ข่าว

คสช.ยัน'จีน-เมียนม่าร์-เวียดนาม'เข้าใจ

คสช.ยัน'จีน-เมียนม่าร์-เวียดนาม'เข้าใจ

04 มิ.ย. 2557

คสช.ยัน'จีน-เมียนม่าร์-เวียดนาม'เข้าใจสถานการณ์การเมืองไทย 'วินธัย'ระบุการฝึกทหารยังคงได้รับความร่วมมือ งาน'คืนความสุขสู่ประชาชน'อนุสาวรีย์ชัยฯคึกคัก

                 4มิ.ย.2557 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ คณะทำงานทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงว่า กรณีสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ(มูดี้ส์) จัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ที่อันดับเดิม ซึ่งชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีความแข็งแกร่งด้านปัจจัยพื้นฐานแม้ว่าจะเกิดปัญหาทางการเมือง ทั้งนี้การเข้าเยี่ยมคำนับของเอกอัคราชฑูตจีนประจำประเทศไทยและเอกอัคราชฑูตเวียดนามประจำประเทศไทยเมื่อวานนี้ (4 มิ.ย.) ที่ได้เข้าพบพล .อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.)ในฐานะ รองหัวหน้า คสช.ทั้ง 2 ประเทศก็คงยืนยันความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศไทยรวมถึงเข้าใจสถานการณ์ภายในประเทศของไทยเป็นอย่างดี

                ส่วนเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าพบหารือกับนายวันนะ หม่อง ลวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาร์ เพื่อชี้แจงสถานการณ์ทางการเมืองของไทยให้กับรัฐบาลเมียร์มาร์ได้ทราบ เนื่องจากเมียร์ม่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพื้นที่ติดกับไทยและเป็นประธานประชาคมอาเซียนอีกด้วย ซึ่งนายสีหศักดิ์ ได้แจ้งวัตถุประสงค์และความมุ่งมั่นของคสช.ในการเดินหน้าเพื่อให้สถานการณ์บ้านเมืองกลับมาสู่สภาวะปกติโดยเร็วและได้ยืนยันกับทางเมียนม่าร์ว่าประเทศไทยยังคงมีบทบาทในด้านต่างประเทศที่เข้มแข็ง ส่วนนายวันนะ ได้แจ้งกลับมาว่าขณะนี้ทางเมียร์ม่าร์ได้จับตาสถานการณ์การเมืองของไทยอย่างใกล้ชิดเพราะไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านและเข้าใจสถานการณ์พร้อมกับยึดมั่นในหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในไทยและยินดีสนับสนุนไทยโดยเฉพาะในกรอบประชาคมอาเซียน

                ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ทั้งนี้ทางคณะผู้บัญชาการทหารสูงสุดของมาเลเซียได้เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกองทัพไทยในช่วงวันที่ 3-4 มิ.ย. ซึ่งผบ.สส.ของมาเลเซียก็ได้เข้าเยี่ยมคำนับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคสช.ทั้งนี้ผบ.สส.ของมาเลเซียยืนยันว่าสนับสนุนประเทศไทยรวมทั้งกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทยกับมาเลเซีย


 

ปลัดกต.เดินสายทำความเข้าใจต่างชาติ

 

               เมื่อเวลา 17.00 น. นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศทำหน้าที่ชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทยให้ต่างชาติเกิดความเชื่อมั่น และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ ซึ่งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวง มีแผนการเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยในวันพรุ่งนี้ (5 มิ.ย.) มีกำหนดการเข้าพบรัฐมนตรีต่างประเทศเวียดนาม ในฐานะที่เวียดนามมีบทบาทสำคัญในอาเซียน และใกล้ชิดประเทศไทย โดยทั้งสองจะหารือในเรื่องสถานการณ์การเมือง ทั้งนี้ นายสีหศกดิ์จะย้ำถึงการดำเนินการตามโรดแมปที่วางไว้ เพื่อให้เวียดนามเกิดความมั่นใจต่อประเทศไทย ที่จะส่งผลต่อความร่วมมือและความสัมพันธ์ของสองประเทศ

               นายเสธ กล่าวอีกว่า การเดินสายทำความเข้าใจกับต่างชาติจะพิจารณาตามความเหมาะสม ซึ่งก่อนหน้านี้ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้เดินทางไปพบรัฐมนตรีต่างประเทศพม่า ในฐานะที่ทำหน้าที่ประธานอาเซียน อย่างไรก็ตาม การชี้แจงจะเริ่มจากประเทศในอาเซียน ควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจคณะทูตานุทูตต่างชาติในไทย และเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศชี้แจงให้รัฐบาลประเทศนั้นๆ ได้ทราบ รวมถึงการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับสื่อต่างชาติถึงสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น

 

“วินธัย”ระบุการฝึกทหารยังคงได้รับความร่วมมือ 

                ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะคณะทำงานโฆษกคสช. แถลงว่า เนื่องจากมีหลายฝ่ายมีข้อสงสัยเรื่องความร่วมมือระหว่างไทยกับต่างประเทศ ในเรื่องความร่วมมือการฝึกทางทหารโดยหลักๆยังคงได้รับความร่วมมือเหมือนเดิม คงมีเฉพาะบางหลักสูตรของประเทศออสเตรเลีย ประเทศสหรัฐอเมริกาที่ยังชะลออยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีหลักสูตรนี้

                พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ขณะนี้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียกระจายข่าวสารในรูปแบบต่างๆ ถ้าไม่มั่นใจตนอยากขอให้มาสอบถามจากทีมงานโฆษกคสช.โดยตรง เพราะบางข้อมูลนำมาสู่ความสับสน เช่น มีการเผยแพร่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าไปขอรื้อค้นบ้านในภูมิภาคต่างจังหวัด จากการตรวจสอบแล้วไม่มี คาดว่าเป็นข้อมูลที่ปั้นแต่งขึ้นมา เรียนว่าถ้าเจ้าหน้าที่ออกปฎิบัติหน้าที่ขอตรวจค้นต้องแต่งเครื่องแบบครบ และเป็นการปฎิบัติหน้าที่ส่วนใหญ่จะทำร่วมกันทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เป็นการทำงานเหมือนลักษณะการทำงานของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ขอให้สบายใจ และอย่างน้อยก็สามารถขอให้เจ้าหน้าที่ยืนยันแสดงตัวเพื่อตัดปัญหาการสร้างข่าวลือว่าเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจไปกระทำไม่ดีต่อทรัพย์สินของประชาชน

                พ.อ.วินธัย กล่าวถึง กิจกรรมสลายสีเสื้อ ว่า ในระดับระยะแรกที่เราดำเนินการเราต้องการให้มีการจัดกิจกรรมตั้งแต่ระดับเล็กคือระดับครอบครัวที่มีความคิดต่างเริ่มมีการพูดคุยกัน ซึ่งในระดับครอบครัวทำได้ง่าย แต่ในระดับหมู่บ้าน ตำบล เราได้นำกรณีนี้มาเป็นตัวกำหนด เพราะบางคนไม่เคยทำกิจกรรมร่วมกัน การจัดแสดงดนตรีคือส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรม แต่เรายังไม่ได้กำหนดอาจจะมีการจัดให้มีการเล่นกีฬา หรือชมภาพยนตร์ด้วยกัน อะไรก็ได้ที่ทำให้มีการทำกิจกรรมร่วมกัน ให้คนไม่เคยทำด้วยกันมาทำด้วยกัน สำหรับโครงสร้างในระดับอื่นอยู่ในช่วงดำเนินการ

 

งาน"คืนความสุข สู่ประชาชน"อนุสาวรีย์ชัยฯคึกคัก

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ลานเอนกประสงค์ เกาะพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ร่วมกับกองพลทหารม้าที่ 2 และกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้จัดการแสดงและดนตรี ชื่องาน “คืนความสุขสู่ประชาชน” ตั้งแต่เวลา 16.00 - 19.00 น. ซึ่งภายในงาน มีการแสดงดนตรีจากวงดุริยางค์ทหารบกและวงดุริยางค์ตำรวจ การแสดงโปงลางจากสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวกทม. มีกิจกรรมการแสดงต่างๆ การแสดงวงโยธวาทิตของนักเรียนโรงเรียนราชวินิตมัธยม

               นอกจากนี้ยังมีการออกร้านของผู้ประกอบการ ผู้ค้าบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จุดบริการอาหารเครื่องดื่มบริการฟรี ของหน่วยพลาธิการทหาร มีบริการทางการแพทย์ ตรวจสุขภาพ โดยหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่ของโรงพยาบาลพระมงกุฏ การบริการอาหารและเครื่องดื่มฟรีจากกรุงเทพมหานคร ตำรวจ อีกทั้งกองพลทหารม้าที่ 2 นำทหารม้ามาร่วมโชว์ในงานด้วย พร้อมบังเกอร์จำลอง ให้ประชาชนได้ถ่ายภาพ จุดบริการทำบัตรประชาชนเคลื่อนที่ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้าชมงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประชาชนที่สัญจรไปมา บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ให้ความสนใจ ซึ่งมีการดูแลรักษาความปลอดภัยจากทหารและตำรวจ รอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยไม่มีการปิดการจราจรแต่อย่างใด


คสช.ประสานวธ.-พม.จัดกิจกรรมสมานฉันท์

               นางสาวปัฐมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณะทำงานโฆษก คสช. แถลงว่า การขับเคลื่อนตามนโยบายปรองดองและสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและศูนย์ปรองดองและสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปของกอ.รมน.ก็ได้ดำเนินการเต็มที่ และจากการที่พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้าคสช. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสังคมและจิตวิทยา ได้พบผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ได้ขอให้กระทรวงปรับกิจกรรมที่จะดำเนินการให้เข้ากับเจตนารมณ์ของคสช. เช่น วัฒนธรรมสัญจรหรือละครเวทีสัญจรให้มีการสอดแทรกเรื่องการปรองดองเข้าไปด้วยเพื่อให้คนไทยมีความรัก ความสามัคคี นอกจากนี้ยังได้ดูงานที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการในขอบเขตที่ทำได้ โดยเน้นกิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคมลดความขัดแย้ง ทำให้สังคมสงบสุข

               น.ส.ปัฐมาภรณ์ กล่าวว่า ด้านความคืบหน้าด้านกฎหมายและความยุติธรรมได้มีการประชุมกับผู้แทนกระทรวงและสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อรวบรวมข้อมูลด้านกฎหมายที่ไม่อำนวยต่อการปฏิบัติงานของส่วนราชการและไม่อำนวยความสะดวกต่อประชาชนและผู้ประกอบการที่มาใช้บริการของราชการ ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีความชัดเจนเพื่อรวบรวมพิจารณาดำเนินการต่อไป

 

ชูมิติวัฒนธรรมสร้างสมานฉันท์

               ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เวลา 09.00 น. พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าคณะฝ่ายสังคมจิตวิทยา พร้อมคณะ เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมและรับฟังแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงวัฒนธรรม โดยมีนายปรีชา กันธิยะ ปลัด วธ.ผู้บริหารระดับสูง     และข้าราชการให้การต้อนรับ  โดยพลเรือเอกณรงค์ ได้เข้าสักการะ พระบรมสารีริกธาตุพร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการประวัติความเป็นมา และภารกิจของ วธ.ในด้านต่างๆ จากนั้นได้บันทึกภาพร่วมกับคณะผู้บริหารระดับสูง  และได้เข้าประชุมรับฟังแนวทางการขับเคลื่อนงาน และมอบนโยบายการดำเนินงานของ วธ.

               พลเรือเอกณรงค์ กล่าวภายหลังการมอบนโยบาย ว่า การเดินทางครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการเข้าตรวจสอบการทำงานของ วธ.อย่างเป็นทางการ แต่เป็นการเยี่ยมเยียนผู้บริหารเพื่อรับฟังรายละเอียดการปฏิบัติการ รวมทั้งรับฟังปัญหาอุปสรรค และแนวทางการทำงานในอนาคต ทั้งนี้จากการรับฟังข้อมูลได้รับทราบถึงโครงการที่ต้องเร่งดำเนินการในปี 2557 ที่ยังค้างอยู่ รวมทั้งแผนงบประมาณในปี 2558 ที่ต้องดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญของการพัฒนาด้านวัฒนธรรมส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับระบบการบริหารราชการกระทรวงเชิงโครงสร้าง และกลไกลของการปฏิบัติอาทิ การผลักดันร่างกฎกระทรวงที่สำคัญต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ในการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)  ซึ่งในส่วนนี้ คงต้องให้มีการจัดตั้งสภา แล้วจึงจะสามารถนำเข้าสู่การพิจารณาต่อไป  อย่างไรก็ตาม วธ. ได้ปรับกิจกรรมเดิมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่สังคมต้องการความสามัคคี ปรองดอง อาทิ งานวัฒนธรรมสัญจร  จัดละครความสามัคคีในภูมิภาค และการประกวดคลิปต่างๆ  ส่วนการดำเนินงานก่อสร้างในโครงการต่างๆ ที่ยังติดขัดอยู่ก็จะมีการพิจารณาดำเนินการต่อไป  ซึ่งเยี่ยมชมการทำงานของ วธ. ครั้งนี้ ถือว่าได้รับประโยชน์มาก และจะช่วยผลักดันการดำเนินงานให้ลุล่วงโดยเร็ว

               “ทุกกิจกรรมจะส่งเสริมให้ประชาชนได้มีความรู้สึกรักใคร่ปรองดองเกิดความสามัคคีในชาติ นำเสนอในรูปของดนตรี บทเพลง บทละคร จะเลือกเนื้อหาเกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปได้รู้สึกเกิดความปรดองสามัคคีในสังคม   เช่น การสร้างละครกับคณะละครไปสัญจรตามที่ต่างๆ ที่พิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่ งานของ วธ. ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุน งานของ คสช.สร้างความปรองดองชาตินำความสุขสู่คนไทย  หลังจากนี้ ก็จะมีการพิจารณากิจกรรมให้หลากหลายขึ้น เพื่อกระจายความสุขให้เข้าถึงคนทั่วประเทศ” พลเรือเอกณรงค์ กล่าว

               นายปรีชา กล่าวว่า ได้นำเสนอโครงการเร่งด่วนปี 2557 ที่สอดคล้องกับการดำเนินงานของ คสช.   ได้แก่ 1.โครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  2.โครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร 3.โครงการวัฒนธรรมสร้างไทยสร้างชาติ สร้างสมานฉันท์ อาทิ โครงการวัฒนธรรมสัญจร “เรียกรอยยิ้ม..คืนความสุข” โครงการละควรเวทีสัญจร “สามัคคีมีฤทธิ์” โครงการประกวดคลิปวีดีโอ  “ขอเป็นคน 1” เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้กับประชาชน นอกจากนี้ยังมีโครงการที่ต้องการรับการสนับสนุน อาทิ โครงการเยียวยาศาสนสถาน โบราณสถานที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว


สระแก้วเชิญแกนนำ2กลุ่มจิบกาแฟสมานฉันท์

              ที่กองบังคับการจังหวัดทหารบกสระแก้ว ค่ายสุรสิงหนาท อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ จ.สระแก้ว นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว, พล.ต.สุริยา ปาวรีย์ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสระแก้ว, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สก., นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ปลัดจังหวัดสระแก้ว  ได้เชิญแกนนำมวลชนทุกกลุ่มที่มีความขัดแย้งทางความคิด   มาร่วมจิบกาแฟสมานฉันท์พร้อมรับประทานอาหารเช้าร่วมกัน  เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน   ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยดี    ขณะเดียวกัน นายภัครธรณ์ ได้ติดเข็มกลัดรูปแผ่นดินประเทศไทย เขียนว่า คนไทยรักษ์แผ่นดิน มอบให้กับแกนนำมวลชน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย  กลุ่ม นปช (อิสระ) ,กลุ่ม นปช. (แดงสระแก้ว) และ  กลุ่ม กปปส.สระแก้ว