ข่าว

เรือนเวลาหรูเพื่อหนุ่มผู้มีไลฟ์สไตล์

เรือนเวลาหรูเพื่อหนุ่มผู้มีไลฟ์สไตล์

06 มิ.ย. 2557

เกาะกระแสแฟชั่น : เรือนเวลาหรูเพื่อหนุ่มผู้มีไลฟ์สไตล์ : โดย...จ้าว ก.ไก่ ณ บางนา

 
                      ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงต่อวันเท่ากัน แต่สิ่งที่ไม่เท่ากันคือ เครื่องมือบอกเวลา อันนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละคน เช่น กำลังทรัพย์ รสนิยม หรือ ไลฟ์สไตล์ จึงเป็นโจทย์ให้แต่ละค่ายต้องขบคิดเพื่อหาหนทางเจาะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงเป้าหมายที่สุด ที่กล่าวมานี้ไม่เว้นแม้แต่เรือนเวลาระดับลักชัวรี่สัญชาติฝรั่งเศสอย่าง "คาร์เทียร์" ล่าสุด เกรกัวร์ บลานซ์ ผู้อำนวยการบริหารคาร์เทียร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย เพิ่งจัดงาน "คาร์เทียร์ เชพ ยัวร์ ไทม์" เฉลิมฉลองให้กับการเปิดตัวนาฬิกาคอลเลกชั่นใหม่ "คาลิเบอร์ เดอ คาร์เทียร์ ไดฟเวอร์" พร้อมกับถือโอกาสเดียวกันนี้จัดนิทรรศการแสดงประวัติศาสตร์ในการประดิษฐ์นาฬิกาสุภาพบุรุษ โดยจัดขึ้นที่ ซีวิค พลาซ่า นีอาน ซิตี้ ประเทศสิงคโปร์
 
                      เกรกัวร์ บลานซ์ เผยว่าปี 2014 มีน้องใหม่ถือว่าเป็นดาวเด่นประจำปี "คาลิเบอร์ เดอ คาร์เทียร์ ไดฟเวอร์" ว่าถือเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของคาร์เทียร์ ด้วยว่าได้รับการรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันและภายใต้สภาวะสุดขั้วต่างๆ ด้วยคุณสมบัติที่บรรจบกับความท้าทายของการผสมผสานสไตล์คาร์เทียร์ให้เข้ากับความต้องการทางด้านเทคนิคตรงตามมาตรฐานของ ISO6425 ซึ่งมีไว้สำหรับควบคุมการใช้ฉลาก "นาฬิกาดำน้ำ" ที่จำเป็นต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานถึง 8 ข้อ ในแง่ของความเชื่อถือไว้วางใจได้และผ่านการทดสอบอันเข้มงวดสูงสุด นอกจากนี้ยังมี "โรตอน เดอะ คาร์เทียร์ แอสโทรคาเลนดาร์" โดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นการทำงานของปฏิทินตลอดชีพ และ "โรตอน เดอ คาร์เทียร์ เอิร์ธ แอนด์ มูน วอทช์" หาได้มีแค่เพียงความเที่ยงตรงและแม่นยำ ยังเป็นเรือนเวลาที่สามารถแสดงผลข้างขึ้นข้างแรมได้อย่างลงตัว
 
                      ขณะเดียวกันในนิทรรศการ "คาร์เทียร์ เชพ ยัวร์ ไทม์" ยังได้นำเรือนเวลาสุดหรูร่วมสมัยกว่า 50 เรือนล้วนเป็นแบบฉบับคาร์เทียร์ มาจัดแสดงเริ่มจาก "ซานโตส" เป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรก ถือกำเนิดในปี ค.ศ.1904 โดย หลุยส์ คาร์เทียร์ ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้เกิดขึ้นกับโลกของการประดิษฐ์นาฬิกาเพื่อนักบิน ด้วยโจทย์ที่ว่า "เครื่องมือบอกเวลาต้องไม่รบกวนการควบคุมเครื่องบินและการบิน" ถือเป็นจุดเปลี่ยนจากนาฬิกาพกพาสู่นาฬิกาข้อมือ ขณะเดียวกันก็เป็นเสมือนเครื่องประดับไปในตัว เรียกว่าเป็นตัวแทนของการแสดงออกถึงศิลปะสไตล์อาร์ต เดโค ในยุคเริ่มแรกก็ว่าได้
 
                      ขณะที่ "แทงก์" ถือกำเนิดขึ้นในระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ในปี ค.ศ.1917 และมอบให้กับนายพลจอห์น เพิร์สชิ่ง ผู้บัญชาการกองทัพเออีเอฟ ในยุโรป โดยอ้างอิงมาจากส่วนที่เป็นแนวนอนตามพื้นราบของบรรดารถถังเรโนลท์ ต่อมานาฬิกาเรือนนี้ได้รับความนิยมจากเหล่าบุคคลสำคัญชื่อดังของโลก อาทิ แอนดี้ วอร์ฮอล, ทรูแมน คาโพตี, อีแซงต์ โลรองต์ เป็นต้น ส่วน "บัลลอง เบลอ เดอ คาร์เทียร์" ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.2007 ด้วยรูปทรงกลมมนจากด้านบนและด้านล่าง พร้อมด้วยเม็ดมะยมจักรกลการไขลานที่ตกแต่งด้วยคาโบชองแซพไฟร์ ผสานกับความโดดเด่นของโลหะโค้งล้ำค่าซึ่งคอยปกป้องคาโบซองนี้ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ชี้ชวนให้เห็นถึงความคลาสสิกและความล้ำสมัยแห่งอนาคต ทำให้เรือนเวลานี้ได้รับนิยมจากหนุ่มผู้มีไลฟ์สไตล์ฝั่งโลกตะวันออกไม่จืดจาง นอกจากนี้ยังมี "เรือนเวลาชั้นสูง" หรือ "ไฟน์ วอทช์เมกกิ้ง คอลเลกชั่น" นับเป็นตัวแทนของวิวัฒนาการล่าสุดของเครื่องบอกเวลาแห่งคาร์เทียร์ ทั้งยังเชื่อว่าเป็นการสืบทอดประเพณีอันยาวนานทั้งในแง่ของการประดิษฐนาฬิกาข้อมือและนาฬิกาตั้งโต๊ะให้ยังคงดำเนินสืบไปอย่างต่อเนื่อง