ข่าว

ช่างภาพไทยกับประสบการณ์"ไมเคิล แจ็คสัน"อินแบงค็อก

ช่างภาพไทยกับประสบการณ์"ไมเคิล แจ็คสัน"อินแบงค็อก

28 มิ.ย. 2552

คนไทยหลายคนเคยมีประสบการณ์ร่วมกับ "ไมเคิล แจ็กสัน" ระหว่างการทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลกเมื่อ 10 ปีก่อน หนึ่งในนั้นคือ "ทวีชัย เจาวัฒนา" บรรณาธิการภาพเครือเนชั่น ภาพของราชาเพลงป๊อปโลดแล่นอยู่บนเวที ท่ามกลางแสง สี เสียงตระการตา ยังติดตรึงใจอยู่ทุกวันนี้

 ข่าวการทัวร์คอนเสิร์ตของไมเคิล แจ็กสัน ณ สนามศุภชลาศัย จัดโดยบริษัท เสริมสุข จำกัด เรียกความสนใจจากแฟนเพลงนักร้องลูบเป้าชาวไทยเป็นประวัติการณ์ ชนิดบัตรราคาถูกสุด 500 บาท ยันแพงสุด 3,000 บาท ขายหมดเกลี้ยงภายในพริบตา มีการโหมโปรโมทอย่างยิ่งใหญ่ ตลอด 10 วันก่อนการแสดงจริง สงครามสื่อขุดคุ้ยรายละเอียดเกี่ยวกับคอนเสิร์ตอย่างเมามัน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเครื่องบินเหมาลำกับนักเต้นหลายร้อยชีวิต ยันอุปกรณ์ประกอบฉาก ทั้งไฟและเครื่องเสียงอีกกว่า 300 ชิ้น

 "สายไฟเมตรละหมื่นบาท จำได้ว่าเขาขนกันมาเป็นพันๆ เมตร ตู้ลำโพงสูงกว่า 5 เมตร ยาวฝั่งละ 25 เมตรเรียงเป็นแถว ม่านแสงชั้นเทพ" ทวีชัย เท้าความทรงจำด้วยภาษาวัยรุ่น 2009

 ทวีชัยเป็นหนึ่งในช่างภาพเพียงไม่กี่คนที่ได้ไปบันทึกภาพของราชาเพลงป๊อป เขาได้รับคำสั่งจากกองบรรณาธิการเดอะเนชั่นและกรุงเทพธุรกิจ ชนิดกำชับว่าต้องได้ภาพชุดเอ็กซ์คลูซีฟ หรือลับสุดๆ ของไมเคิลมาให้ได้ นอกเหนือจากภาพที่ประชาสัมพันธ์อนุญาตให้บันทึก กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ระดับแนวหน้าทั้งสองฉบับ ต้องการนำเสนอให้แฟนเพลงได้เห็นอิริยาบถของซูเปอร์สตาร์มากที่สุด ทั้งรอยยิ้มและท่าเต้น โดยเฉพาะท่าเต้นกุมเป้ากางเกงอันเป็นเอกลักษณ์ของราชาเพลงป๊อปผู้นี้ ที่ได้กลายเป็นท่าเต้นยอดฮิตของคนเกือบทั้งโลกก็ว่าได้

 เรื่องการบันทึกภาพไมเคิล แจ็กสัน มีกฎค่อนข้างเข้มงวดพอๆ กับเรื่องการตีพิมพ์ภาพ บอดี้การ์ดจะจำกัดจำนวนช่างภาพและผู้สื่อข่าวที่เข้าชม โดยอนุญาตให้บันทึกภาพจากมุมที่กำหนดให้และจำกัดเพียงแค่ 2 เพลงเท่านั้น ดังนั้น ทวีชัยจึงต้องหาทางบันทึกภาพให้ได้ตามความต้องการของกองบรรณาธิการข่าว ด้วยการซุกกล้องปะปนเข้าไปกับคนดูอีกครั้ง หลังเสร็จสิ้นภารกิจหลักแล้ว...แต่อุปสรรคสำคัญของบรรณาธิการภาพเครือเนชั่น คือ กล้องถ่ายภาพสมัยนั้นยังเป็นกล้องฟิล์ม ไม่มีกล้องดิจิทัลทันสมัยเหมือนยุคปัจจุบัน จึงต้องวางแผนให้รัดกุมเพื่อให้ได้ภาพที่ต้องการ ขณะเดียวกันก็ต้องนำไปใช้ตีพิมพ์ได้ด้วย

 "แผนคือไม่ใช้แฟลช เพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกต ระยะถ่ายต้องอยู่ในพิกัดพอดีๆ ไม่ไกลจนเกินไป ใช้เลนส์คุณภาพดีที่สุด เนื่องจากฟิล์มจำกัดความไวแสงไม่สูงมาก เพราะต้องนำไปขยายต่อ พอผมถ่ายภาพการแสดงครบ 2 เพลงเสร็จก็ถูกนำตัวออกมาด้านนอก ผมก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วฝากกระเป๋ากล้องกับน้องๆ ช่างภาพ แล้วจึงแฝงตัวเข้าไปกับเพื่อนๆ ที่ซื้อบัตรเข้าไปดูคอนเสิร์ต ต้องเบียดผู้คนแทรกเข้าไปหน้าเวทีให้ได้ระยะถ่ายภาพ เพื่อจะได้เห็นลีลาท่าเต้นและแอ็กชั่นของไมเคิล แจ็กสัน ให้ได้มากที่สุด" ทวีชัย เล่า

 วันนั้น ไมเคิล แจ็กสัน เปิดคอนเสิร์ตด้วยเพลง "Bit It" พร้อมกับโชว์ท่าเต้นรูดปลายเท้าไม่ผิดแผกไปจากที่เคยเห็นในมิวสิกวิดีโอ เสียงผู้ชมกรีดร้องด้วยความชื่นชมและลุ่มหลงในเสน่ห์ของราชาเพลงป๊อปดังกระหึ่มไปทั้งสนามศุภชลาศัย ทวีชัยเองก็อดทึ่งกึ่งประทับใจไม่ได้เมื่อได้เห็นตัวจริงของซูเปอร์สตาร์ระดับโลกในระยะแค่เอื้อม การกระโดดโลดเต้นไปทั่วเวที เล่นกับแฟนเพลง แววตากราดมองผู้ชมอย่างดุดัน ก่อนโปรยยิ้ม เรียกเสียงกรี๊ดได้อีกคำรบ ทวีชัยเปรียบไมเคิลตอนนั้นเป็นเหมือนกระทิงดุ ปราศจากแววของคนอมโรค แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังของมนุษย์บันเทิงที่ตรึงอารมณ์คนดูไว้ได้ตลอด 3 ชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่ 1 ทุ่มครึ่งยัน 4 ทุ่มครึ่ง   
 ทั้งที่แฟนเพลงมารอกันตั้งแต่ 10 โมงเช้า !?!

 ช่วงนั้นไมเคิล แจ็กสัน กำลังโปรโมทเพลง "We Are The World" โดยจับกระแสโรคเอดส์กับประเทศด้อยพัฒนาเพื่อช่วยเหลือระดมทุนจากทุกประเทศที่เขาไปเปิดคอนเสิร์ต ไมเคิลจะใช้เด็กๆ ในประเทศนั้นๆ ร่วมแสดงทั้งร้องและเต้น ประเทศไทยเองก็มีฉากอันน่าประทับใจนี้เช่นกัน ทีมงานใช้ลูกโลกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตร กับเทคนิคการยิงแสงเลเซอร์ ควบคู่ไปกับการเล่นเวฟ (คลื่น) กับผู้ชม ทำเอาสนามศุภฯ แทบแตกจากเสียงกรี๊ดของคนดูที่เกิดจากความประทับใจจนเอ่อล้นออกมา

 "ภาพคนไทยช่วยกันร้องเพลง We Are The World ผ่านจอโปรเจกเตอร์ขนาด 300 นิ้ว มีทั้งรอยยิ้ม น้ำตา ที่เกิดจากความสุขใจ ประทับใจ มันเป็นครั้งแรกที่คนไทยได้สัมผัสกับการแสดงที่เรียกได้ว่าเป็นมหากาพย์ ผมเองก็เพิ่งได้เห็นได้ฟังครั้งนี้แหละ เมื่อก่อนเคยได้ยินแต่คนอื่นเล่าให้ฟังว่ามันยิ่งใหญ่ยังไง"

 เมื่อไมเคิล แจ็กสัน เสียชีวิตเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ทวีชัยหลับตานึกย้อนกลับไปยังวันวาน วันที่เขาได้บันทึกภาพซูเปอร์สตาร์ราชาเพลงป๊อป เหมือนกับเพิ่งผ่านไปเพียงไม่กี่ปี สลับกับข่าวการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ ทวีชัยเอื้อมมือไปหยิบภาพไมเคิลที่เขาบันทึกเอาไว้ ถอดความรู้สึกทีละภาพๆ เห็นแววตามุ่งมั่น ท่วงท่ามั่นใจ ของผู้ชายผิวหมึกหน้าขาว คอนเสิร์ตครั้งนั้นเป็นทั้งประวัติศาสตร์ของชายผู้บันทึกภาพ และยังเป็นหนึ่งในความประทับใจ...ที่เขาไม่มีวันลืม