ข่าว

โอท็อป โอเถอะ

โอท็อป โอเถอะ

03 มิ.ย. 2557

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โอท็อป โอเถอะ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 
                          โอท็อป หรือใช้ภาษาอังกฤษว่า OTOP ย่อมาจาก One Tumbon One Product มีความหมายถึง “หนึ่งผลิตภัณฑ์ จากหนึ่งตำบล” เป็นโครงการที่อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลอกแบบมาจากประเทศญี่ปุ่นแล้วนำมาดัดแปลงให้เป็นแบบไทยๆ   
 
                          โอท็อป ต้นแบบที่ประเทศญี่ปุ่นคือการนำเอาวัตถุดิบในท้องถิ่น มาผลิตด้วยแรงงานในท้องถิ่นเดียวกันและวางจำหน่ายในท้องถิ่น เพื่อช่วยให้ประชากรในท้องถิ่นนั้นๆ มีรายได้เพิ่มมากขึ้น หากท้องถิ่นใดไม่มีวัตถุดิบที่หาได้จากท้องถิ่นของตนเอง หรือประชากรมีรายได้สูงจากการขายแรงงานในอุตสาหกรรมหรือจากธุรกิจการค้าอื่นอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องสร้างสินค้าโอท็อปขึ้นมาแต่อย่างใด
 
                          แต่การบริหารจัดการของระบบราชการไทย ซึ่งยังต้องวัดผลงานจากสิ่งที่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงมีความพายามผลักดันให้ทุกท้องที่มีผลิตภัณฑ์ประจำตำบลเกิดขึ้น หลายท้องถิ่นซึ่งไม่เข้าข่ายที่ควรจะต้องมีผลิตภัณฑ์เกิดขึ้น ผู้บริหารส่วนท้องถิ่นก็ต้องดิ้นรนให้เกิดมีขึ้นมาให้ได้ เพื่อสนองตอบนโยบายอันจะส่งผลสะท้อนถึงความก้าวหน้าในชีวิตราชการของตนเอง โอท็อป ของหลายท้องถิ่นจึงกลายเป็นสิ่งที่ต้องนำเงินภายในท้องถิ่น ออกไปซื้อวัตถุดิบจากต่างถิ่นเพื่อนำมาผลิตสินค้าที่เหมือนกันกับอีกหลายๆ ท้องถิ่น  ซึ่งได้รับการอบรมมาจากแหล่งข้อมูลเดียวกัน    
 
                          จากนั้นจึงใช้วิธีการเดียวกันกับระบบการค้าทั่วไป เพื่อจำหน่ายออกไปในตลาดทั้งประเทศซึ่งมีพื้นที่กว้างไกลเกินกำลัง หรือบางท้องถิ่นก็ลงทุนสร้างอาคารสถานที่ด้วยงบประมาณมหาศาล เพียงแค่เพื่อจัดให้เป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าโอท็อป อันมีมูลค่ารวมทั้งปีอยู่ในระดับหลักล้านบาทเท่านั้น เท่ากับว่าทำให้ต้นทุนของสินค้าหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลมีต้นทุนสูงเกินความจำเป็น หรือเท่ากับว่ามีกำไรต่อหน่วยต่ำจนไม่คุ้มทุนนั่นเอง
 
                          สินค้าโอท็อป ในระยะแรกจากหลายสิบหรือหลายร้อยตำบลในยุคเบ่งบาน จึงหนีไม่พ้นผ้าทอหลากหลายรูปแบบ, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดต่างๆ, สบู่และแชมพูสระผมสมุนไพร และน้ำพริกรสชาติหลากหลายจากกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่ ฯลฯ ซึ่งแข่งกันผลิตออกมาเหมือนๆ กันจนต้องแย่งกันจำหน่าย ถึงขั้นท้ายที่สุดก็ต้องทยอยล้มหายตายจากออกจากตลาดไปในที่สุด เหลือไว้แต่ตัวอาคารร้างที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าเท่านั้น
 
                          สินค้าโอท็อป ส่วนใหญ่ที่ยังคงเหลืออยู่ในตลาดทุกวันนี้ จึงเป็นสินค้าจำพวกขนมหรือของกินที่ผลิตเชิงอุตสาหกรรม และจำหน่ายในรูปแบบเชิงพาณิชย์เต็มตัว แต่ใช้ตราโอท็อป เป็นเครื่องหมายรับรองว่าได้ผ่านการประกวด เพื่อนำไปวางจำหน่ายในตลาดใหญ่นอกพื้นที่หรือบางอย่างก็ขยายออกไปจำหน่ายทั่วประเทศกันเลยทีเดียว 
 
                          จึงน่าจะถึงเวลาทบทวนกันเสียทีว่าหากจะคงสินค้าโอท็อปอยู่ จะต้องปรับปรุงหรือพัฒนาอะไรบ้างเพื่อจะได้ตรงตามนิยามดั้งเดิม และไม่ต้องเอางบประมาณของทางราชการส่วนกลางและท้องถิ่น ไปละลายเพื่อประโยชน์ของพ่อค้าเพียงไม่กี่คนอีกต่อไป เพราะทุกวันนี้ โอท็อป ส่วนใหญ่กลายเป็นอนุสรณ์อันน่าอัปยศ ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานการปกครองของทางราชการเท่านั้นเองครับ
 
 
 
 
--------------------------
 
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โอท็อป โอเถอะ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)