ข่าว

ไลฟ์สตางค์-หนี้นอกระบบ ร้าย…แรง

ไลฟ์สตางค์-หนี้นอกระบบ ร้าย…แรง

28 มิ.ย. 2552

วันก่อนเปิดดูข่าววิเคราะห์เศรษฐกิจ ได้ยินว่าสัดส่วนของหนี้นอกระบบสูงต่อเนื่อง จนรู้สึกเห็นใจตัวผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็อดห่วงภาพรวมของประเทศไม่ได้

 ยิ่งเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ก็หวั่นเกรงว่าการแพร่กระจายของหนี้ประเภทนี้จะเร็วขึ้นอีก เผลอๆ จะแรงกว่าไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ทำให้เกิดปัญหาสังคมและเศรษฐกิจตามมา

 เหตุที่หนี้ประเภทนี้โตวันโตคืน ก็เพราะคนรายได้น้อยที่เป็นส่วนใหญ่ของประเทศมีเงินไม่พอใช้ ต้องหมุนแบบเดือนชนเดือน เงินเก็บไม่มี เมื่อฉุกเฉินก็ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด ลำพังทรัพย์สินมี ก็ขายจนหมด ไม่เหลือพอจะเข้าโรงจำนำ หรือไม่ก็เข้าไปตึ๊งจนหมดตัว

 ครั้นจะกู้แบบไม่มีหลักทรัพย์ หรือคนค้ำก็ยังลำบาก เพราะแบงก์ชาติมีกฎหมายควบคุม ไม่ให้อัตราดอกเบี้ยและดค่าธรรมเนียมใดๆ สูงเกินกว่าร้อยละ 28 ต่อปี สถาบันการเงินต่างๆ จึงไม่กล้าปล่อย แต่จะโทษใคร เพราะเป็นเราก็คงคิดไม่ต่าง ในเมื่อรายได้ถูกจำกัดโดยกฎหมายรัฐ จะปล่อยก็ต้องประเมินให้ดี คัดแล้วคัดอีก ดูให้ไม่ติดแบล็กลิสต์ และมีข้อมูลบูโรพอจะพยากรณ์การเป็นหนี้ชั้นดีได้

 การอนุมัติส่งเดช จะลงเอยด้วยหนี้เสีย เงินต้นสูญ เมื่อเอารายได้ดอกเบี้ยจากคนที่จ่ายดีมาถัวเฉลี่ยก็อาจไม่พอค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เผลอๆ ซวยหนักขนาดไม่คุ้มทุนก็มี

 ในเมื่อหันหน้าพึ่งใครไม่ได้ จึงเกิดภาวะกลืนไม่เข้า คายไม่ออก หน้ามืดตามัว ใครมีให้กู้ก็เอา ดอกแพงก็ยอม ขอแค่มาขัดตาทัพ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน บางรายแย่ขนาดไม่ได้ดูสัญญาด้วยซ้ำ เซ็นยอมรับเงื่อนไขสุดเขี้ยว และมานั่งเสียใจภายหลัง ผ่อนไปเรื่อยๆ ถึงที่สุดถ้าไม่ไหว ก็ถูกทวงถามอย่างมหาโหด ขนาดเลือดตกยางออก เจ็บเนื้อเจ็บตัวหรือตายก็มีเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์มาแล้ว

 พอดิบพอดีที่ผมได้ประชุมกับคนของแบงก์ชาติ เจ้าหน้าที่เขาเองก็ยอมรับว่า หนี้นอกระบบอย่างนี้ มีเคสร้องเรียนผ่านสคบ. หรือ ธปท.ให้เข้ามาช่วยเหลือดูแลจำนวนมาก

 ดีที่สุด ต้องเริ่มที่ตัวเราเองก่อน ส่วนหนึ่งของต้นตอปัญหาเกิดจากการใช้เงินไม่ระมัดระวัง และไม่วางแผนการเงินประกอบ ต้องอาศัยการปรับตัว ปรับวิธีคิด วิธีการใช้เงิน น่าจะช่วยได้บ้าง แต่นั่นก็คงไม่เพียงพอ เพราะยังมีอีกหลายคนที่มีวินัยการเงินดีมาก แต่เกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่ทันตั้งตัว ยังไงก็ต้องพึ่งพิงแหล่งเงินกู้อยู่ดี

 การเยียวยาปัญหาเรื่องนี้จึงต้องมองระดับแมคโคร และอาศัยภาครัฐกับธปท. ร่วมมือกัน

 ประชุมกับแบงก์ชาติวันนั้น พวกเรายังฝากไปยังผู้เกี่ยวข้องให้เร่งรัดปราบปรามหนี้เถื่อนโดยเร็ว แต่อย่างว่าเมื่อมีมาก การแก้ไขก็ยากตามกัน

 เรายังได้คุยถึงการหามาตรการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมายได้ง่ายขึ้น ลามไปถึงการผ่อนปรนให้กลไกการตลาดทำงานด้วยตัวมันเอง ให้กฎของรัฐคุมเฉพาะบางเรื่องเท่านั้น

 ส่วนตัว ผมว่าถ้ารัฐอนุญาตให้คิดดอกเบี้ยสูงขึ้นบ้าง (แต่ก็ถูกกว่าหนี้นอกระบบ) เอกชนก็จะสามารถอนุมัติสินเชื่อกับบางกลุ่มก้อนได้ พูดง่ายๆ คือตัดช่อง สกัดการเติบโตของหนี้เถื่อนอีกทาง แต่แบงก์ชาติเองก็กลัวว่า เมื่อเปิดโอกาสแล้ว หนี้ครัวเรือนจะสูงขึ้นด้วย เพราะคนไทยส่วนใหญ่ไม่วางแผน และอาจมีเอกชนบางรายสบช่อง ชาร์จอัตราที่สูงและไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

 ทุกวันนี้ ตราบใดที่เอกชนยังไม่กล้าปล่อย ผมยุให้แบงก์ชาติคุยกับกระทรวงการคลัง ลองให้แบงก์ของรัฐเทสต์ปล่อยสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกันกับผู้ยากไร้ดูก็ได้

 สุดท้ายจะได้เรียนรู้ทั้งตัวผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็เข้าใจภาคเอกชนได้มากขึ้น แต่อย่างว่า หนี้นอกระบบ คล้ายๆ กับปัญหาโลกแตกครับ

 ค่อยๆ แก้ได้ แต่ทำให้หมดจากสังคมคงยากครับ

ชัยพล กฤตยาวาณิชย์