ข่าว

'ม.ล.ปนัดดา'เผยศูนย์ปรองดองเสียงตอบรับดี

'ม.ล.ปนัดดา'เผยศูนย์ปรองดองเสียงตอบรับดี

05 มิ.ย. 2557

"ม.ล.ปนัดดา" นำ "ขรก.สปน.-ทำเนียบ" ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 9 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคล ระบุศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ มีเสียงตอบรับอย่างดี

 
  
          วันที่ 5 มิ.ย.57 เมื่อเวลา 07.15 น. ที่ตึกสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอภินันท์ จันทรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และบรรดาข้าราชการสำนักงานปลัดฯ ข้าราชการทำเนียบ และเจ้าหน้าที่ ร่วมกันทำบุญตักบาตร อย่างพร้อมเพรียง โดยได้นิมนต์พระจากวัดมงกุฏกษัตริยาราม จำนวน 9 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการในการกลับเข้ามาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง ภายหลังจากมีการชุมนุมทางการเมืองบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลยาวนานกว่า  7 เดือน  ทำให้ข้าราชการต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ รวมทั้งยังถือเป็นการต้อนรับการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีของ ม.ล.ปนัดดา ซึ่งโดยปกติแล้วสำนักงานปลัดสำนักนายกฯจะทำบุญใส่บาตรเป็นประจำในทุกวันพระ ทั้งนี้หลังจากเสร็จพิธีข้าราชการได้มอบดอกไม้เพื่อเป็นการต้อนรับม.ล.ปนัดดา เข้าทำงานอย่างเป็นทางการด้วย
 
          ม.ล.ปนัดดา ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ในวันนี้ ว่า การทำบุญครั้งนี้ถือเป็นมงคลสำหรับข้าราชการทำเนียบรัฐบาลที่กลับเข้ามาทำงานตามปกติ ซึ่งอยากให้เป็นภาพลักษณ์ในการเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สนป.) ด้วยเพราะห่างเหินกันมานาน สำหรับตนก็เพิ่งเข้ามารับหน้าที่ที่สนป. ก็ถือโอกาสทำบุญร่วมกับเพื่อนข้าราชการ ซึ่งดีใจมากเพราะข้าราชการทุกคนให้ความร่วมมือร่วมใจเป็นอย่างดี
   
          ม.ล.ปนัดดา กล่าวถึงความคืบหน้าในการสร้างกระบวนความปรองดองในชาติ ว่า ตนได้ประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยในฐานะรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มีข้อสั่งการชัดเจนไปยังทุกจังหวัดให้เกิดศูนย์ปรองดองจังหวัดและอำเภอ และเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ตนได้ไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดอุบลราชธานีได้รับรายงานว่ามีความตื่นตัวอย่างมากเช่นเดียวกับที่จังหวัดอุดรธานี ทั้งนี้ไม่แค่เฉพาะศูนย์ปรองดองระดับจังหวัด แต่ลงไปในระดับอำเภอแล้วเพราะเป็นโมเดลของแต่ละจังหวัด เป็นลักษณะของการบูรณาการงานร่วมกันของทุกภาคส่วนไม่ใช่เฉพาะภาครัฐแต่ร่วมถึงภาคเอกชนต่างๆ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอควรเชิญบุคลากรที่มีความตั้งใจจริงที่จะทำให้ประเทศกลับเข้าสู่ความร่มใจเป็นสุข และกลับมาเป็นประเทศไทยในความทรงจำเหมือนดังปี 2510 ที่นานาประเทศยกย่องประเทศไทยว่าเป็นประเทศที่มีความสมัครสมานสามัคคีและเป็นตัวอย่างที่ดีกับประเทศต่างๆ
 
          เมื่อถามว่าเบื้องต้นทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีแนวคิดที่จะนำผลการศึกษาสนป.ทั้ง 108 เวทีปรองดองของรัฐบาลที่แล้วมาปรับใช้ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า จะพยายามนำทุกสิ่งทุกอย่างที่แต่ละหน่วยงานได้ทำการศึกษาวิจัยไว้ถึงแนวทางการปรองดองมาปรับใช้ เพื่อทำให้ทุกคนกลับมารักกันไม่มีค่ายไม่มีสีและฝ่ายในฐานะคนไทยด้วย จะต้องมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว เสียสละและให้อภัยต่อกัน ดังนั้นทุกเวทีที่เคยจัดการสัมมนาหรือแม้แต่ผู้นำต่างประเทศอย่างนายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีประเทศอังกฤษ ที่เคยมาแสดงวิสัยทัศน์ก็จะนำมาสรุปเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสังคมไทย
 
          ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ในเวลา 10.30 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ในฐานะรองหัวหน้า คสช.จะเป็นประธานการประชุมส่วนข้าราชการจากทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องในวันเดียวกันนี้ นอกจากจะหารือกันในเรื่องการทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานสารบรรณ งานธุรการต่างๆ ในช่วงที่ยังไม่มีรัฐบาลเพื่อให้การทำงานเกิดความกระฉับกระเฉงไม่ให้เป็นอุปสรรต่อการทำงาน ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ก็ให้นโยบายไว้ว่าให้ยึดนำผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยให้ข้าราชการทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพก็จะถือโอกาสนี้พูดคุยกับผู้แทนกระทรวงต่างๆ
 
          ม.ล.ปนัดดา กล่าวต่อว่า ในส่วนของสายด่วน 1111 ที่เดิมเปิดให้ประชาชนได้มีการร้องเรียนเข้ามานั้น ถึงวันนี้อยากให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากจะเปิดโอกาสจะให้ร้องเรียนสารทุกข์สุขดิบแล้ว อยากให้เป็นช่องทางให้ร่วมทำงานกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เนื่องจากอยากให้ ปปช.มีบทบาทอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
 
          " การสร้างความปรองดองถือเป็นจุดมุ่งหมายของคนทั้งประเท ศเพราะเราเคยรักกันมากจนกลายเป็นแบบอย่างให้ชาวโลก เพราะฉะนั้นไม่ควรมีสาเหตุอะไรที่ทำให้เราไม่รักกันเราต้องหาสาเหตุความแตกแยกให้พบ แล้วนำมาแก้ไขปัญหาทีละเปราะ และการสร้างความปรองดองไม่น่าจะเกิดจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เงินเดือนค่าราชการทุกบาททุกสตางค์มาจากภาษีประชาชนทั้งสิ้น จึงขอให้ข้าราชการทุกคนวางตัวเป็นแบบอย่างในความถูกต้องและโปร่งใสยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลในการทำงานเป็นข้าราชการของคนทุกฝ่ายทุกสีขณะนี้เราไม่มีสี ข้าราชการต้องทำงานให้กับคนไทยและต้องทำงานให้กับทุกฝ่าย" ม.ล.ปนัดดา กล่าว
 
          เมื่อถามว่าในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์จะมีการเน้นย้ำนโยบายอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุซึ่งความสำเร็จในเรื่องความปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้จะมีการจัดรายการดนตรีถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็มีความจำเป็นที่ภาครัฐจะจัดให้กับประชาชน และเราจะพยายามคิดกันในทุกๆ กรอบ
 
          เมื่อถามว่ามองว่ากรอบของคสช.ที่ดำเนินการมาถือจุดนี้เดินไปในทิศทางสร้างความสมานฉันท์หรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ตนมองว่าการเริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญส่วนหากเริ่มแล้วจะขยายผลไปสู่แนวทางปฏิบัติที่เป็นรายละเอียดก็เป็นงานของแต่ละกระทรวงที่จะเสนอแนะกัน และทุกฝ่ายต้องยอมรับในข้อคิดเห็นระหว่างกัน
 
          เมื่อถามว่าในการลงพื้นที่ของกระทรวงมหาดไทยและศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ ไปตามพื้นที่ต่างจังหวัดได้รับการตอบรับมากน้อยแค่ไหน ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ในเบื้องต้นเมื่อวาน (4 มิ.ย.) ได้เดินทางไป จ.อุบลราชธานีประชาชนก็ให้การตอบรับเป็นต่างดี เราอยากให้ข้าราชการกระตือรือร้นเพราะหากข้าราชการไม่มุ่งมั่นในเรื่องนี้ก็จะไม่เกิดผลสำเร็จ และจะทำดำเนินการอะไรยากขึ้น
 
          เมื่อถามว่าจะสามารถสลายการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในข้าราชการได้หรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ตนยังยืนยันความคิดว่า ข้าราชการต้องเป็นแบบอย่างของความถูกต้อง รวมถึงต้องมีความโปร่งใสไม่ใช่บอกว่าไม่โปร่งใสและมาปรองดอง เพราะนี่ถือเป็นหลักสากล
 
          ด้านนายอภินันท์ กล่าวว่า คสช.ยังไม่มีการประสานให้จัดสรรเวลาสำหรับรายการโทรทัศน์ประจำสัปดาห์ เพื่อเพิ่มช่องทางสื่อสารโดยตรงระหว่าง คสช. กับ ประชาชน  ส่วนแนวปฏิบัติเพื่อสนับสนุนงานด้านปรองดองนั้น นอกจากการแจ้งเตือนไม่ให้ สื่อในสังกัดนำเสนอข้อมูลหรือความเห็นที่ขัดต่อกฎหมายแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรม เช่น ดนตรีในสวน เพื่อเสริมสร้างปรองดอง พร้อมจัดตั้งศูนย์ประสานงานส่วนกลาง และ ทุกจังหวัด เพื่อทำงานร่วมกับ กอ.รมน.ด้วย
 
          รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า บรรดาข้าราชการหน่วยงานต่างๆ ที่ถูกคำสั่ง คสช.ให้เข้าปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เช่น พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นั้น เจ้าหน้าที่ได้จัดห้องงานให้สำหรับทุกคนไว้ที่สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ถนนพิษณุโลก
 
 
ทำบุญสืบชะตาเมืองเชียงใหม่เพื่อความเป็นสิริมงคล


         เมื่อเวลา 09.09 น. ที่ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีทำบุญเมืองและสืบชะตาเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2557 โดยมีเจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ ประธานสภาวัฒนธรรม จ.เชียงใหม่ และประชาชนชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวที่มีจิตศรัทธาและทหารเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น งานในพิธีทำบุญเมืองและสืบชะตาเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2557 ครั้งนี้ ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ได้จัดขึ้น ซึ่งเป็นพิธีที่ยึดตามความเชื่อของชาวล้านนาที่มีมาแต่โบราณกาล โดยชาวล้านนาถือว่าพิธีการสืบชะตาเป็นการต่ออายุของคนหรือต่อชีวิตของบ้านเมืองให้ยืนยาว เสริมสร้างสิริมงคลให้แก่ชีวิตและเมืองเชียงใหม่ได้อยู่เย็นเป็นสุข ตลอดจนขจัดปัดเป่าภยันตรายต่างๆที่จะเกิดขึ้นให้แคล้วคลาดปลอดภัย


ตากจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป

          นายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตาก เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป จังหวัดตาก โดยมีพล.ต.การุณ ขุนสูงเนิน ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกตาก พล.ต.สมพล อัครเดโชชัย ผบก.ภ.จว.ตาก พ.อ.บุรินทร์ ชื่นอารมณ์ ผกก.ตชด.ที่ 34 และนายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องประชุมตากสินมหาราช ศาลากลางจังหวัดตาก โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชนเข้ารับฟังเป็นจำนวนมาก
    
         นายสมชัยฐ์ กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคำสั่ง (เฉพาะ)ที่ 2 / 2557 เรื่องการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความรัก ความสามัคคีปรองดอง ลดความขัดแย้งในสังคม ละลายสีเสื้อให้กลับมาร่วมมือ โดยยึดถือสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสำคัญ
    
         ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามแนวนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกองทัพภาคที่ 3 จึงได้จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัดตากขึ้น ณ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตาก (กอ.รมน.จังหวัดตาก ) และนอกจากนี้จังหวัดตาก ยังได้เตรียมการจัดตั้งที่ปรึกษาฝ่ายปรองดองสมานฉันท์ขึ้นมาอีกหนึ่งชุด เพื่อให้คำปรึกษาการสร้างความสมานฉันท์ของคนในจังหวัดตาก
 
 
 
 
 
"ปนัดดา"ประชุมส่วนราชการกำชับดำเนิน 8 มาตรการ ปฏิรูประบบราชการ
 
 
          ม.ล.ปนัดดา ได้ระบุในที่ประชุมว่า ระบบราชการไทยแม้จะมีการปฏิรูปติดต่อกันมาอย่างยาวนานและมีหลายหน่วยงานมียุทธศาสสตร์ในการพัฒนาระบบราชการไทย มีการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไปแล้วหลายมิติ เช่นสำนักงานก.พ.ร./ก.พ. แม้แต่กระทรวง กรมในสังกัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการตอบสนองและสร้างความเชื่อมั่นบนศรัทธาความโปร่งใสเป็นธรรม ประชาชนเข้าถึงได้โดยมีการทำงานร่วมกันในลักษณะบูรณาการ มีแผนยุทธศาสตร์การทำงานร่วมกัน มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ให้เกิดขึ้นได้โดยเร็ว สปน.จึงขอกำชับมายังทุกส่วนราชการ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทุกหน่วย ดำเนินการ 8 มาตรการอย่างเคร่งครัดจากนี้ไป ดังนี้
         
          1.สร้างควมเชื่อมั่นศรัทธาในการบริการประชาชน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง คุณภาพการให้บริหารและเสริมสร้างวัฒนธรรมบริการที่เป็นเลิศ  
          
          2.การพัฒนาองค์กรให้มขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย ข้าราชการมีความเป็นมืออาชีพ จัดโครงสร้างทันสมัย กะทัดรัด เรียบง่าย คล่องแคล่ว รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ประหยัด มีคุณค่า มีความรับผิดชอบต่อสังคม
       
          3.การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากรของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดความสิ้นเปลือง มีความคุ้มค่า 
 
          4.การวางระบบการบริหารงานราชการแบบบูรณาการ พัฒนาระบบประสานความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น 
 
          5.การส่งเสริมระบบการบริหารกิจการบ้านเมืองบนความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เสริมสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานระหว่างภาครัฐกับภาคส่วนอื่นๆ มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ถ่ายโอนภารกิจภาครัฐที่ไม่จำเป็นให้ภาคส่วนอื่น ๆ
        
          6.การยกระดับความโปร่งใสบนพื้นฐานระเบียบกฎหมายและยึดหลักธรรมาภิบาล วางมาตรการควบคุมตรวจสอบการใช้งบประมาณ ประสานป.ป.ช.วางระบบตรวจสอบในภาครัฐอย่างรอบคอบรัดกุม 7.ขยายผลโครงการใต้ร่วมพระบารมีเดียวกัน  8.การสร้างความพร้อมของระบบข้าราชการไทย เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
         
          ทั้งนี้เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วสปน. เป็นองค์กรหลักร่วมกับทุกภาคส่วนในการกำหนดยุทธศาสตร์การทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนกรทำงานอย่างเร่งด่วน เพื่อก้าวไปพร้อมกันบนความเชื่อถือและไว้วางใจซึ่งกันและกัน นำพาความเจริญรุ่งเรืองทางการเมืองการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยสู่ประเทศไทยในอนาคตอันใกล้