ข่าว

ชาวฮ่องกงจุดเทียนรำลึก25ปี'เทียน อัน เหมิน'

ชาวฮ่องกงจุดเทียนรำลึก25ปี'เทียน อัน เหมิน'

05 มิ.ย. 2557

ชาวฮ่องกงเรือนแสนร่วมจุดเทียนรำลึก 25 ปี เทียน อัน เหมิน หลายชาติเรียกร้องให้จีนเปิดเผยข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 
 
          ประชาชนนับแสนคน ได้ไปชุมนุมกันที่ฮ่องกง เพื่อร่วมจุดเทียนรำลึกครบรอบ 25 ปี เหตุการณ์ กวาดล้างผู้ประท้วงที่จตุรัสเทียน อัน เหมิน ในกรุงปักกิ่ง  คณะผู้จัดการชุมนุม ระบุว่า มีผู้เข้าร่วมประมาณ 180,000 คน แต่ตำรวจบอกว่า มีไม่ถึง 1 แสนคน แต่ก็นับว่า ชาวฮ่องกงยังคงมีเสรีภาพที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ไม่มี  ทางการได้วางกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา โดยเฉพาะที่เทียน อัน เหมิน เพื่อป้องกันความพยายามจัดพิธีรำลึก  มีรายงานการจับกุมนักเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ ขณะที่ผู้สื่อข่าวต่างชาติ ถูกกันไม่ให้เข้าใกล้บริเวณจตุรัสเมื่อวันพุธ
 
          การประท้วงเมื่อปี 2532 เกิดจากการที่ผู้ประท้วงต้องการให้มีการปฏิรูปการเมือง แต่คำสั่งให้มีการกวาดล้างเกิดขึ้นหลังจากสายเยี่ยวเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในการแย่งชิงอำนาจกันเองภายในพรรคคอมมิวนิสต์  ทางการจีนได้ลำดับชั้นการประท้วงเมื่อปี 2532 ว่าเป็นการก่อเหตุจลาจลต่อต้านการปฏิวัติ และห้ามจัดพิธีรำลึกใด ๆ ต่างจากที่ฮ่องกง ที่จะมีคนเข้าร่วมเป็นจำนวนมากเป็นประจำทุกปี 
 
          ฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน ที่ยังคงมีสิทธิ์ปกครองตนเองได้ในระดับสูง ประชาชนยังมีเสรีภาพ ที่รวมถึงเสรีภาพในการชุมนุมและการแสดงความคิดเห็น และที่สำคัญคือได้รับอนุญาตให้จัดพิธีรำลึกถึงเหตุการณ์ที่จตุรัสเทียน อัน เหมิน ได้อย่างเปิดเผย  บรรยากาศการจัดงานเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม มีเสียงเพลงและวิดิโอที่ได้มาจากบรรดาผู้มีความเห็นไม่ลงรอยกับรัฐบาลจีน ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี พวกเขาเรียกร้องให้รัฐบาลจีนขออภัยต่อการกวาดล้างในครั้งนั้น พร้อมกับเปิดเผยข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งตัวเลขผู้เสียชีวิต รวมถึงการยอมรับว่าจะให้มีการปฏิรูปไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย 
 
          ช่วงสำคัญในพิธีรำลึกในฮ่องกง คือ การดับไฟทั่วเมืองและประชาชนร่วมกันจุดเทียนท่ามกลางความมืด โดยมีการชื่อผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ปี 2532 ผ่านทางเครื่องขยายเสียง  นายหลี่ ชุค-เหยียน ผู้จัดการชุมนุม กล่าวว่า มาให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เห็นแสงเทียนกันเถอะ
 
          นอกจากฮ่องกงแล้ว ยังมีนักเคลื่อนไหวในไต้หวันที่่ร่วมจัดพิธีรำลึกด้วย โดยประธานาธิบดีหม่าอิง จิ่ว ระบุว่า การกวาดล้างในครั้งนั้น เป็นบาดแผลฉกรรจ์ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งทั้งไต้หวันและรัฐบาลญี่ปุ่น ต่างก็เรียกร้องให้จีนใช้ความทรงจำจากเหตุการณ์ประท้วง ไปปรับปรุงด้านสิทธิมนุษยชน ส่วนในเวียดนาม พบว่า สื่อที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล ได้รายงานวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เทียน อัน เหมิน เป็นครั้งแรก หลังจากไม่เคยแตะต้องมาก่อน อันเป็นการส่งสัญญาณให้เห็นความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างสองชาติ อันเนื่องมาจากข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ส่วนสหรัฐ เรียกร้องให้ทางการจีน เปิดเผยเกี่ยวกับคนที่ถูกสังหาร ถูกควบคุมตัว และผู้สูญหายในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2532
 
          เมื่อปี 2521 จีนได้เริ่มเปิดรับโลกภายนอกในเรื่องของเศรษฐกิจ แต่พรรคคอมมิวนิสต์ ก็ยังคงควบคุมการเมืองไว้อย่างเหนียวแหน่น ต่อมาในปี 2532 ได้มีประชาชนหลายแสนคน ไปชุมนุมกันจตุรัสเทียน อัน เหมิน ในกรุงปักกิ่ง เรียกร้องให้ปฏิรูปการเมือง พวกเขาปักหลักกันอยู่นานหลายสัปดาห์ ขณะที่มีข่าวขัดแย้งกันภายในพรรคคอมมิวนิสต์ ก่อนที่พวกสายเหยี่ยวจะชนะ และสั่งใช้กำลังเข้าปราบปรามผู้ประท้วงจนกลายเป็นเหตุการณ์นองเลือด มีคนล้มตายเกลื่อนถนน
 
          แม้ว่าจะเข้มงวดเรื่องการจัดพิธีรำลึก แต่ทางการจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงเปิดให้คนเข้าไปเที่ยวตามปกติ แต่มีการตรวจค้นกระเป๋าและตรวจสอบเอกสาร  ญาติผู้เสียชีวิตบางคนได้รับอนุญาตให้ไปที่หลุมศพของบุคคลอันเป็นที่รัก โดยมีตำรวจคอยอารักขา  มีรายงานว่า ได้มีการบล็อกคำค้นหาเกี่ยวข้องกับการประท้วงและเหตุการณ์สังหารหมู่ เมื่อปี 2532 ในอินเตอร์เน็ตในจีน และการเข้าเว็บไซท์กูเกิล ก็ถูกจำกัดด้วย