
ป.ป.ช.สอบทรัพย์สิน'ปู'เอี่ยวจำนำข้าว
05 มิ.ย. 2557
มติ ป.ป.ช. สอบทรัพย์สิน-หนี้สิน 'ยิ่งลักษณ์-4 รมต.' เกี่ยวข้องโครงการรับจํานําข้าว ยันไม่มีหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน 'คสช.' ขณะที่กองทัพภาคเตรียมตรวจสต็อกข้าว
5 มิ.ย. 57 เมื่อเวลา 14.30 น. ป.ป.ช.รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สิน นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แถลงถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังนี้
1. คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการรับจํานําข้าวและการระบายข้าวของรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จํานวน 5 ราย ดังนี้
1) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
2) นายนิวัฒน์ธํารง บุญทรงไพศาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
3) นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
4) นายยรรยง พวงราช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
5) นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
ทั้งนี้ มอบหมายให้นายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการ โดยให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินประสานข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีทุจริตโครงการรับจํานําข้าว
2. กรณีที่สํานักข่าวอิศราได้เสนอข่าวเกี่ยวกับนาฬิกาเรือนละ 2.5 ล้านบาท ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตทุจริตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 ว่าเหตุใดนาฬิกาดังกล่าวจึงไม่ปรากฏในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้น
เรื่องนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้ สํานักงาน ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องนี้มาครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 สํานักงานงาน ป.ป.ช. ได้สรุปข้อเท็จจริงพร้อมทั้งความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว คาดว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะพิจารณาเรื่องนี้ในการประชุม ในวันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน นี้
3. การประกาศเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีพ้นจากตําแหน่งเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2557 และเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ซึ่งครบกําหนดวันยื่นบัญชีวันที่ 5 มิถุนายน 2557 และ วันที่ 20 มิถุนายน 2557 ตามลําดับ นั้น คาดว่าจะสามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ประมาณต้นเดือนกรกฎาคม 2557
4. ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 ว่าพลเอก เสถียร เพิ่มทองอินทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม รํ่ารวยผิดปกติจํานวน 296.3 ล้านบาท ให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยื่นคําร้องต่อศาล ขอให้ทรัพย์สินจํานวนดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินนั้น อัยการสูงสุดได้ยื่นคําร้องต่อศาลแพ่งขอให้ศาลพิจารณาให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินแล้ว เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2557 จึงขอแถลงข่าวมาเพื่อทราบ
ขีดเส้น 'ครม.ยิ่งลักษณ์' แจงทรัพย์สิน-หนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่ง
นายวรวิทย์ แถลงถึงมติ ป.ป.ช. ว่า การประกาศเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลยิ่งลักษณ์ กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 57 และเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 57 ซึ่งจะครบกำหนดวันยื่นบัญชีในวันที่ 5 มิ.ย. 57 และวันที่ 20 มิ.ย. 57 คาดว่าจะสามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ประมาณต้นเดือน ก.ค.นี้
นายวรวิทย์ กล่าวว่า วันนี้ (5 มิ.ย.) ถือเป็นวันสุดท้ายของการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของรัฐมนตรี ที่พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 พ.ค. แต่ปรากฏว่า มีรัฐมนตรี 5 คน ที่ยังไม่มายื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ต่อ ป.ป.ช. ได้แก่ 1. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2. นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง 4. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ 5. นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม สามารถยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน ได้ภายในวันเดียวกันนี้ เวลา 16.30 น. หากไม่ยื่นภายในวันที่ 5 มิ.ย. ก็ต้องมีหนังสือชี้แจงมายัง ป.ป.ช.ว่ามีเหตุผลความจำเป็นอย่างไร และ ป.ป.ช.จะพิจารณาว่า เป็นเหตุผลที่สมควรหรือไม่ หรือมีความจงใจในการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน หรือไม่
'ปลัดคลัง' หลบสื่อแจงข้อมูลจำนำข้าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะพยานโครงการจำนำข้าว ได้เดินทางมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมประกอบสำนวนการดำเนินคดีอาญาต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการดังกล่าว เนื่องจากไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการตามที่มีอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เดินทางมาก่อนเวลาที่ ป.ป.ช.นัดหมายกว่า 1 ชั่วโมง โดยหลีกเลี่ยงใช้ประตูทางเข้าด้านหลังแทนด้านหน้าอาคาร ซึ่งเป็นทางเข้าออกตามปกติ รวมถึงยังเป็นจุดที่สื่อมวลชนดักรอสัมภาษณ์ ซึ่งบุคคลที่มีรายชื่อเป็นพยานในคดีเดียวกันที่เข้าให้ถ้อยคำต่อ ป.ป.ช.ก่อนหน้านี้ ก็หลบเลี่ยงการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเช่นกัน และมีรายงานว่าทาง ป.ป.ช.ได้ขอความร่วมมือไปยังพยานทุกราย งดให้สัมภาษณ์ และข้อมูลแก่สื่อมวลชนในกรณีดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรังสรรค์ ถือเป็นพยานปากที่ 3 ที่ ป.ป.ช.มีมติให้ไต่สวนเพิ่มเติม และในวันที่ 6 มิ.ย. ป.ป.ช.จะนัดไต่สวนพยานปากสุดท้าย คือ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) โดยหลังจากนั้น ป.ป.ช.จะมีการประชุมเพื่อกำหนดแนวทางการไต่สวนอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
'คสช.' สั่งกองทัพภาคเตรียมตรวจสอบสต็อกข้าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติประจำวัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตะบุตร เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามการทำงานในแต่ละส่วนงาน ซึ่งได้มีการชี้แจงผลการปฏิบัติงานในส่วนต่างๆ โดย พล.อ.อุดมเดช สีตะบุตร เลขานุการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กล่าวเน้นย้ำในที่ประชุมหลายเรื่อง อาทิ ในส่วนของกระทรวงไอซีที นั้น ขอให้มีการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจอันดีให้เกิดขึ้นในหมู่พี่น้องประชาชนให้มากขึ้น รวมทั้งในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในกลุ่มธุรกิจต่างๆ
ในที่ประชุม พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ทางหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีการพบปะหารือร่วมกับกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่น ซึ่งกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่นนั้นถือเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนการลงทุนในประเทศไทยมากที่สุดเกินกว่า ร้อยละ 50 ซึ่งสามารถเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนกลุ่มนี้คืนมาได้เป็นอย่างดี ในส่วนงานฝ่ายสังคมจิตวิทยา ยังได้มีการพูดถึงเรื่องของการให้ความสำคัญที่จะใช้มิติทางด้านวัฒนธรรมแก้ไขปัญหาความมั่นคงในชาติ การเร่งสร้างเครือข่ายทางวัฒนธรรม รวมทั้งการสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรมให้เข้มแข็ง ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสามัคคี ปรองดองให้เกิดขึ้นในชาติได้เป็นอย่างดี
สำหรับส่วนงานทางด้านเศรษฐกิจนั้น ในที่ประชุมได้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ทหารในทุกกองทัพภาค เตรียมกำลังพลให้พร้อม เพราะทันทีที่มีการตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการตรวจสอบสต็อกข้าวเสร็จสิ้น งานต่อไปก็คือการลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกข้าวทั่วประเทศ
ป.ป.ช.ยัน ไม่มีหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน 'คสช.'
นายวรวิทย์ กล่าวถึงกระแสข่าวในโซเชียลมีเดีย ที่เรียกร้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบทรัพย์สินของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ว่า กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ คสช.ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ดังนั้น ป.ป.ช.จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะไม่ใช่อำนาจหน้าที่
คสช.มอบ'ดาว์พงษ์'ขอข้อมูลป.ป.ช.ปมจำนำข้าว
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อเวลา 15.00 น. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรณ เลขานุการคณะที่ปรึกษา คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ได้เดินทางเข้าพบนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช. , นายวิชา มหาคุณ และนายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการป.ป.ช.เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว และโครงการประกันราคาข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์และรัฐบาลอภิสิทธิ์ ไว้เป็นข้อมูลในเชิงลึกซึ่งสอดคล้องกับกรณีที่คสช.ได้เตรียมตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเข้าตรวจสอบสต๊อกข้าวทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการหารือระหว่างพล.อ.ดาว์พงษ์ กับประธานป.ป.ช.และคณะนั้น ใช้เวลานานประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเป็นการหารือกันในทางลับ และไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด



