ข่าว

เขมรเสริมทหาร500นายประจำพระวิหาร

เขมรเสริมทหาร500นายประจำพระวิหาร

27 มิ.ย. 2552

เขมรเสริมกำลังหน่วยรบพิเศษ 500 นายตรึงกำลังปราสาทพระวิหาร พบทหารหลายคนพูดภาษาเวียดนามได้ หลังไทยร้องค้านขึ้นทะเบียนมรดกโลก ในขณะที่ฝั่งไทยยังเงียบ ไม่ได้เสริมกำลังแต่อย่างใด

(27มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชาที่เกิดความตรึงเครียดขึ้นอีกครั้งหลังจากรัฐบาลไทยทำหนังสือคัดค้านยูเนสโก้ กรณี การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ทำให้ฝ่ายกัมพูชาไม่พอใจ โดยล่าสุดวันนี้ (27 มิ.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกด้านความมั่นคง และคณะได้เดินทางไปเจรจาเพื่อปรับความเข้าใจกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีที่ประเทศกัมพูชาแล้ว
 
 แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ชายแดนบนเขาพระวิหารยังปกติ ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร ต้องรอดูผลเจรจาระหว่างรองนายกสุเทพ กับนายกฮุนเซนว่าจะออกมาอย่างไร ถึงจะสามารถประเมินสถานการณ์ต่อไปได้ แต่เบื้องต้นเพื่อความไม่ประมาทต่างฝ่ายก็ตรึงกำลัง และอยู่บนความพร้อมที่จะปฏิบัติการตลอด 24 ชม.หากได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาสูงสุด
 
 แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้บริเวณปราสาทพระวิหารมีการสั่งถอนทหารบ้านและทหารท้องถิ่นออกหมดแล้ว และได้นำกำลังทหารจากหน่วยปฏิบัติการรบพิเศษ 911 กองพลสนับสนุนที่ 4 กองบัญชาการทหารบก ประเทศกัมพูชา ที่ผ่านหลักสูตรฝึกรบพิเศษจากประเทศเพื่อนบ้านมาอย่างเข้มข้น 500 นาย โดยมี พล.ท.เฮง บุนเฮียง นายทหารองครักษ์ประจำตัวสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาคุมกำลังหน่วยรบพิเศษนี้ด้วยตัวเอง โดยจะมีการสับเปลี่ยนกำลังกันทุก 15 วัน ซึ่งทหารหน่วยรบพิเศษนี้ส่วนใหญ่จะเป็นลูกครึ่งกัมพูชา เวียดนาม จากการดักฟังทางวิทยุบางครั้งจึงได้ยินภาษาเวียดนามปนมาด้วย
 
 ส่วนจุดปฏิบัติการทั่วไปก็ได้ถอนกำลังทหารบ้านและทหารท้องถิ่นออกไปบางส่วนเช่นเดียวกันโดยได้นำกำลังอดีตทหารเขมรแดงเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่แทน
 
 แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า การปะทะกันระหว่างกองกำลังทหารของไทยกับกัมพูชาทุกครั้ง รัฐบาลกัมพูชาจะทำเรื่องร้องเรียนไปถึงสหประชาชาติว่าถูกประเทศเพื่อนบ้านที่มีกำลังทหารเหนือกว่ารังแก และได้ขอรับการสนับสนุนในเรื่องอาวุธ ยุทโธปกรณ์ รวมทั้งกำลังพลและครูฝึกรบพิเศษ ผ่านไปทางสหประชาชาติ ซึ่งล่าสุดประเทศพี่ใหญ่ได้ให้การสนับสนุนรถถัง LC - 3034 จำนวน 6 คัน พร้อมรถลากอีก 3 คัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เคลื่อนเข้ามาที่เขาพระวิหาร แต่ได้ประจำอยู่แนวชายแดนฝั่งประเทศเวียดนาม นอกจากนี้ประเทศเวียดนามยังได้สนับสนุนกำลังพลพร้อมกับครูฝึกรบพิเศษมาให้บางส่วน ส่วนประเทศออสเตเรียได้สนับสนุนอาวุธประจำกายชนิด SA80 ซึ่งดัดแปลงมาจากปืนอาก้าร์เดิม แต่ประสิทธิภาพเหนือกว่าอาก้าร์และเหนือกว่าเอ็ม 16 มาก
 
 “เหตุการณ์ปะทะทุกครั้ง กัมพูชาจะอาศัยช่วงที่การเมืองไทยอ่อนไหว เปิดศึกปะทะกับไทย จากนั้นก็จะให้ข่าวออกไปในทางที่เป็นปฏิปักต่อไทยอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่าถูกประเทศไทยรังแก ทำให้ประเทศอื่นเกิดความสงสารโดยเฉพาะประเทศในค่ายคอมมิวนิสต์ด้วยกัน จะให้การสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างลับ ๆ ” แหล่งข่าวเปิดเผย
 
 ขณะที่ทางฝั่งไทยไม่ได้มีการเสริมกำลังทหาร หรืออาวุธหนักเข้าไปใหม่แต่อย่างใด เพียงแต่เป็นการสับเปลี่ยนกำลังตามปกติ ตรงข้ามกับกัมพูชาที่มีการเพิ่มกำลังเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้คาดว่าทั้งอดีตทหารเขมรแดง ทหารบ้านและทหารท้องถิ่นไม่น่าจะต่ำกว่า 2,000 นาย.
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ องค์การนักศึกษาหน่วยอาชีวศึกษา จังหวัดอำนาจเจริญ กว่า 100 คน ได้เดินทางเข้ามาเพื่อเข้าค่ายพักแรมที่บริเวณดังกล่าว และเมื่อเช้าที่ผ่านมาได้เดินทางเข้าไปในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เพื่อทำแผนปฏิบัติงาน และเยี่ยมหน่วยทหาร โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าว หรือบันทึกภาพแต่อย่างไร
 
 ส่วนบรรยากาศบริเวณหน้าด่านอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ทหารยังคงอนุญาตให้ชาวบ้านเข้าไปภายในอทุยานฯ เพื่อดูแลสวนยางตามปกติได้ แต่ต้องลงชื่อ และนำบัตรประชาชนไว้กับทหาร เพื่อตรวจสอบบุคคลเข้าออก หากเกิดสูญหายจะได้เร่งติดตามช่วยเหลือ ซึ่งอนุญาตให้ชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ได้ตั้งแต่เวลา 07.00- 16.00 น. จากนั้นทุกคนจะต้องออกจากพื้นที่อุทยาน
 
 ด้านนายวีระยุทธ ดวงแก้ว กำนัน ตำบลเสาธงชัย กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา ขณะนี้ก็ยังไม่มีความตรึงเครียดอะไร ชาวบ้านในตำบลภูมิซรอน ก็ยังคงไปทำการเกษตร โดยเฉพาะปลูกข้าว ซึ่งส่วนใหญ่พื้นที่ที่ชาวบ้านเข้าไปทำนาปลูกข้าวกันนั้นก็จะอยู่ตามแนวชายแดน โดยไม่มีใครหวาดกลัวกับสถานการณ์ความตรึงเครียดของทหารทั้ง 2 ฝ่าย ที่ตรึงกำลังเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
 
 ทั้งนี้ทางทหารยังไม่ได้มีคำสั่ง หรือกำชับอะไรเป็นพิเศษ ยังคงให้ชาวบ้านทำเกษตรกรรมได้ต่อไป ไม่ได้ห้ามไม่ให้ขึ้นไปทำการเกษตรสำหรับชาวบ้านที่มีที่ดินอยู่ติดกับพื้นที่อุทยานฯ ทำให้สถานการณ์ในหมู่บ้านขณะนี้ก็ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ
 
 "แต่เพื่อความไม่ประมาท ผมได้จัดตั้งเวรยามทุกหมู่บ้าน ในตำบล เสาธงชัย ให้ควบคุมแลทั้งหมด 4จุด ส่วนจะเป็นจุดใดบ้างไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะจะทำให้ฝั่งตรงข้ามรู้ความความเคลื่อนไหว โดยแต่ละจุดจะมีชาวบ้านที่อาสาสมัครเข้ามาดูแลความปลอดภัย จุดละ 4-5 คน ซึ่งจะแบ่งกันเข้าเวรตลอด 24 ชม. และหากมีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นก็จะแจ้งให้ลูกบ้านทราบเพื่อทำการอพยพไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัยที่ ทางจังหวัดได้กำหนดแผ่นเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว "นายวีระยุทธ กล่าว
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในพื้นที่ ต.เสาธงชัยขณะนี้ ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ไม่มีการหวาดกลัวกับการตรึงกำลังของเจ้าหน้าที่ทหาร โดยในหมู่บ้านภูมิซรอล  มีกองกำลังทหารจำนวนมาก ตั้งฐานที่มั่นอยู่เป็นจุด ซึ่งจะมีทั้งรถหุ้มเกาะ รถพยาบาล รถน้ำ และรถปิกอัพ วิ่งอยู่ในหมู่บ้านและหน้าด่านอุทยานตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ในโรงเรียน และวัด จะมีเด็กในหมู่บ้านเข้ามาวิ่งเล่นในหลุมหลบภัย ที่ทางทหารพึ่งสร้างขึ้นไว้ให้ชาวบ้านเข้าไปหลบภัย หากเกิดภาวะสงครามโดยไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว กับสถานการณ์ความตรึงเครียดแต่อย่างใด ทั้งนี้หากเกิดภาวะความตรึงเครียดในพื้นที่ให้สังเกตว่าในหมู่บ้านจะไม่มีเด็ก และผู้หญิงเหลืออยู่