ข่าว

ชำแหละ กกต.-ครบ11ปี

ชำแหละ กกต.-ครบ11ปี

28 มิ.ย. 2552

ยังมี "คำถาม" อย่างมากกับ "มาตรฐาน" การทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ทั้งที่องค์กรอิสระแห่งนี้ตั้งมาจนครบ 11 ปีไปเมื่อเร็วๆ นี้ และเสียงวิจารณ์ถึง "มาตรฐาน" ของ กกต. ก็มีมาเรื่อยจนถึง กกต.ชุดปัจจุบันที่ทำงานมาเกือบครบ 3 ปีแล้ว

 อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ "ข้อกังขา" เหล่านี้ ไม่ยอมหมดไปเสียที

 เรื่องอย่างนี้ต้องมองจากคนที่รู้ปัญหาของ กกต.อย่างแท้จริงซึ่งคลุกคลีกับการปฏิบัติงานของ กกต.มายาวนาน อย่าง ร.ต.วิจิตร อยู่สุภาพ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็น "เลขาธิการ" คนแรก และอยู่จนครบวาระ 5 ปีเต็ม   

 "น่าคิดเหมือนกันว่าทำไม กกต.จัดการเลือกตั้งมาถึง 11 ปีแต่คนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้งนักการเมืองระดับชาติ ท้องถิ่น รวมทั้งสื่อมวลชน ยังไม่ค่อยยอมรับในการดำเนินการของ กกต.บอกว่ามีหลายมาตรฐาน เพราะข้อมูลหรือข้อเท็จจริงอย่างเดียวกันบางทีก็ให้ใบเหลือง แต่บางครั้งก็ให้ใบขาวคือยกคำร้องไป หรือบางครั้งที่ผ่านมาเคยมีการวางมาตรฐานว่าอย่างนี้ทำไม่ได้ แต่ต่อมาบอกว่าทำได้ ซึ่งทำให้เกิดครหาว่ามีการเลือกปฏิบัติ"

 "วิจิตร" เริ่มจากการตั้งข้อสังเกต จากนั้นชี้ว่าสาเหตุแท้จริง น่ามาจากการที่ กกต.แต่ละคนมีอิสระ ไม่มีใครขึ้นกับใคร

 "อำนาจองค์กรอิสระ มันใหญ่จริงๆ เพราะใครใหญ่กว่านักการเมืองได้ มันใหญ่จริงๆ มันพอง ปัญหาของ กกต.ทุกชุด คือ กกต.แต่ละคนมีแนวคิดของตนเองเพราะถือว่าท่านมาตามรัฐธรรมนูญ จึงมีอิสระที่จะมีความคิดเห็นอย่างไรก็ได้ ทำให้กฎหมายเดียวกัน แปลกันไปคนละอย่าง ยุคสมัยหนึ่งเคร่งครัดแทบตาย แต่พอมาอีกสมัยหนึ่งกลับปล่อย และระยะหลังยิ่งรัฐธรรมนูญกำหนดว่า หลังมีการประกาศผลการเลือกตั้ง หากจะให้ใบเหลือง-ใบแดงกับ ส.ส. ส.ว. ต้องผ่านการกลั่นกรองของศาลก่อน ซึ่งส่วนมากคำวินิจฉัยของศาลจะยกคำร้องความเห็นของ กกต. ที่เห็นควรให้ใบเหลือง-ใบแดง ทำให้ กกต.ไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับ"

 "วิจิตร" ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาในเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องยากจริงๆ เพราะไม่เหมือนกับมาตรฐานทางอุตสาหกรรม ที่มี "สูตรสำเร็จ"

 แต่การวินิจฉัยคดีเป็นเรื่องของ "ดุลพินิจ" เป็นเรื่องเกี่ยวกับแนวคิด ซึ่งทางแก้ในเรื่องนี้ กกต.ต้องดูตัวเองว่า จะพัฒนาให้ดีขึ้นได้อย่างไร 

 นอกจากนี้ สาเหตุสำคัญประการหนึ่งก็มาจากการที่ "การเมือง" เข้าแทรกแซงการทำงานของ กกต.

 "นักการเมืองแทรกแซง กกต. ตั้งแต่ขั้นตอนการสรรหา กกต. และเมื่อเป็น กกต. ก็มีการให้งบประมาณที่ กกต.ขอเยอะๆ ส่วน กกต.ก็เอื้อประโยชน์ให้ เห็นได้จากคำวินิจฉัยของ กกต. บางครั้งก็ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานอย่างที่เคย ส่งผลให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ไม่เชื่อมั่น กกต. ไม่เคารพกฎหมาย ถึงขนาดที่ผู้สมัครพูดกันว่า ถึงถูกจับได้ก็ไม่เป็นไร ไปวิ่งเต้นกับเจ้าหน้าที่เอาข้างหน้า ดังนั้น กกต. ต้องอย่ากลัวอิทธิพลหรือใจอ่อนกับนักการเมือง ต้องใช้อำนาจหน้าที่กับทุกพรรคการเมืองเหมือนกัน ไม่ใช่กับพรรคการเมืองหนึ่งก็อย่างหนึ่ง แต่พอกับอีกพรรคการเมืองหนึ่งก็อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ นักการเมืองก็แทรกแซงได้ง่าย"

 การจัดการเลือกตั้งที่มีประสิทธิภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะหมายถึงประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการเลือกตั้ง...นั่นเอง

 ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่ กกต.ควรทำในสายตาของ "วิจิตร" ก็คือ กกต.ต้องออกแบบเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กร เพราะขณะนี้พนักงาน กกต.มีจำนวนมากถึง 2,000-3,000 คน

 "แต่ปัญหาตอนนี้คือ คนที่มีความรู้ความสามารถแต่ปฏิบัติหน้าที่ขัดใจผู้บังคับบัญชา ถูกแขวนไม่ใช้งาน เดินไปเดินมาจนแทบจะชนกัน มีเรื่องสีนั้นสีนี้ แทนที่จะช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ก็กลายเป็นช่องโหว่ไป ดังนั้น กกต.ต้องพัฒนา กกต.จังหวัด และพนักงาน กกต.ให้มีประสิทธิภาพ เพราะการเลือกตั้งจะกลับมาใช้ 400 คน 400 เขต เขตละคนเหมือนเดิม ซึ่งต้องใช้คนในการจัดการเลือกตั้งถึงล้านกว่าคน"

 แต่ถึงอย่างไร กกต.ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีต่อไป ไม่ควรที่จะ "ยุบทิ้ง"

 "ต่างประเทศในหลายประเทศ ก็มีองค์กรจัดการเลือกตั้ง อินเดียประเทศต้นแบบประชาธิปไตย ออสเตรเลีย สหรัฐ ก็มี ก็เข้มแข็งดี เราไม่ควรถอยหลังเข้าคลองกลับไประบบเดิม เพราะว่าหากให้ข้าราชการจัดการเลือกตั้ง ก็ยิ่งล้มเหลวใหญ่ เพราะนักการเมืองพอเข้าไปก็กดหัวข้าราชการ ซึ่งข้าราชการไม่ว่าใคร จะเก่งแค่ไหน เจอนักการเมืองก็ฝ่อหมด ตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวง อธิบดีลงมาเลย"

 การทำงานของ กกต.ชุดนี้ "วิจิตร" ให้คะแนนสอบผ่าน แต่ก็มองว่าอาจมีหลายคนที่ยังไม่พอใจในผลงานและติดใจในเรื่องเอกภาพของ กกต. เพราะเห็น กกต.ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนโจมตี กกต.ด้วยกันก็มี

 พร้อมกับคำฝากที่ว่า "กกต.ต้องมุ่งมั่นในการจัดการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพ ต้องทำงานให้ทันต่อเหตุการณ์ ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ใครว่าได้ ว่าทำงานช้าหรือ "ดับเบิลสแตนดาร์ด"

 

** โต๊ะข่าวการเมือง**