
ยกเลิกเคอร์ฟิวพัทยา-เกาะสมุย-ภูเก็ต'
คสช.ยกเลิกประกาศเคอร์ฟิว 3 พื้นที่คือพัทยา เกาะสมุย และภูเก็ต ประสานทุกหน่วยทำงานในศูนย์ปรองดอง มท.เล็งชงโรดแม็พคสช.แผน4เดือน4ด้าน
3มิ.ย.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวบางพื้นที่คือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ,อ.เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี และ จ.ภูเก็ต ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
"วินธัย"ระบุมีการจับตาแกนนำต้านรัฐประหารอยู่
พ.อ.กวินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงจำนวนผู้ที่ถูกคสช.เรียกมารายงานตัวและยังถูกควบคุมตัวอยู่ว่า วันนี้ยังไม่มีตัวเลขที่แน่นอน แต่ส่วนใหญ่ได้กลับบ้านแล้วประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ แต่ย้ำว่าผู้ที่ถูกคสช.เรียกมารายงานตัวอาจเป็นผู้ที่มีบทบาทแสดงความคิดเห็นทางสังคม จึงขอพบเพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะคติและทำความเข้าใจกัน รวมถึงอธิบายเหตุผลและความจำเป็น ไม่อยากให้มองว่าเป็นการเรียกรายงานตัว แต่เป็นการขอความร่วมมือ อาจเป็นผู้ที่มีบทบาทแสดงคามคิดเห็นในสังคม
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีผู้ที่กระทำความผิดต้องขึ้นศาลทหารนอกเหนือการจากนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาธิการหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ขั้นตอนการพิจารณาของศาลทหารมีความคล้ายคลึงกับการดำเนินพิจารณาคดีทั่วไป แต่ในชั้นศาลของศาลทหารมีขั้นตอนที่เพิ่มเติมมา แต่ความผิดคือการต่อต้านคำสั่งคสช.ที่ขณะนี้มีจำนวน 7 คน โดยขั้นตอนที่จะดำเนินคดี คือ 1.จะควบคุมตัว และไปร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน เพื่อพนักงานสอบจะได้ทำสำนวนส่งไปที่ศาลทหาร และใช้ดุลพินิจของศาลทหาร ก็แล้วแต่ว่าศาลทหารจะมีดุลพินิจอย่างไร แต่ขณะนี้เอง ทั้งหมดคงจะต้องถูกดำเนินคดี และคาดว่า 7 คนจะถูกฟ้องเนื่องจากมี 3 ความผิด คือฝ่าฝืนประกาศคสช. ทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย และทำร้ายเจ้าพนักงาน
เมื่อถามว่าสำหรับการกระทำผิดของผู้ที่ออกมาต่อต้านรัฐประหารนั้นทางคสช.จะดำเนินการอย่างไร พ.อ.วินธัย กล่าวว่า บางทีการตีความขอผู้ที่กระทำผิดทางกฎหมายมองยากจึงอยากให้มองด้านองค์ประกอบว่ามีการรวมกลุ่มกันหรือไม่ หากมีการชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วจะมีความผิดหรือไม่นั้น ลักษณะนั้นต้องอยู่ในดุลยพินิจตามเงื่อนไขตามประกาศคสช.ที่ว่าห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ส่วนกรณีอื่นก็ต้องดูตามความเหมาะสมต่อไป อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางฝ่ายความมั่นคงได้จับตามองแกนนำที่ต่อต้านรัฐประหารอยู่แล้ว
เผยยังไม่รู้"พล.อ.ประยุทธ์"จะเข้าทำงานทำเนียบฯหรือไม่
พ.อ.วินธัย ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. จะเข้าทำงานทำเนียบหรือไม่ว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูล แต่ในส่วนของงานด้านประชาสัมพันธ์ในส่วนของคสช.อาจจะเข้ามาทำงานบ้างเพื่อให้ครบองค์ประกอบด้านงานประชาสัมพันธ์ เนื่องจากทำเนียบรัฐบาลมีผู้สื่อข่าวประจำสายงานที่เหมาะสมกว่า ส่วนงานด้านอื่นๆยังไม่มีการพูดถึง
เมื่อถามว่าหัวหน้าคสช.มีแนวคิดจที่จะทำรายการ "คสช.พบประชาชน" ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง11 กรมประชาสัมพันธ์ ทุกเช้าวันเสาร์หรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนประชาสัมพันธ์ เนื่องจากทางคสช.อยากเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับฟังการดำเนินงานของคสช.สำหรับรายละเอียดขณะนี้อยู่ในการวางแผนการออกอากาศ ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง
"แต่แนวความคิดหลักคือการที่จะให้มีรายการคสช.พบประชาชน ทั้งนี้ เบื้องต้นจะออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ซึ่งกำหนดการเดิมยังอยู่ ในช่วงคืนวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยจะมีการนำเสนอในส่วนของการทำงานคสช.ที่ประชาชนอยากรู้ ทางคสช.จะรวบรวมและให้หัวหน้าคสช.สื่อสารผ่านโทรทัศน์ ซึ่งยังคงใช้ชื่อรายการคืนความสุขให้คนไทย เหมือนเดิม"พ.อ.วินธัย กล่าว
ประสานทุกหน่วยทำงานในศูนย์ปรองดอง
ร้อยเอกนายแพทย์ยงยุทธ มัยลาภ คณะทำงานโฆษกคสช. กล่าวถึงกิจกรรมคืนความสุขให้คนไทยในวันที่ 4 มิ.ย.ว่า จะมีการจัดงานที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยจะมีการแสดงดนตรี ตรวจสุขภาพฟรี จึงขอเชิญประชาชนไปร่วมงานได้ เพื่อเป็นการแบ่งปันความสุขสมัครสมานมามัคคีให้กัน
ร้อยเอกนายแพทย์ยงยุทธ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการสร้างความปรองดองนั้นในวันนี้มีการประชุมโดยมีพลเอกอุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการคสช.เป็นประธาน มีการตั้งโครงสร้างปรองดองสมานฉันท์สองขา ขาแรกคือการตั้งศูนย์ปรองดองซึ่งเป็นงานสร้างบรรยากาศความเป็นมิตร โดยจะมีการประสานหน่วยงานต่าง ๆ มาทำงานร่วมกัน และอีกขามีการตั้งคณะเตรียมการทำงานปฏิรูป เพื่อให้ได้ข้อยุติเรื่องการปฏิรูปในอนาคตต่อไป
ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้(2มิ.ย.) พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คสช.ได้ประชุมหน่วยงานด้านสังคม อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กรมการศาสนาและสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ในการขับเคลื่อนแผนปรองดอง ที่จะให้วัดและโรงเรียนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานสร้างความปรองดอง โดยเด็ก ๆ จะเป็นบทบาทสำคัญ อย่างที่หัวหน้าคสช.ระบุว่าความไม่เข้าใจกันเกิดหลายระดับ โดยเฉพาะในครอบครัว จึงเชื่อว่าเด็กจะช่วยความสมานฉันท์ในครัวเรือนได้
ขณะที่นางสาวปัฐมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณะทำงานทีมโฆษกคสช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานกำลังดำเนินงานเรื่องความปรองดอง โดยในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์จะมีการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ที่ใช้งบประมาณปกติของกรมประชาสัมพันธ์ในการสื่อสารทำความเข้าใจระหว่างคสช.กับประชาชน โดยจะผลิตและเผยแพร่สปอตโฆษณาต่าง ๆ ผ่านสื่อวิทยุกระจายเสียง ทีวี ทีวีดาวเทียม สื่อออนไลน์ทุกช่องทางของกรมประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ทุกเย็นวันพฤหัสบดีที่สวนหย่อมภายในกรมประชาสัมพันธ์ จะมีการแสดงดนตรีในสวนโดยวงดนตรีของกรมฯเพื่อสร้างความปรองดอง โดยเริ่มเย็นวันพฤหัสบดีนี้เป็นต้นไป
มท.เตรียมชงโรดแมพคสช.ขีดเส้นแผน4เดือนลุย4ด้าน
ที่กระทรวงมหาดไทย นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังประชุมหารือข้อราชการร่วมกับผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงมหาดไทย อาทิ รองปลัดกระทรวง อธิบดี หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัด ถึงความคืบหน้าการสนับสนุนแนวนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.)ว่า วันนี้ได้มีการรวบรวมความคิดจาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี ผู้ว่าฯ และรัฐวิสาหกิจ 5 แห่งโดยทุกคน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงโรดแมพของกระทรวงมหาดไทย มีทั้งหมด 4 เรื่องคือ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์, การรักษาความสงบเรียบร้อยความมั่นคง, การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และการแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของประชาชน
“เราจะแยกออกเป็นระยะๆ จากนี้ไปจนถึงสิ้นปีงบประมาณ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน แค่ 4 เดือน ทุกเรื่องที่เป็นภารกิจตามปกติ ไม่ว่า เรื่องที่มีการใช้งบประมาณ และที่ไม่ใช้งบประมาณ เหล่านี้จะทำในทุกกรม ทุกรัฐวิสาหกิจ แล้วจึงจะลงไปยังพื้นที่ในระดับ จังหวัด อำเภอ และตำบล หมู่บ้าน โดย 4 เรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยเราจะได้นำเสนอต่อ คสช." ปลัด มท. กล่าว
นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องจะต้องประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานอื่นด้วย เช่น เรื่องปรองดองสมานฉันท์ที่กระทรวงมหาดไทยได้รับมาทำงานร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภานใน ( กอ.รมน.) ที่เป็นเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อย ในส่วนที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องความเดือนร้อนของประชาชนนั้นก็มีหลายเรื่อง เช่น ปัญหาของพืชผลเศรษฐกิจที่กำลังออกมา เรื่องของความยากจนของพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวกับการทวงหนี้ รวมถึงทุกเรื่องที่พี่น้องประชาชนประสบ เช่น ภัยต่างๆ ทั้งที่ได้เกิดขึ้นแล้วเพื่อการเตรียมการเอาไว้รองรับ แล้วยังมีเรื่องของเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นส่วนที่เราจะเข้าไปเสริมที่ทำให้ประชาชนได้รับการกินดีอยู่ดี ทำให้มีอาชีพรายได้ เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยจะทำในตลอดช่วง 4 เดือน
“เราจะเร่งรัดการปฏิบัติงานในส่วนของราชการ และรัฐวิสาหกิจ กระทรวงมหาดไทยจะไปร่วมกับ กอ.รมน.ในการสร้างความปรองดอง ที่ทางหัวหน้า คสช. ได้ให้นโยบายแล้วว่า หลักใหญ่ คือ ให้มหาดไทยกับ กอ.รมน. ไปร่วมกับทุกภาคส่วนภายในพื้นที่ที่เริ่มจากครอบครัว ตำบล หมู่บ้าน มาถึงอำเภอ จังหวัด แล้วรวมกันเป็นประเทศ” ปลัด มท. กล่าวและว่า ในการดำเนินการต่างๆ ทางกระทรวงมหาดไทย คิดว่า เราจะไม่ใช้งบประมาณ เราจะใช้วิถีชีวิตแบบที่เราเคยปฏิบัติมา เพราะมีหลายเรื่องที่เราสามารถร่วมมือกันทำสิ่งที่เป็นสาธารณะประโยชน์ได้ โดยเป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างความรัก ความเข้าใจกันทางด้านสังคม วัฒนธรรม ซึ่งการบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ในส่วนอื่นๆ ที่เราได้สั่งไปก็คือ ขอให้จังหวัดตั้งศูนย์ที่อำเภอ ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ได้ตั้งศูนย์รองรับในส่วนนี้ ส่วนการปฏิบัตินั้น เราจะได้รับนโยบายอีกทางหนึ่งจาก กอ.รมน. แล้วผู้ว่าฯ กับกระทรวงมหาดไทย กับองคาพยพต่างๆ จะได้ทำงานร่วมกันไป
"ผมได้คุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดไปหลายส่วนแล้ว ในขณะนี้ขอให้วิเคราะห์สภาพภายในพื้นที่ว่า มีการขัดแย้งกันเรื่องอะไร หนักหนาขนาดไหน แล้วใครที่จะเป็นคนที่มาร่วมในการที่จะพูดคุย หรือพูดให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เลิกสลายสีเสื้อไม่ให้มี เพื่อให้สังคมสงบสุข และเป็นหลัก เป็นรากฐานในการพัฒนาต่อไป" ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว
เมื่อถามว่า ปัญหา อุปสรรค ที่กระทรวงมหาดไทยต้องเร่งแก้ไขนั้นจะยากหรือไม่ ปลัด มท. กล่าวว่า เราต้องวิเคราะห์ในพื้นที่ ขณะนี้หลายส่วนก็เอื้ออำนวย เช่น ในการที่มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายไม่ให้มีการประท้วง ไม่ให้เกิดความรุนแรง มีการตรวจสอบให้คืนอาวุธสงคราม ทำให้สังคมสงบสุข ไม่มีการก่อกวน ไม่มีเรื่องของการพนัน สถานบริการที่ผิดเรื่องยาเสพติดสิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบแรก ที่จะช่วยทำให้คนเห็นทิศทางว่า สังคมก็มีทิศทางที่ดี มีการบังคับใช้กฎหมาย มีการตรวจสอบ แต่อีกเรื่องก็จะเห็นว่า ผู้นำหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นผู้นำทางการเมือง ผู้นำของแนวร่วมต่างๆ หลายจังหวัดได้มีการจับไม้จับมือกัน ได้มีการประกาศ จะไม่ทำสิ่งใดที่จะทำให้เกิดความไม่สงบสุข อีกส่วนหนึ่งในเรื่องของผู้คน ทางจังหวัดจะต้องไปวิเคราะห์ดูว่า ตรงจุดไหน เกิดจากอะไร เกิดจากแนวคิดทางการเมือง หรือเกิดจากการขัดแย้งเรื่องอื่น พอวิเคราะห์แล้วก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ว่า เขาควรจะใช้กิจกรรมหรือใช้วิธีใดที่เหมาะกับสภาพของตำบล หมู่บ้าน เหมาะกับอำเภอ จังหวัด ในที่นั้นๆ ก็ได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทำการบ้าน และจะทำงานร่วมกับ กอ.รมน. และภาคส่วนอื่นๆ ให้เสร็จโดยเร็ว โดยเราได้ติดตามงานทางด้านการข่าวมาโดยตลอด ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกคนได้ทำงานกันเต็มที่ ได้เข้าไปพูดคุยกับหลายส่วน เหตุการณ์ต่างๆ คิดว่า จะเรียบร้อยดีทั้ง 76 จังหวัด ถ้าจะมีก็อย่างเดียว ในเรื่องของทางการเมือง ที่เป็นความคิด แต่ก็ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูก เหมือนกับมีบางท่านพูดไว้ว่า เราไม่อยากให้พูดว่า คนนี้แพ้ คนนี้ชนะ เราคิดว่าเรามาร่วมกัน ทุกฝ่าย ทุกส่วนน่าจะมีข้อดี กับข้อที่จะต้องปรับปรุงทั้งสิ้น ได้พูดคุยกันแล้วว่า เราก็เอาข้อดีมาคุยตกลงกัน ฟังดูเหมือนอุดมคติ ตนคิดว่า ทำได้ เพราะเราก็เห็นมาในหลายๆ พื้นที่แล้ว ถ้ามีการพูดคุยด้วยจิตใจที่ซื่อตรงต่อกัน มีความเกรงใจต่อกัน หลายอย่างก็จะสำเร็จไปได้ เพราะคนไทยเราก็มีลักษณะนิสัยที่มีความเมตตากรุณา มีการโอบอ้อมอารีอยู่ในส่วนลึกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในด้านจิตใจ ในด้านสังคมนี้อาจะเป็นตัวช่วยอีกด้านหนึ่งที่ทำให้บ้านเมืองพร้อมที่จะก้าวต่อไปได้



