
'ปืนเถื่อน'อินเทอร์เน็ตลองของ'คสช.'ลุยล้างอาวุธ
'ปืนเถื่อน'อินเทอร์เน็ต ยุทธการลองของ'คสช.'ลุยล้างอาวุธ : ทีมข่าวอาชญากรรม
หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศให้ผู้ครอบครองอาวุธสงคราม เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด นำมาส่งมอบให้นายทะเบียนท้องถิ่นภายในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ซึ่งผู้ที่นำอาวุธมาส่งมอบในระหว่างนี้จะไม่มีความผิด แต่หากเลยกำหนดเวลาดังกล่าว ผู้ครอบครองอาวุธจะถูกดำเนินคดีอย่างเข้มงวด โดยมีโทษจำคุกตั้งแต่ 2-20 ปีนั้น ปรากฏว่าในระยะนี้มีผู้ที่ครอบครองอาวุธนำอาวุธหลากหลายชนิดมาทิ้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ
ล่าสุดที่ จ.ชลบุรี ทหารและตำรวจตรวจพบ ระเบิดอาร์พีจีจำนวน 27 ลูก และระเบิดขว้างอีกกว่า 100 ลูก ซุกซ่อนอยู่บริเวณสวนกล้วยแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 3 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี ขณะที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ระดมกำลังตรวจค้นอาวุธในพื้นที่สามารถจับกุมอาวุธปืนได้หลายร้อยกระบอก โดยเฉพาะที่ จ.สกลนคร สามารถทลายแหล่งผลิตอาวุธปืนไทยประดิษฐ์รายใหญ่ลงได้
แต่ดูเหมือนว่ามาตรการกวาดล้างอาวุธดังกล่าวไม่ได้ทำให้กลุ่มผู้ค้าอาวุธ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ค้าอาวุธผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเกิดความเกรงกลัว เนื่องจากพบว่าขณะนี้ยังมีการประกาศซื้อขายอาวุธปืนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอย่างโจ๋งครึ่ม
เพียงแค่เปิดอินเทอร์เน็ตในเว็บไซต์ที่นิยมใช้ในการเสิร์ชหาข้อมูล พิมพ์คำว่า "ขายอาวุธปืน" ก็จะลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่ประกาศซื้อขายอาวุธปืนปรากฏขึ้นจำนวนมาก และมีอาวุธปืนหลากหลายชนิดให้ผู้สนใจได้เลือกซื้อ ทั้งปืนสั้นและปืนยาว ตั้งแต่ ขนาด .22, .38, 9 มม., 11 มม. ไล่ไปจนถึงอาวุธสงครามอย่างอาก้า หรือเอ็ม 16 รวมถึงปืนที่ประดิษฐ์เองที่วัยรุ่นนิยมใช้อย่างปืนปากกา
ทีมข่าวทดลองโทรศัพท์ไปสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการซื้อขายอาวุธปืน ซึ่งผู้ค้าทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้สำหรับการติดต่อซื้อขายปืนไว้ในหน้าเว็บไซต์ ซึ่งผู้ค้ารายนี้ยืนยันว่ามีอาวุธปืนไว้สำหรับจำหน่ายให้ผู้สนใจ ตามที่โฆษณาขายไว้ในหน้าเพจ โดยราคาซื้อขายมีราคาแค่หลักพัน และระบุชัดเจนว่าเป็นปืนเถื่อนไม่สามารถจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ และผู้ขายจะส่งอาวุธปืนให้ทางไปรษณีย์ทันทีที่ได้รับการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก
การซื้อขายอาวุธปืนทางอินเทอร์เน็ตไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ แต่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งพบว่าอาวุธเหล่านี้บางส่วนถูกซื้อขายเพื่อนำไปใช้ก่อเหตุร้ายแรง อย่างเช่นเมื่อเร็วๆ นี้ ตำรวจชุดสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ล่อซื้ออาวุธสงคราม 2 กระบอก จากผู้ค้าอาวุธผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ก่อนจะขยายผลไปสู่การจับกุมอดีตทหารพรานที่ จ.ลพบุรี ตามด้วยการค้นบ้านพักพบอาวุธสงครามซุกซ่อนอยู่จำนวนมาก หลังจากนั้นได้ขยายผลไปสู่การทลายคลังอาวุธขนาดย่อมๆ ที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเกี่ยวพันกับกลุ่มที่ก่อความไม่สงบในการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา
พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบงานด้านป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ยอมรับว่า ปัจจุบันมีเครือข่ายค้าอาวุธใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อในการจำหน่ายอาวุธอยู่จำนวนมาก ซึ่งที่มาของอาวุธมีทั้งที่นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านและผลิตขึ้นเองภายในประเทศ โดยตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบขยายผล เพื่อทลายกลุ่มเครือข่ายค้าอาวุธกลุ่มนี้ ควบคู่ไปกับการขยายผลกวาดล้างแหล่งซ่องสุมอาวุธในแหล่งอื่นๆ ทั่วประเทศ
"ข้อมูลล่าสุดพบว่า มีปืนเถื่อนอยู่ในประเทศประมาณ 27,000 กระบอก ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้านทางภาคเหนือและภาคตะวันออก บางส่วนนำมาจำหน่ายต่อผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยปีที่ผ่านมาตำรวจสามารถจับผู้ค้าอาวุธได้กว่า 600 ราย ยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนได้จำนวนมาก ซึ่งในส่วนที่นำมาจำหน่ายในอินเทอร์เน็ตนั้น ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ติดตามความเคลื่อนไหวอยู่อย่างใกล้ชิด" พล.ต.อ.เอก เปิดเผย
สถิติการจับกุมอาวุธปืนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า ระหว่างเดือนตุลาคม 2556 ถึงเดือนพฤษภาคม 2557 สามารถจับกุมอาวุธปืนผิดกฎหมายได้ 25,000 กระบอก จับกุมผู้กระทำผิดได้ 27,000 คน และสามารถจับกุมอาวุธสงครามได้ 457 กระบอก สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 595 คน ซึ่งหากเทียบกับผลการจับกุมอาวุธปืนในช่วงเดียวกันของปี 2555-2556 พบว่า มีสถิติการจับกุมเพิ่มขึ้นกว่า 1,000 กระบอก
พล.ต.อ.เอก ระบุว่า หลังจากวันที่ 10 มิถุนายน ซึ่งครบกำหนดที่ คสช.ประกาศให้ผู้ครอบครองอาวุธสงคราม เครื่องกระสุน และวัตถุระเบิด นำมาส่งมอบให้เจ้าพนักงานโดยไม่มีความผิดแล้ว ตำรวจจะเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างอาวุธทั่วประเทศอย่างเข้มข้น หากพบว่ามีใครครอบครองอาวุธโดยผิดกฎหมาย จะดำเนินคดีสถานหนักไม่ยกเว้น โดยอัตราโทษในการครอบครองอาวุธโดยผิดกฎหมายคือ จำคุกตั้งแต่ 2-20 ปี
.......................
(หมายเหตุ : 'ปืนเถื่อน'อินเทอร์เน็ต ยุทธการลองของ'คสช.'ลุยล้างอาวุธ : ทีมข่าวอาชญากรรม)



