ข่าว

แกะรอยจับหนุ่มหื่นฉุดสาวกลางห้าง

แกะรอยจับหนุ่มหื่นฉุดสาวกลางห้าง

01 มิ.ย. 2557

แกะรอยจากกล้องวงจรปิด ตามจับหนุ่มหื่นฉุดสาวกลางห้าง : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

 
                         ทุกวันห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่สุดในย่านรามอินทราจะค่อนข้างพลุกพล่านไปด้วยผู้คน แต่ก็มีบางมุมที่ค่อนข้างเปลี่ยวลับตาคน โดยเฉพาะบริเวณลานจอดรถที่ค่อนข้างกว้างและมืด ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าต้องจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับหน้าที่ในการตรวจตราป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้า แต่มาตรการรักษาความปลอดภัยนั้นไม่เพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ได้
 
                         ช่วงบ่ายวันที่ 4 พฤษภาคม 2555 นักธุรกิจสาววัย 25 ปี ขับรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปจอดบริเวณลานจอดรถชั้น 1 ครึ่งโซนดี ซึ่งอยู่ด้านหลังของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ เพื่อไปจับจ่ายซื้อหาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างเช่นที่เคยทำเป็นประจำแทบทุกวัน เมื่อจับจ่ายสินค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วได้เดินกลับมาที่รถเพื่อขับกลับบ้าน โดยไม่คาดคิดว่าเหตุร้ายกำลังจะย่างกรายมาเยือน
 
                         ระหว่างหญิงสาวรายนี้ ก้าวขึ้นรถ ประจำที่นั่งคนขับและกำลังจะสตาร์ทเครื่องรถยนต์ มีชายวัยรุ่นอายุ 20 ปีเศษ สูงประมาณ 155-160 เซนติเมตร ผิวดำแดง กระชากประตูหลังด้านซ้ายและขึ้นมานั่งที่เบาหลังคนขับ ด้วยความตกใจหญิงสาวพยายามจะล็อกรถแต่ไม่ทัน เพราะถูกคนร้ายคว้าตัวไว้ และใช้มือปิดปากไว้ไม่ให้ร้อง
 
                         คนร้ายต่อยเข้าที่ท้องหญิงสาวอย่างแรงหลายครั้งเพื่อไม่ให้ขัดขืน พร้อมทั้งใช้เชือกฟางที่เตรียมมามัดมือผู้เสียหาย หญิงสาวพยายามเปิดประตูรถให้ฟาดเข้ากับรถที่จอดอยู่ด้านข้าง โดยหวังจะให้สัญญาณกันขโมยของรถคันนั้นทำงาน เพื่อให้ส่งเสียงสัญญาณเตือนภัย ให้ใครในละแวกนั้นได้ยิน และอาจเข้ามาช่วยเหลือเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของคนร้าย
 
                         เมื่อเหยื่อสาวดิ้นรนขัดขืน ชายวัยรุ่นผู้นี้จึงกระหน่ำชกที่ท้องอีกหลายครั้ง และบีบคอเหยื่อสุดแรง หญิงสาวได้สติจึงออกอุบายแกล้งยินยอมและทำทีเป็นสลบ โดยฟุบหน้าเข้ากับเบาะข้างคนขับ คนร้ายเห็นดังนั้นจึงปีนข้ามมานั่งประจำที่นั่งคนขับแทน 
 
                         หญิงสาวจึงได้โอกาส เปิดประตูรถกระแทกเข้ากับรถอีกคันอย่างแรง คนร้ายโมโห จึงกดหัวหญิงสาวและชกท้องอีกหลายครั้ง พร้อมกับข่มขู่ให้อยู่เฉยๆ และบอกว่าจะพาไปพบคนคนหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวไม่ฟังเสียงพยายามกดแตรรถส่งเสียงขอความช่วยเหลือ จึงถูกคนร้ายทุบตีอีกหลายครั้ง พร้อมกับชักมีดออกมาขู่ให้หญิงสาวหยุดขัดขืน และจับกดศีรษะกดลงต่ำเพื่อใช้ขาซ้ายกดทับไว้ที่คอ
 
                         แต่คนร้ายสวมกางเกงขาสั้น เหยื่อจึงได้โอกาสกัดไปที่ต้นขาของคนร้ายสุดแรง คนร้ายต้องรีบยกขาขึ้น หญิงสาวรายนี้ได้โอกาสวิ่งหนีออกมานอกรถ ไปร้องขอความช่วยเหลือจากชาย-หญิงคู่หนึ่งที่เดินผ่านเข้ามาบริเวณลานจอดรถพอดี คนร้ายยังไล่ตามมาพร้อมกับบอกชาย-หญิงคู่นั้นว่า "เรื่องของแฟนทะเลาะกัน คนอื่นอย่ายุ่ง" 
 
                         หญิงสาวจึงต้องวิ่งหนีออกห่างมาอีก ขณะที่คนร้ายเห็นท่าไม่ดี เดินกลับไปที่รถกระบะ ซึ่งจอดอยู่ด้านหลังรถยนต์เหยื่อสาวขับหนีไป แม้หญิงสาวจะตะโกนขอความช่วยเหลือจากพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งอยู่ในบริเวณนั้น ก็ไม่สามารถสกัดรถคันนี้ไว้ได้ทัน
 
                         หลังเกิดเหตุหญิงสาวเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางชัน ซึ่งขณะนั้นมี พ.ต.อ.วีรชัย โพธิปัตชา ทำหน้าที่ ผกก.สน.บางชัน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อใช้แกะรอยติดตามจับกุมคนร้าย ซึ่งพบเชือกฟาง มีดพกสั้นปลายแหลม 1 เล่ม หมวกแก๊ป 1 ใบ และรองเท้าแตะ 1 คู่ ตกอยู่ในรถผู้เสียหาย ซึ่งหญิงสาวยืนยันว่าเป็นของคนร้าย
 
                         "หนูกัดสุดแรงไปที่ต้นขาด้านซ้ายของเขา คิดว่าน่าจะมีรอยปรากฏอยู่" คำให้การของเหยื่อสาวกลายเป็นเบาะแสสำคัญอีกอย่างที่ตำรวจจะใช้เป็นเบาะแสในการติดตามตัวคนร้าย นอกจากลายนิ้วมือแฝง และดีเอ็นเอของคนร้ายที่อาจเปื้อนอยู่บนรถของผู้เสียหาย รวมถึงของกลางที่คนร้ายทิ้งไว้ในรถยนต์คันนี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่จะใช้มัดตัวคนร้ายจนดิ้นไม่หลุด
 
                         ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางชัน ตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด เพราะนั่นคือเบาะแสสำคัญที่ตรวจสอบได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด ผลปรากฏว่า กล้องวงจรปิดที่ทางห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ติดตั้งไว้ สามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้ค่อนข้างชัดเจน
 
                         ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้ในวันเกิดเหตุ ปรากฏภาพคนร้ายซึ่งสวมเสื้อยืดสีขาวแขนสั้น สวมกางเกงขาสั้นสามส่วน สีน้ำตาล ขับรถกระบะเข้ามาจอดในห้างโดยปักหัวรถเข้าจอด ซึ่งมีพฤติกรรมเหมือนเป็นการสำรวจเหยื่อที่จะลงมือตั้งแต่เวลา 13.06 น. จากนั้นเวลาประมาณ 13.13 น. ผู้เสียหายขับรถยนต์เข้ามาจอดเยื้องๆ กับรถคนร้าย ก่อนเดินเข้าไปในห้าง โดยคนร้ายเดินตามไปดูหน้าเหยื่อ ก่อนเดินกลับมาที่รถกระบะพร้อมสวมหมวกแก๊ปสีแดง และไปยืนอยู่ท้ายกระบะ เมื่อเห็นผู้เสียหายเดินกลับมาและเปิดประตูเข้าไปในรถ คนร้ายจึงเดินอ้อมมาที่ข้างประตูรถกระบะด้านคนขับ ทำทีเหมือนจะเปิดประตูขึ้นรถ ก่อนเดินรี่ไปขึ้นรถผู้เสียหายในเวลา 13.31 น. ซึ่งจะสังเกตได้ว่าไฟกะพริบขอสัญญาณของรถถูกเปิด 1 ครั้ง ก่อนกะพริบอีก 4 ครั้ง
 
                         ภาพจากกล้องวงจรปิดยังปรากฏด้วยว่า เวลาประมาณ 13.33 น. ระหว่างที่ต่อสู้ขัดขืนกันอยู่นั้น ช่องจอดรถใกล้ๆ กันมีรถแล่นเข้ามาจอดพอดี เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผู้เสียหายวิ่งพรวดออกมาจากข้างรถด้านซ้าย ซึ่งเป็นด้านคนนั่ง ก่อนหายไปจากจอภาพ และคนร้ายเดินออกมาด้านคนขับในสภาพเดินเท้าเปล่า ไม่ใส่หมวก ชี้ไม้ชี้มือไปด้านที่ผู้เสียหายวิ่งไป พร้อมเดินเข้าไปเหมือนจะเอาเรื่อง ก่อนเดินกลับไปที่รถกระบะเพื่อสตาร์ตขับออกไป
 
                         กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพป้ายทะเบียนของกระบะที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะหลบหนีไว้ได้อย่างชัดเจน ตำรวจจึงตรวจสอบกับกรมการขนส่งทางบก พบว่ารถกระบะคันนี้ผู้ครอบครองพักอยู่ในย่านซอยกาญจนาภิเษก 9 แยก 9 แขวงและเขตคันนายาว กทม. 
 
                         ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางชัน เดินทางไปเชิญตัวผู้ครอบครองรถมาสอบสวน ปรากฏว่าในวันเกิดเหตุ นายสัมพันธุ์ ศรีคชา อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นน้องชายของผู้ครอบครองนำรถกระบะคันนี้ไปใช้ ข้อมูลที่ได้ดังกล่าวถูกนำไปตรวจสอบกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่พบในที่เกิดเหตุ พบว่าสอดคล้องกัน พนักงานสอบสวน สน.บางชัน จึงขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรีออกหมายจับนายสัมพันธ์ ในข้อหาข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้นโดยมีอาวุธ และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ก่อนจะติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ ที่ซอยบางขวัญ 19 หมู่ 5 ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2555 หลังจากเกิดเหตุเพียง 5 วัน
 
                         หลังการจับกุมตำรวจได้ส่งตัวผู้ต้องหารายนี้เข้าตรวจสอบร่างกาย ซึ่งพบรอยฟันที่บริเวณต้นขาซ้าย สอดคล้องกับคำให้การของผู้เสียหาย กลายเป็นหลักฐานอีกชิ้นที่มัดตัวผู้ต้องหา ซึ่งยอมรับสารภาพว่า ก่อเหตุร้ายขึ้นกับหญิงสาวรายนี้จริง
 
                         "ผมเสพยาบ้า แล้วไม่รู้จะไปไหนจึงขับรถมาที่ห้างสรรพสินค้า มาอยู่ที่ลานจอดรถ กระทั่งพบ น.ส.ชญาธร เดินมาที่รถและกำลังเปิดประตูรถ เกิดอารมณ์ทางเพศเลยเดินเข้าไปในรถแล้วจับเขา แต่เขาขัดขืนจึงลงมือทำร้าย" ผู้ต้องหา อ้าง
 
                         หลังเกิดคดีดังกล่าวขึ้น พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ซึ่งขณะนั้นทำหน้าที่ ผบช.น. ได้มอบหมายให้ตำรวจทุกพื้นที่ประสานห้างสรรพสินค้า รวมถึงสถานที่สาธารณะทุกแห่งให้เพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายในลักษณะนี้ขึ้นอีก พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ เพราะเชื่อว่ายาเสพติดเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ต้องหารายนี้ก่อเหตุร้าย
 
 
 
 
------------------------
 
(แกะรอยจากกล้องวงจรปิด ตามจับหนุ่มหื่นฉุดสาวกลางห้าง : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)