ข่าว

รื้อคดี'เอกยุทธ'ปริศนาฆาตกรรมที่รอวันสะสาง

รื้อคดี'เอกยุทธ'ปริศนาฆาตกรรมที่รอวันสะสาง

05 มิ.ย. 2557

รื้อคดี'เอกยุทธ'ปริศนาฆาตกรรมที่รอวันสะสาง : พรรณทิพา จิตราวุฒิพรรายงาน

                ฉับพลันที่กองทัพภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กระทำรัฐประหารยึดอำนาจโดยหวังนำบ้านเมืองให้เข้าสู่ภาวะสงบสุขไร้ความแตกแยก โดยในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า  พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)พร้อมคณะนายทหาร เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในการบริหารประเทศ เรียกได้ว่า เรื่องใดเร่งด่วนเป็นปัญหาปากท้องของชาวบ้านต้องรีบแก้ไขในทันที
    
                ด้วยบรรยากาศเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ในช่วงนี้จะได้เห็นคดีสำคัญๆ ในรัฐบาลชุดที่แล้วถูกรื้อออกมาจากลิ้นชัก เพื่อปัดฝุ่นใหม่ โดยเฉพาะคดีฆาตกรรมโหด นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจจอมแฉที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับอดีตนักการเมืองใหญ่คนแดนไกล ว่ากันว่า ขณะนี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาการ ผบ.ตร. มีคำสั่งให้กองคดีอาญานำคดีดังกล่าวมาตรวจสอบ เพื่อจะหาหลักฐานชิ้นใหม่ในการ "รื้อคดีขึ้นมาทำใหม่"
    
                เรียกได้ว่า "สะเทือนไปทั่ว" เพราะไม่อาจปฏิเสธได้ว่า คดีสังหารนายเอกยุทธมีเงื่อนงำให้เกิดข้อสงสัยมากมายตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา หลายปมเป็นปัญหาคาใจ แม้มีเสียงคัดค้านจากผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาเกี่ยวกับพยานหลักฐาน และการพิสูจน์ศพที่ขัดแย้งกับคำให้การของกลุ่มผู้ต้องหาหลายอย่าง แต่สุดท้ายตำรวจก็สรุปสำนวนว่า การฆ่านายเอกยุทธมีวัตถุประสงค์เพื่อชิงทรัพย์ จากนั้นเรื่องนี้ก็เงียบหายโดยผู้ต้องหาทุกคนถูกส่งฟ้องศาลเพื่อรอวันพิพากษาในความผิดที่ทำตามกระบวนการยุติธรรม
    
                แต่มาวันนี้ในยุคที่รัฐบาลเก่าสูญสิ้นอำนาจ คดีนายเอกยุทธ กลับถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง โดยเฉพาะ นายสุวัฒน์ อภัยภักดิ์ อดีตทนายความของนายเอกยุทธ ได้ออกมาเปิดแผลเก่าอีกครั้ง โดยออกมายืนยันว่า หลังจาก คสช.เข้าควบคุมอำนาจบริหารประเทศจากรัฐบาลรักษาการ ทีมทนายความมีโอกาสพูดคุยกับ นายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือบอล ผู้ต้องหาในคดีฆ่านายเอกยุทธในห้องขังอีกครั้ง โดยการเข้าพบครั้งนายสันติภาพ ยังยืนกรานว่า ไม่ได้เป็นผู้ลงมือสังหารนายเอกยุทธตามที่เคยให้การไว้ แต่มีทีมสังหาร ซึ่งเป็น กลุ่มคนมีสีจำนวน 4 คน เป็นผู้ลงมือฆ่า ส่วนนายสันติภาพทำหน้าที่เพียง "ผู้ชี้เป้า"
    
                นายสุวัฒน์ เปิดฉากบอกถึงสาเหตุที่ทำให้นายสันติภาพออกมาเปิดโปงเรื่องนี้ เป็นเพราะทีมอุ้มฆ่าไม่จ่ายเงินค่าจ้างตามที่ตกลงไว้ จากเดิมสัญญาจะมอบให้ 3 ล้านบาท แต่กลับเบี้ยวจ่ายเพียงแค่ 8 แสนบาท   โดยทีมอุ้มฆ่าที่เป็นคนมีสีมีด้วยกัน 4 คน ซึ่ง ทีมสังหารได้ลงมือฆ่านายเอกยุทธตั้งแต่อยู่ภายในบ้านพักย่านทาวน์อินทาวน์ หลังจากอุ้มนายเอกยุทธมาจากร้านอาหาร โดยชนวนการอุ้มมาจากเรื่องกลุ่มสังหารต้องการบังคับเอา "ฮาร์ดดิสก์" ซึ่งเป็นความลับที่สำคัญที่เอกยุทธมีอยู่ โดยทีมสังหารไม่ได้ตั้งใจจะฆ่านายเอกยุทธที่บ้าน แค่ต้องการสั่งสอน แต่ลงมือแรงไป ทำให้แผนที่จะอุ้มไปฆ่าที่อื่นต้องล้มเหลว จึงต้องเปลี่ยนแผนใหม่ เอาศพไปทิ้งที่พัทลุง
    
                สิ่งที่นายสุวัฒน์บอกกล่าวมา หากใครได้ติดตามคดีนายเอกยุทธตั้งแต่ต้นจะรู้ว่าเป็น หนังเรื่องเดิมๆ ที่เขาเคยออกมาแฉไว้ก่อนหน้านี้ แต่สิ่งที่เป็นประเด็นน่าสนใจ และเป็นไฮไลท์ของการพูดคุยในครั้งนี้ คือการเปิดปากเรื่อง "ฮาร์ดดิสก์" โดยนายบอลบอกว่า ได้เก็บฮาร์ดดิสก์จากกล้องวงจรปิดบ้านนายเอกยุทธไว้ ซึ่งภาพในฮาร์ดดิสก์ปรากฏบุคคลที่เข้าไปฆ่าเอกยุทธว่า มีใครบ้าง จำนวนกี่คน นอกจากนี้ยังมีสร้อยคอทองคำ นาฬิกาโรเล็กซ์แพลตินัมทองคำขาว หรือแม้กระทั่งพระเกชโยก็ยังอยู่ที่นายบอลทั้งหมด"
    
                น่าสนใจไม่น้อย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา นายบอลแทบจะไม่ปริปากพูดถึงเรื่องฮาร์ดดิสก์น้อยที่สุด แต่มาคราวนี้นายบอลกับสารภาพด้วยคำพูดที่พรั่งพรู และหากสิ่งที่นายบอลเปิดปากต่อทีมทนายของนายสุวัฒน์ในครั้งนี้เป็นความจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ฮาร์ดดิสก์ สร้อยคอทองคำ นาฬิกาโรเล็กซ์  พระเกชโย" ล้วนแล้วแต่เป็นหลักฐานชิ้นใหม่ทั้งหมดที่เพียงพอตามข้อกฎหมายทำให้คดีฆ่านายเอกยุทธถูก รื้อขึ้นมาพิจารณาเป็นคดีใหม่ ได้อีกครั้ง และเชื่อว่า เพื่อหนทางเอาตัวรอด  ทีมทนายเชื่อว่า เมื่อถึงจุดหนึ่งนายบอลต้องนำหลักฐานทั้งหมดมาเปิดเผยต่อศาล และเมื่อหลักฐานนี้ปรากฏบอกได้คำเดียวว่า "หนาวยกแผง"  
                                                                                                                                                                      
                ก่อนหน้านี้ นายสุวัฒน์ อภัยภักดิ์ อดีตทนายความของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ได้เคยทำหนังสือไปยัง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. เพื่อตั้งข้อสงสัยใน 13 ประเด็นว่า คดีฆ่านายเอกยุทธไม่น่าจะเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ ประกอบด้วย 1.เรื่องมูลเหตุจูงใจไม่น่าจะเป็นการชิงทรัพย์เพราะมีการนำทรัพย์สินมีค่าไปทิ้งน้ำ 2.พฤติการณ์ก่อเหตุคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 2 คน 3.ไม่มีการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของนายสันติภาพ 4.นายเปี๊ยกที่นายสันติภาพอ้างถึงมีตัวตนหรือไม่ 5.ขอให้ตรวจสอบภาพเหตุการณ์จากบริษัทกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งในบ้านนายเอกยุทธ 6.ให้ตรวจสอบบ้านพักที่นายสันติภาพอ้างว่าแวะพักระหว่างเดินทางไปที่ จ.พัทลุง
    
                7.ไม่เชื่อว่านายสันติภาพจะบีบคอนายเอกยุทธเสียชีวิตได้ 8.ให้สอบปากคำนายสุทธิพงศ์เพิ่มในประเด็นใบหน้านายเอกยุทธว่ามีร่องรอยถูกทุบตีหรือไม่ 9.กระเป๋าหลุยส์ของนายเอกยุทธอยู่ที่ใด 10.อัณฑะของนายเอกยุทธบวมเพราะถูกทำร้ายหรือไม่ 11.กลุ่มชายต้องสงสัยที่ปากซอยประดิพัทธ์มีจริงหรือไม่ 12.ในรถตู้โฟล์กมีลายพิมพ์นิ้วมือหรือดีเอ็นเอบุคคลอื่นหรือไม่ และ 13.ให้หาเสื้อผ้าที่นายเอกยุทธสวมใส่ในวันเกิดเหตุให้พบและตรวจสอบให้ละเอียด

..........................................

(หมายเหตุ  : รื้อคดี'เอกยุทธ'ปริศนาฆาตกรรมที่รอวันสะสาง : พรรณทิพา จิตราวุฒิพรรายงาน)