
ไปบุรีรัมย์
ไปบุรีรัมย์ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
�������������� ผมไปบุรีรัมย์กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และธนาคารยูโอบี มาสามวัน กับสองคืน ในโครงการ เลดี้ เจอร์นี ซึ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยของผู้หญิง ในแบบเปิดประสบการณ์ เพื่อให้ได้สัมผัสกับชีวิตและมุมมองใหม่ๆ ซึ่งแม้ว่าผมจะเคยไปจังหวัดบุรีรัมย์มาก่อนแล้ว แต่ก็ยอมรับว่า การไปครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ
�������������� การเดินทางวันแรก เริ่มต้นด้วยการไปเยี่ยมชมหมู่บ้านโคกเมือง ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่น้อมนำแนวพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ จนชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างน่าชื่นใจ ชาวบ้านใช้เวลาว่างจากการทำเกษตรกรรม มาปลูกพืชผักและสมุนไพร ทอเสื่อ ประดิษฐ์หัตถกรรม ฯลฯ อย่างเป็นล่ำเป็นสัน และร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยความสมัครสมานสามัคคี จนได้รับรางวัลต่างๆ จากการประกวดหมู่บ้านดีเด่น ในระดับจังหวัด และระดับชาติติดต่อกันหลายปี และเป็นการแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจพอเพียงนั้น เมื่อทำได้มากจนเกินความต้องการของตนแล้ว ก็สามารถจำหน่ายเพื่อเพิ่มพูนรายได้ และทำให้ฐานะทางเศรษฐกิจของชาวบ้านดีขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันก็ทำให้สังคมนั้นอยู่กันด้วยความผาสุก
�������������� จากบ้านโคกเมือง คณะเราไปชมปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทพนมรุ้ง ซึ่งเป็นโบราณสถานที่สำคัญของบุรีรัมย์ - ปราสาทเมืองต่ำเป็นปราสาทหินของขอม ศิลปะบาปวนตอนต้น สร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถานตามศาสนาฮินดู เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 16 ส่วนปราสาทพนมนรุ้ง เป็นที่รู้จักมากกว่า เพราะนอกจากได้ชื่อว่าเป็นปราสาทหินที่มีความงดงามและสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ยังมีเรื่องราวของทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์อันโด่งดัง
�������������� ตัวเมืองบุรีรัมย์ในวันนี้มีความคึกคักขึ้นมาก ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่ทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เจ้าของฉายา ปราสาทสายฟ้า ก้าวขึ้นมาสู่ความเป็นผู้นำของทีมสโมสร จนอยู่ในความสนใจของแฟนบอลชาวไทยและต่างประเทศ และสนามไอโมบาย ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งรองรับผู้ชมได้ 3.2 หมื่นคน ก็เป็นสนามมาตรฐาน ที่มีการแข่งขันฟุตบอลแทบตลอดทั้งปี ว่ากันว่า ในนัดสำคัญๆ จะมีแฟนคลับของฟุตบอลทั้งสองทีมที่มาดวลแข้งกัน ยกโขยงกันมาแบบมืดฟ้ามัวดินทีเดียว และในคืนวันที่สอง ชาว เลดี้ เจอร์นี ก็มีโอกาสได้เข้าชมการแข่งขันระหว่างทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ บางกอก ยูไนเต็ด แบบเต็มหูเต็มตา ทำให้สาวๆ จากกรุงเทพฯ ได้อารมณ์และความรู้สึกไปอีกแบบหนึ่ง
�������������� เราพักกันที่โรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งมีบรรยากาศของฟุตบอล และอยู่ในบริเวณของสนามฟุตบอลนั่นเอง เช้าวันที่สองได้ไปเยี่ยมชมหมู่บ้านนาโพธิ์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมของบุรีรัมย์ ที่กำเนิดขึ้นมาด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงสนพระราชหฤทัยและส่งเสริมการทอผ้าไหมของชาวบ้านนาโพธิ์ ใน พ.ศ.2518 จนเกิดการรวมกลุ่มกันของบรรดาแม่บ้าน และกลายเป็นอาชีพหลักอีกอาชีพหนึ่งของชาวบ้านในทุกวันนี้ ต่อจากนั้นได้ไปชมฟอร่าเพ-ลา เพลิน อุทยานพันธุ์ไม้นานาชนิด บนเนื้อที่ 129 ไร่ ซึ่งรวบรวมไม้ดอก ไม้ใบ ให้ชมและศึกษา ทั้งไม้เมืองหนาว กล้วยไม้ สับปะรดสี ตะบองเพชร เฟิร์น ไม้พื้นบ้านอีสาน
�������������� และที่น่าสนใจคือ โครงการ กระเจียวคืนถิ่น ซึ่งส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชนปลูกและขยายพันธุ์กระเจียว ซึ่งเป็นดอกไม้ท้องถิ่นของภาคอีสานที่ถูกนำไปปลูกในถิ่นอื่นมาเป็นเวลาร่วม 40 ปี
�������������� วันที่สามของการเดินทาง เป็นการชมการก่อสร้างสนามแข่งรถ บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่งเป็นสนามระดับโลก มีทางวิ่งเป็นระยะทางยาว 4.5 กม. และอยู่ในบริเวณใกล้กับสนามฟุตบอลไอโมบาย อันจะทำให้บุรีรัมย์กลายเป็นศูนย์กลางด้านการกีฬา ไม่ใช่เฉพาะแต่ภาคอีสาน แต่รวมถึงของประเทศไทยด้วย
�������������� สามวันกับสองคืนทำให้ผมได้เห็นภาพใหม่ของบุรีรัมย์ ซึ่งแตกต่างไปจากภาพเก่าที่เคยมีอยู่ในความทรงจำ ได้เห็นชาวบุรีรัมย์มีใจให้แก่ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ของพวกเขาอย่างเต็มที่ ได้เห็นความเจริญก้าวหน้า และใบหน้าที่มีความสุขของชาวบ้าน จนอยากให้คุณผู้อ่านที่ไม่ได้ไปเยือนบุรีรัมย์มานานแล้ว กลับไปเยี่ยมเยียนจังหวัดนี้กันใหม่สักครั้ง
�������������� ท้ายคอลัมน์วันนี้ ขอฝากข่าวถึงแฟนรายการ มุมความสุข ในช่วงเวลา โลกและชีวิต กับประภัสสร เสวิกุล ทุกคืนวันเสาร์ เวลา 20.30-22.00 น. ทางวิทยุศึกษา เอเอ็ม 1161 เอฟเอ็ม 92 ที่ถามข่าวคราวมาด้วยความเป็นห่วงว่าไม่ได้ฟังรายการนี้มาสองเสาร์แล้ว ขอเรียนว่า เป็นนโยบายของผู้บริหารสถานีวิทยุศึกษา ที่ให้ปิดสถานีในเวลา 20.30 น. นับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา โดยไม่มีกำหนดว่าจะเปิด-ปิดสถานีตามปกติเมื่อใด



