
คสช.ไม่หวั่น'มะกัน-ออสซี่'ระงับร่วมมือ
คสช.ไม่หวั่น'มะกัน-ออสซี่'ระงับร่วมมือ จับตาม็อบต้านทหารยันจนท.หลีกเลี่ยงความรุนแรง ขณะที่นักเรียนเก่าโต้รบ.มะกันแทรกแซงไทย
1มิ.ย.57 พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ออสเตรเลียประกาศลดระดับความร่วมมือทางการทหารกับไทยว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากกระทรวงการต่างประเทศแล้ว รวมถึงมีการห้ามผู้นำทางทหารของกองทัพไทยเข้าประเทศออสเตรเลียด้วย ซึ่งทางกองทัพของไทยมีความเข้าใจ และพยายามใช้ทุกช่องทางที่มีอธิบายกับทุกประเทศให้เข้าใจและพยายามหาทางผ่อนปรนข้อจำกัดต่างๆ
ทั้งนี้เราไม่ได้ตกใจแต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่ผ่านมา ไทย สหรัฐฯ และออสเตรเลียมีความร่วมมือทางทหารค่อนข้างมาก แต่ต้องเข้าใจว่าการทหารของทั้งสองประเทศผูกพันกับรัฐสภาของเขา เมื่อมีเหตุเกิดขึ้น ทางรัฐสภาของเขาก็ต้องมีการประชุมทบทวนความช่วยเหลือต่างๆ ทั้งนี้ความสัมพันธ์ทางทหารของไทยและสหรัฐฯมีมายาวนาน 185 ปี และไทยกับออสเตรเลียยาวนานกว่า 60 ปี กองทัพหวังว่าต่างประเทศจะเข้าใจ และทบทวนมาตรการต่างๆต่อไป แม้ว่าความร่วมมืออื่นๆจะลดลงตาม พ.อ.วีรชน กล่าวต่อว่า ส่วนประเทศในอาเซียนก็มีความเข้าใจ และมีการออกแถลงการณ์แสดงความเป็นห่วง แต่กฎกติกาของอาเซียนนั้นจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศใดประเทศหนึ่ง
จับตาม็อบต้านทหารยันจนท.หลีกเลี่ยงความรุนแรง
พ.อ.วีรชน กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มต่อต้านทหารออกมาเคลื่อนไหวในหลายพื้นที่ของกทม.ในวันนี้ว่า ในวันนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคสช. ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ส่วนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารนั้นมีแผนในการรับมือตามสถานการณ์ ส่วนแผนจะเป็นอย่างไรนั้นขอให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในพื้นที่เป็นผู้ประเมินสถานการณ์ โดยใช้ขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก อย่างไรก๋็ตามยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง
นักเรียนเก่าโต้รบ.มะกันแทรกแซงไทย
ที่สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาตึกจามจุรีสแควร์ คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี นายกสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาและคณะกรรมการสมาคม อาทิ นายสุวิทย์ ยอดมณี อดีต รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พ.ท.กมลประจวบเหมาะ อดีต ส.ว. นายขจิต สุขุม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ร่วมกันแถลงข่าวตอบโต้สหรัฐอเมริกา จากการที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาได้ออกมาแถลงว่าไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทยและกระตุ้นให้มีการเลือกตั้งให้เร็วที่สุดโดยเห็นว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องชะลอการเลือกตั้งออกไป และยังมองว่าโรดแม็พของ คสช.ไม่มีความชัดเจน
เร่งทยอยเปิดสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีเรื่องการกลับมาให้บริการของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมที่ยังคงไม่สามารถเปิดให้บริการได้นั้นว่า เนื่องจากทางกสทช.ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลได้ให้ข้อมูลว่า กำลังเร่งดำเนินการจัดระเบียบให้กับผู้ประกอบการ เพราะบางรายที่ยังไม่ชัดเจนในเรื่องรูปแบบและลักษณะของการประกอบการ จึงต้องเชิญมาตกลงเพื่อขอรับทราบรายละเอียดที่จำเป็นเพิ่มเติม ทั้งนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่าที่ผ่านมากว่า 70% ได้ทยอยให้เปิดบริการแล้ว เหลือแต่บางรายส่วนน้อยแต่ก็คงจะทยอยดำเนินการให้เพิ่มเติมในต้นสัปดาห์หน้า
คงราคาก๊าซหุงต้ม-ลุยโครงการโครงสร้างพื้นฐานฯ
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธานการประชุมการจัดทำโรดแมปเศรษฐกิจร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลัง โดยมีพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.ร่วมประชุมด้วย
จากนั้นในเวลา 18.30 น. พล.อ.อ.ประจิน เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ในวันที่ 3 และ 4 มิ.ย. จะนำผลการหารือร่วมเสนอต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคสช. เพื่อรับทราบและพิจารณาผลการหารือการจัดทำโรดแมปด้านเศรษฐกิจ โดยเบื้องต้นมีพันธกิจสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ การรักษาวินัยการเงินการคลัง การใช้พลังงานทดแทน การเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการนำประเทศเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (เออีซี)
พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบเดินหน้าโครงการเร่งด่วน 7 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2557 โดยให้รัฐพิจารณาอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยสำหรับเกษตรกรที่ 69.97-410.39 บาทต่อไร่ เป้าหมายเบี้ยประกัน 1.5 ล้านไร่ คาดว่าจะใช้งบประมาณในการอุดหนุนเบี้ยประกัน 494,906,221.50 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ได้เบิกจ่ายจากสำนักงบงบประมาณไปแล้ว 118,602,335.50 บาท และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เสนอของบประมาณเพิ่มอีก 376,303,843 ล้านบาท ส่วนโครงการรับจำนำข้าวจะเดินหน้าต่อหรือไม่ ที่ประชุมก็ยังไม่มีการหารือในเรื่องนี้
"โครงการประกันภัยข้าวนาปี เราต้องเร่งเดินหน้าเพื่อช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ซึ่งผมยังตอบไม่ได้ว่าจะมีการล้มโครงการรับจำนำข้าว เพราะยังไม่ได้มีการหารือในเรื่องนี้ แต่จะหาแนวทางช่วยเหลือชาวนาให้ดีที่สุด" พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า 2.โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประเทศ ด้านไฟฟ้า รถไฟ และถนน วงเงินรวม 63,096 ล้านบาท 3.พัฒนาเศรษฐกิจชายแดน ทั้งมาเลเซีย ลาว พม่า ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ 4.ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และโอทอป 5.โครงการที่อยู่อาศัย โดยให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ลูกค้าชั้นดีของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธ.อ.ส.) วงเงินไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก 4.125% 6.มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบ 7.ปฏิรูประบบภาษี โดยเบื้องต้นให้คงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 7% ต่อไปอีก 1 ปี ขณะที่การปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการด้านพลังงานนั้น วันนี้ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงพลังงาน ชี้แจงต่อผู้ค้าปลีกทุกราย ให้คงราคาพลังงานก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ให้อยู่ในราคา ณ วันที่ 31 พฤษภาคม จนกว่าจะมีการหารือเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพลังงานทั้งระบบอีกครั้งหนึ่งและตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร จนกว่าจะมีการพิจารณาอีกครั้ง
ตร.ออกหมายจับ13รายทำร้ายทหารที่อนุสาวรีย์ชัยฯ
รายงานข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า หลังจากที่ พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน ผู้บังคับการกรมนักเรียนโรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหาร จ.สระบุรี ในฐานะผบ.เหตุการณ์รับผิดชอบพื้นที่การชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมนายทหารพระธรรมนูญ ได้นำทหารที่บาดเจ็บและทหารพยานจากเหตุการณ์กลุ่มผุ้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร บริเวณอุนสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้เข้าแจ้งความกับทางตำรวจสน.พญาไท โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีทหารบาดเจ็บจำนวนหลายราย และยังมีทรัพย์สินทางราชการเสียหาย ทางผู้บังคับบัญชาจึงได้มอบหมายให้เข้าแจ้งความกับผู้กระทำความผิด เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พญาไท ได้ออกหมายจับตามภาพที่ปรากฏจำนวนทั้งหมด 13 รายด้วยกัน สำหรับผู้ชุมนุมที่ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ทหารนั้นจะมีความผิดทั้งหมด 4 ข้อหาคือ 1.ฝ่าฝืนประกาศ คสช.ฉบับที่ 7 ?ห้ามมิให้มั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป 2.ทำให้เสียหายหรือทำลายหรือทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่น 3.ข้อหาผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน หรือผู้ซึ่งต้องช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติตามหน้าที่ และ 4.ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
เรียกรายงานตัวเพิ่มอีก 38 คน
เวลา 21.10 น. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกประกาศฉบับที่ 42/2557 เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ 2 มิถุนายน 2557 เวลา 10.00-12.00 น. ดังนี้ 1.นายคารม พลพรกลาง 2.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ
ต่อมามีประกาศฉบับที่ 43/2557 ให้ 1.พ.ต.อ.นริศ แสวงจิตร 2.นางหน่อย แดงเป้า 3.น.ส.การิน ประจันทร์ 4.นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร 5.นายประภัสร์ จงสงวน 6.นายจักรพันธุ์ ยมจินดา 7.นายบัญญัติ เย็นใจเฉื่อย 8.นายณรงค์ศักดิ์ พลายอร่าม มารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ 2 มิถุนายน 2557 เวลา 10.00-12.00 น.
หลังจากนั้นมีประกาศฉบับที่ 44/2557 ให้ 1.นายสุทธิชัย ยิ้มประเสริฐ 2.นายเก่งกิจ กิติเรียงลาภ 3.นายรัชพงศ์ โอชาพงศ์ 4.นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย 5.น.ส.อุลัยรัตน์ ชูด้วง 6.นายอัมรินทร์ ใสรัมย์ 7.นายนิพนธ์ ผดุงศิลป์ไพโรจน์ 8.นางปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ 9.นายกิตติศักดิ์ สุจิตตารมย์ 10.น.ส.จิตรา คชเดช 11.นางสลิลทิพย์ ณ พัทลุง 12.นายสุวัฒน์ หล่ำบุตร 13.นายเสรีภาพ สุนทรชัยภัค 14.นายพฤธ์นรินทร์ ธนบริบูรณ์สุข 15.นายสราวุฒิ ภูธรโยธิน 16.นายวันชัย จงจรูญหิรัณย์ 17.นายธนพร ศรียากูล 18.นายพฤกษ์ พฤกษ์สุนันท์ 19.นายพิพัฒน์ พรรณสุวรรณ์ 20.นางยุพิณ กองจันดี 21.นายเฉลียว จันเขียด 22.นายสิรภพ กรณ์อรุษ 23.นายเอกราช เนตรดี 24.นายปัญญา สุรกำจรโรจน์ 25.นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ 26.นายธนัท ศรีนิธิโฆษิต 27.น.อ.สุรพล นะวะมวัฒน์ 28.นายคฑาวุธ บูรณ์พิทักษ์ มารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2557 เวลา 10.00-12.00 น.
ผู้ว่าฯเชียงใหม่รับตำแหน่งขอความร่วมมือสมานฉันท์
เมื่อเวลา 13.00 น.ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมภรรยา ได้เดินทางมารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานเอกชนหลายแห่ง พร้อมผู้สื่อข่าวให้การต้อนรับ พร้อมมอบช่อดอกไม้ของที่ระลึกร่วมแสดงความยินดี โดยนายสุริยะ ได้กราบไหว้ศาลพระภูมิ และหอพ่อปู่ย่าเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีตัวแทนร่วมแสดงความยินดีในโอกาสรับตำแหน่งครั้งนี้ ก่อนไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องคุ้มครองเมืองเชียงใหม่แห่งต่างๆก่อนไปหาผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัด
นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตนขอขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการต่างๆที่เดินมาต้อนรับตนเองครั้งนี้ ตอนนี้ยังรู้สึกตื่นเต้นและหนักใจที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชามอบหมายให้มารับตำแหน่งทำหน้าที่เป็นผู้ว่าราชการครั้งนี้ เมื่อได้รับมอบหมายก็จะมาทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ
"ขอเรียนตามตรงว่าบ้านเมืองเรานั้นอยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ ท่านก็คงตระหนักดี หากลองพิจารณาด้วยใจเป็นธรรม ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง น่าจะมีเฉพาะประเทศไทย ซึ่งเราหยุดวงล้อการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งเพื่อหยุดเพื่อทบทวนแนวทางเพราะเราตระหนักดีว่า วงล้อที่หมุนไปข้างหน้าก็จะน่ากลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น ที่เราหยุดตรงนี้เพื่อจะเกิดการปรองดองสมานฉันท์ เพื่อระดมความคิดที่จะให้เราก้าวหน้าต่อไป อย่างยั่งยืนและถาวร ไม่ต้องมีการสูญเสียใดๆเกิดขึ้นอีก"นายสุริยะ กล่าว
ผู้ว่าฯเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า ต้องขอร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการที่จะขับเคลื่อนวัฐจักรหนึ่งของประเทศไทย และเป็นเครื่องจัดที่สำคัญเพราะจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ มีตัวมหานครที่เป็นรองแค่กรุงเทพมหานครเท่านั้น ก็ขอความร่วมมือจากท่านทั้งภาครัฐเอกชน องค์กรปกครองส่วนภูมิภาคท้องถิ่นต่างๆ เพื่อที่จะผลักดันทำงานพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่อย่างเต็มที่



