่วง 6-7 เดือนที่ผ่านมา
    
               นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงคดีการยิงกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ในพื้นที่ จ.ตราด และขยายผลจับกุมอาวุธสงครามไปอีกหลายพื้นที่ ทั้ง ลพบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ และในพื้นที่กรุงเทพฯ
    
               "บัญชีดำเกี่ยวกับกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังในการนำอาวุธสงครามเข้ามาซ่องสุมในประเทศคงเปิดเผยในรายละเอียดไม่ได้ ขณะนี้ทุกอย่างจะต้องดำเนินการไปในทางลับ แต่ขณะนี้การทำงานของเจ้าหน้าที่จะต้องสแกนในทุกพื้นที่อย่างละเอียดทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพราะเชื่อว่าในแต่ละพื้นที่ยังมีอาวุธสงครามซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะนี้รอเพียงเวลาที่เหมาะสมที่จะนำขึ้นมาก่อเหตุอีกครั้ง แต่จากการขยายผลการจับกุมในช่วงที่ผ่านมาได้พบเบาะแสของโครงสร้างอาวุธสงครามอย่างเห็นได้ชัด
    
               อาวุธสงครามที่มีการเคลื่อนไหวมากอยู่ใน 3 พื้นที่หลักของประเทศ คือ 1.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2.ภาคกลาง และ 3.ภาคตะวันออก โดยเฉพาะภาคตะวันออก มีความชัดเจนมากที่กลุ่มก่อเหตุเชื่อมโยงกับการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ในพื้นที่ จ.ตราด และมีคนถูกยิงเสียชีวิตหลายคน ทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามและขยายผลได้เป็นจำนวนมาก ถือว่าเป็นกลุ่มค่อนข้างใหญ่ รวมถึงผู้จ้างวานในการจัดหาซื้ออาวุธสงคราม และกลุ่มจัดหากองกำลัง โดยฝึกในพื้นที่ต่างๆ
    
               แหล่งข่าวความมั่นคงทางทหาร ยอมรับถึงการจัดทำบัญชีที่มาของอาวุธสงครามหลายรายการ รวมถึงกระสุนปืน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการค้นหาในรายละเอียดในการซุกซ่อนของอาวุธสงครามอยู่ ทั้งนี้เชื่อว่าในพื้นที่ภาคตะวันออกน่าจะมีอาวุธสงครามอีกจำนวนมาก ส่วนในพื้นที่ภาคกลาง ตั้งแต่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ที่จับกุมได้โดยเชื่อมโยงในพื้นที่เขตบางนา กรุงเทพฯ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกไปหมดแล้ว สามารถจับกุมเครือข่ายได้ 1 คน ส่วนกองกำลังที่นำมาเตรียมไว้ขณะนี้ได้กระจายไปหมดแล้ว โดยอาวุธที่จะนำมาก่อเหตุได้มีการแบ่งอาวุธมาจากในพื้นที่ภาคตะวันออก
    
               ทั้งนี้ แต่ละกลุ่มเชื่อมโยงนักการเมืองเข้าไปสนับสนุน โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า เชื่อมโยงไปถึงใครบ้าง ใครเป็นคนจัดหาอาวุธสงคราม หรือเส้นทางอาวุธสงครามจะไปเส้นทางไหน ขณะที่การตรวจสอบเส้นทางการเงินในการนำเงินมาจัดซื้ออาวุธสงครามยังไม่พบการเชื่อมโยงกับนอกประเทศ แต่ยังไม่ได้ทิ้งประเด็น แต่ยืนยันว่า ทุกอย่างเชื่อมโยงกันหมด โดยบางส่วนใช้เงินจากบ่อน ยาเสพติด โดยมีข้อแลกเปลี่ยนกัน บางส่วนได้ลงขันกันเพื่อนำเงินมาใช้ปฏิบัติการก่อเหตุความวุ่นวาย รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับการเปิดธุรกิจผิดกฎหมาย โดยยอดเงินจะกำหนดของแต่ละพื้นที่ว่าเป็นพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่ทำเลทอง สำหรับยอดเงินในการลงทุนไม่ค่อยมีความชัดเจน แต่การเบิกจ่ายจะมีแค่ตัวแทนส่งให้คนนั้นคนนี้ไปจัดหาเท่านั้น

................

(หมายเหตุ : ผ่าแผน'กองทัพ'สกัดป่วน ไล่ล่าเส้นทางเงินหาต้นตออาวุธสงคราม : ทีมข่าวความมั่นคง)