ข่าว

พัทยา-ภูเก็ตคึกคักหลังคสช.ยกเลิกเคอร์ฟิว

พัทยา-ภูเก็ตคึกคักหลังคสช.ยกเลิกเคอร์ฟิว

04 มิ.ย. 2557

นักท่องเที่ยวเฮ! พัทยา-ภูเก็ต คึกคักนักท่องเที่ยวแห่ใช้บริการสถานบันเทิง หลัง คสช.ประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว

 
 
 
          วันที่ 4 มิ.ย.57 ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบบรรยากาศถนนว็อคกิ้งสตรีท พัทยาใต้ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นถนนแห่งสถานบันเทิงในยามกลางคืนที่สร้างสีสันให้กับเมืองพัทยา และเป็นที่สถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกนิยมมาเดินเที่ยวชมสีสันในยาวกลางคืน ซึ่งมีทั้งบาร์เบียร อโกโก้ แหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร เป็นต้น แต่หลังจากที่คณะ คสช.ได้ประกาศเคอร์ฟิวสถานบันเทิงย่านถนนว็อคกิ้งสตรีทต้องซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้ประกอบการท่องเที่ยว สถานบันเทิงได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า แต่เมื่อเฆมหมอกได้พัดผ่านไป ความมีชีวิตชีวาสีสัน ของถนนว็อคกิ้งสตรีท ก็กลับมาคึกคักอีกครั้งอีก เมื่อคณะ คสช.ยกเลิกเคอร์ฟิวให้กับเมืองท่องเที่ยว ซึ่งรวมเมืองพัทยาอยู่ด้วย 

          อย่างเช่น นักท่องเที่ยวชายหญิงชาวรัสเซีย พวกเขารู้สึกดีใจ และมีความสุขมาก ที่ได้ออกมาเดินจับจ่ายใช้สอยและเที่ยวชมสีสันบนถนนว็อคกิ้งสตรีท เพราะเมื่อ 2 วันก่อน พวกเขามาต้องเก็บตัวอยู่แต่ในห้องพักของโรงแรมเพราะกลัวเกิดปัญหาในเรื่องการประกาศเคอร์ฟิว แต่เมื่อทหารได้ยกเลิกเคอร์ฟิวพวกเขาก็มีความสุขที่ได้ ซึ่งอีกหลายคนเช่นกันที่พวกเขาต่างมีความสุขไม่แพ้กันที่พัทยาไม่มีเคอร์ฟิวแล้ว

          ขณะที่ นายบัณฑิต ศิริตันหยง ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงเมืองพัทยา ได้ออกมาแสดงความขอบคุณ คสช.พร้อมกับแสดงความคิดเห็นถึงผลกระทบที่มีต่อธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงประกาศเคอร์ฟิวว่า ในช่วงที่ทางทหารประกาศเคอร์ฟิวธุรกิจภาคการท่องเที่ยวเมืองพัทยาได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสถานบันเทิงภาคกลางคืน ซึ่งชาวต่างชาติเข้าใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นผับบาร์เบียร์ต่างๆ ซึ่งผลกระทบนั้นแผ่เป็นวงกว้างมาก เนื่องจากรายได้ของคนกลางคืนจะต้องกระจายไปสู่ภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง หรือแม้แต่ทุกๆภาคก็จะมีรายได้ลดตามลงมาด้วย

          แต่วันนี้ นับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่ทางคณะ คสช.ได้เล็งเห็นความสำคัญของประชาชน ก็ต้องฝากขอบคุณ คสช.เป็นอย่างมาก แทนพี่น้องที่ประกอบธุรกิจกลางคืน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ซึ่งจากนี้ไปเชื่อว่า จะนักท่องเที่ยวก็จะฟื้นความเชื่อมั่นกลับได้เช่นเดิมอย่างเร็ว และสร้างความสุขให้กับนักท่องเที่ยวในเร็ววัน และขอฝากถึงผู้ใหญ่ด้วยว่า หากมีการปรับทั้งทีก็ขอให้ปรับการท่องเที่ยวให้มีความยั่งยืนต่อไป โดยเฉพาะภาคบริการ ภาคสังคมตอนกลางคืน และการท่องเที่ยว เช่นพัทยา ภูเก็ต เกาะสมุย ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ลงทุนน้อย แต่เราสามารถนำเงินเข้าประเทศได้เป็นอย่างมากๆ กว่าอุตสาหกรรมใดอีกด้วย





ภูเก็ต-ทำความเข้า นทท. ให้เชื่อมั่นในการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ 
 
          ภายหลังคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ คสช. ได้มีประกาศ ฉบับที่ 52/2557 เรื่อง ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในบางพื้นที่ เพื่อเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยว และลดผลกระทบจากการห้ามออกนอกเคหสถานในพื้นที่ที่อยู่ในภาวะสงบ และปราศจากการชุมนุมทางการเมืองอันส่งผลกระทบความมั่นคงของชาติ จึงให้ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พื้นที่อำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ภูเก็ต ส่งผลให้บรรยากาศบริเวณซอยบางลา หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยร้านค้าต่างๆ ได้มีการเปิดให้บริการกันอย่างคึกคัก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เนื่องจากจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาท่องเที่ยวในช่วงกลางคืนนานขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการก็สามารถที่จะเปิดให้บริการได้นานขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้บรรยากกาศคึกคักกว่าช่วงที่มีการประกาศเคอร์ฟิวอย่างชัดเจน
 
          ขณะที่นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการยกเลิกเคอร์ฟิวว่า รู้สึกยินดีต่อคำสั่งดังกล่าว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวบริการ และการทำงานภาคกลางคืน รวมทั้งส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวหน้าโลว์ซีซันนี้ อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดจะกำชับผู้ประกอบการทุกแห่งในพื้นที่ให้อยู่ในกฎระเบียบกติกาของกฎหมายราชการ ให้ความร่วมมือ และปฏิบัติตามประกาศ และคำสั่งของ คสช.ทุกประการ นอกจากนี้ ทางจังหวัดภูเก็ตยังคงร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหารเรือในพื้นที่ และทหารจากมณฑลทหารบกที่ 41 ตั้งจุดตรวจเข้มงวดดูแลความปลอดภัยจามจุดต่างๆ เช่นเดิม เพื่อให้ภาวะความสงบต่างๆ เป็นปกติ ให้ประชาชนเกิดความปรองดองสมานฉันท์เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน และประเทศชาติต่อไป
 
         ทางด้านนายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมสถานบันเทิงหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ตนและผู้ประกอบการสถานบันเทิงดีใจเป็นอย่างมาก และขอบคุณทาง คสช. ตลอดจนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตที่ให้ความสำคัญกับเมืองท่องเที่ยว และยกเลิกเคอร์ฟิว ซึ่งเป็นลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงโลซีซั่นซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาก็จะมีจำนวนน้อยกว่าปกติอยู่แล้ว และเมื่อมาเจอประกาศเคอร์ฟิวก็ยิงทำให้จำนวนลกลงกว่า 80 % ซึ่งหลังจากมีการยกเลิกเคอร์ฟิวก็มั่นใจว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นเหมือนเดิม เพราะจะขยายเวลาเปิด ปิด ไปได้จนถึงเวลา 1 นาฬิกา ทั้งนี้ตนได้ประสานกับผู้ประกอบการเพื่อให้ช่วยทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการให้เข้าใจถึงสถานการณ์บ้านเมืองของประเทศไทย ว่าไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิด เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนอำนาจการปกครองและพยายามทำให้บ้านเมืองสงบเป็นปกติมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตที่มีมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่จากเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ จึงอยากให้นักท่องเที่ยวมั่นใจว่าปลอดภัยอย่างแน่นอน
 
          ส่วนนายปรีชาวุฒิ กี่สิ้น หนึ่งในผู้ประกอบการสถานบันเทิงป่าตอง กล่าวว่า ต้องขอบคุณ คสช.ที่ยกเลิกเคอร์ฟิวในจังหวัดภูเก็ต เพราะจะช่วยลดผลกระทบเรื่องของธุรกิจคนบันเทิงและสถานบันเทิง เนื่องจากปรับตัวไม่ทันและมีการขาดสภาพคล่องไปบ้างแล้ว แต่อย่างไรก็ตามหลังยกเลิกเคอร์ฟิวก็เชื่อมั่นว่านักท่องเที่ยวจะเข้าใจและมาท่องราตรีภูเก็ตมากขึ้น เพราะทางผู้ประกอบการเองก็พยายามอธิบายให้นักท่องเที่ยวเข้าใจถึงการปรับตัวของประเทศไทย เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ และเชื่อมั่นการทำงานของ คสช.เพราะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น
 
          นอกจากนี้จากการสอบถามนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลายรายที่ท่องเที่ยวอยู่บริเวณซอยบางลา ป่าตอง ต่างพูดในทำนองเดียวกันว่า ไม่รู้สึกกังวลกับการประกาศเคอร์ฟิวในประเทศไทย เพราะมั่นใจในระบบความปลอดภัย โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตแล้วพวกเขายิ่งมั่นในมากขึ้นเพราะไม่ใช่พื้นที่ขัดแย้งทางการเมือง