ข่าว

พื้นที่'ดินไหว-สึนามิ'เสี่ยง-เสียวบนความไม่พร้อม

พื้นที่'ดินไหว-สึนามิ'เสี่ยง-เสียวบนความไม่พร้อม

01 มิ.ย. 2557

ตะลุยพื้นที่ 'ดินไหว-สึนามิ' เสี่ยง-เสียวบนความไม่พร้อม : โดย...ศูนย์ข่าวภาคใต้

 
                         หลังเกิดแผนดินไหวระดับ 6.3 ริกเตอร์ในพื้นที่ภาคเหนือ ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงสุดในรอบ 100 ปี ซ้ำยังมีปรากฏการณ์อาฟเตอร์ช็อกตามติดมาอีกนับร้อยครั้ง กลายเป็นมหันตภัยทางธรรมชาติอันน่าสะพรึงกลัวยิ่ง 
 
                         พิบัติภัยรูปแบบดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นเนืองๆ ได้สร้างภาวะอกสั่นขวัญแขวนให้คนไทยอย่างต่อเนื่อง จนหลายภาคส่วนหันมาตระหนักในแง่การระวังภัยรูปแบบต่างๆ
 
                         ยิ่งในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ซึ่งเคยเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงนอกชายฝั่งด้านตะวันตกของหัวเกาะสุมาตราในประเทศอินโดนีเซีย ก่อนเคลื่อนตัวแผ่ขยายไปทั่วทะเลอันดามัน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ที่ผ่านมา จนทำให้เกิด "คลื่นสึนามิ" รุนแรงรวดเร็ว ทำลายสิ่งปลูกสร้างและชีวิตมวลมนุษยชาติไปอย่างประเมินค่ามิได้  
 
                         บทเรียนบนคราบน้ำตาเหล่านี้ ล้วนเป็นความกระเพื่อมไหวเชิงจิตใจมวลมนุษยชาติอย่างมิมีวันลืมเลือน 
 
                         ทว่า หลังวันวานผันผ่าน ก็กลับทำให้หลายๆ คน หลายหน่วยงานเกิดความสะเพร่าในแง่ระวังภัย-ป้องกันโดยไม่รู้ตัว..!
 
                         ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ลงพื้นที่ตรวจสอบการเตรียมความพร้อมอุปกรณ์ป้องกัน-เตือนภัยในพื้นที่ฝั่งอันดามัน โดยพบว่าหลายพื้นที่ยังมีช่องโหว่ และเกิดความไม่พร้อมอย่างชัดเจน
 
                         อย่างที่ชายหาดเขาหลัก จ.พังงา พบว่า หอสัญญาณเตือนภัย หอหลบภัย และ ป้ายแสดงบอกเส้นทางหลบหนีคลื่นยักษ์ หรือสัญลักษณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการอพยพหนีสึนามิ มีสภาพทรุดโทรมไปตามกาลเวลา โดยไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด?  
 
                         เมื่อสอบถามจาก "สมเกียรติ อินทรคำ" หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา ให้ข้อมูลว่า  หลังจากจังหวัดภาคเหนือเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ในส่วนของ จ.พังงา ถือเป็นจังหวัดนำร่องในการเตรียมรับมือจากเหตุภัยพิบัติทั้งหลายนี้ โดยมีการบูรณาการหน่วยงานต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือจากเหตุภัยพิบัติต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ตามโครงการ "รัฐร่วมราษฎร์" สนับสนุนให้ทุกชุมชนในพื้นที่เสี่ยงร่วมมือกันเตรียมความพร้อมรับมือโดยชุมชนเอง
 
                         สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากเหตุการณ์สึนามิ เมื่อปี 2547 และถือว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง ล่าสุดมีการติดตั้งหอเตือนภัยในพื้นที่ชายทะเลใน อ.คุระบุรี ตะกั่วป่า ท้ายเหมือง และ อ.ตะกั่วทุ่ง รวมทั้งหมด 18 จุด 
 
                         "ไมตรี จงไกรจักร" ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายภัยพิบัติจังหวัดพังงา บอกว่า เครือข่ายภัยพิบัติจังหวัดพังงา ได้มีการซักซ้อม และเตรียมความพร้อมในระดับชุมชนมาตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน ณ  ชุมชนบ้านน้ำเค็ม ต.บางม่วง จ.พังงา ซึ่งได้รับรางวัลในด้านการเตรียมรับมือกับการป้องกันภัยพิบัติระดับชุมชนจากกระทรวงมหาดไทย และเป็นศูนย์การเรียนรู้ในการจัดการภัยพิบัติของเครือข่ายชุมชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
 
                         ส่วน จ.ภูเก็ต ก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่เกิดความสูญเสียมหันต์จากสึนามิครั้งนั้นเช่นกัน "สันติ์ จันทรวงศ์" ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ชี้ว่า ความพร้อมของสัญญาณเตือนภัยที่มีการติดตั้งตามพื้นที่เสี่ยงต่างๆ มีทั้งหมด 19 หอ ที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบกับทางศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นประจำทุกวันในเวลาประมาณ 09.00 น. 
 
                         ยืนยันว่า ยังสามารถใช้งานได้ทั้งหมด !!! 
 
                         นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบปล่อยเสียงสัญญาณเตือนภัยเดือนละ 2 ครั้ง ในวันที่ 1 และ วันที่ 16 ของเดือน เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่จุดเสี่ยงได้รับทราบ ดังนั้นหากเกิดแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้าน ที่อาจจะมีผลกระทบกับบ้านเรา ทางศูนย์เตือนภัยฯ ก็จะแจ้งมายังหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ เพื่อแจ้งต่อไปยังหน่วยงานในท้องถิ่นต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมและอพยพประชาชน
 
                         ส่วนกรณีของป้ายเตือนภัย และป้ายบอกเส้นทางไปยังจุดปลอดภัยนั้น นายสันติ์ กล่าวว่า ป้ายต่างๆ ในพื้นที่เสี่ยงจากการตรวจสอบกับทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเจ้าของพื้นที่พบว่า ในบาง พื้นที่ป้ายดังกล่าวก็หายไป และ ในบางพื้นที่ก็ยังคงมีอยู่ เนื่องจากความเจริญเติบโตของเมืองอย่างต่อเนื่อง 
 
                         เป็นเหตุให้บางพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงเพราะบางป้ายอยู่ในพื้นที่ที่มีกรรมสิทธิ์ ส่งผลให้ถูกรื้อถอนออกจากพื้นที่ จึงได้แจ้งให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยงภัยเร่งสำรวจและมีการติดตั้งใหม่ในจุดที่ถูกรื้อถอนหรือป้ายหายไป
 
                         ขณะเดียวกัน ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการฝึกซ้อมอพยพประชาชนมาโดยตลอด อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เช่น ซ้อมแผนอัคคีภัย ซ้อมแผนสึนามิ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อป้องกันความแตกตื่นกรณีเกิดภัยพิบัติต่างๆ อย่างต่อเนื่อง 
 
                         ส่วนในพื้นที่ จ.กระบี่ "เถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์" หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่  ยอมรับว่า "มีความเป็นห่วงหากเกิดภัยพิบัติขึ้น โดยเฉพาะความพร้อมในการรับมือได้ ปัจจุบันมีหอสัญญาณเตือนภัยที่มีการติดตั้งตามพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ทั้งหมด 32 หอ กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ในพื้นที่ เกาะพีพี เกาะลันตา อ่าวนาง อ่าวไร่เล อ่าวน้ำเมา หาดคลองม่วง ล่าสุดตรวจสอบพบว่า หอสัญญาณเตือนภัยทั้ง 32 จุดยังใช้งานได้ทั้งหมด" 
 
                         นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบปล่อยเสียงสัญญาณเตือนภัยและซ้อมการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้มีการฝึกซ้อมที่เกาะลันตา เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่จุดเสี่ยงได้รับทราบ 
 
                         แม้จะมีการยืนยันความพร้อมจากภาครัฐ แต่เมื่อลงสังเกตการณ์พบว่า ทั้งป้ายเตือนภัย และป้ายบอกเส้นทางหนีภัยสึนามิตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ของ จ.กระบี่ ได้ถูกทำลายจนเสียหาย จนไม่สามารถดูเส้นทางได้จำนวนมาก ทั้งที่เกาะพีพี อ่าวมาหยา และที่ต่างๆ อีกหลายจุด
 
                         ความตื่นตัวดังกล่าวรวมถึง จ.ระนอง ด้วย โดยทันทีที่เกิดแผ่นดินรุนแรงในภาคเหนือนั้น ว่าที่ ร.ต.เชิดศักดิ์ จำปาเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ก็ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานไปยังอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจตรวจสอบเพื่อแก้ไข รวมทั้งความจำเป็นที่ต้องการเพิ่มหอเตือนภัยหรือไม่ ถ้าต้องเพิ่มหอเตือนภัยทางจังหวัดจะทำเรื่องขอรับการสนับสนุนงบประมาณไปยัง “กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย” สำนักนายกรัฐมนตรี ต่อไป 
 
                         ขณะเดียวกัน ล่าสุดมีแผนจัดสร้างหอเตือนภัยเพิ่มอีก 5 แห่ง ตามพื้นที่ชายฝั่งทะเลใน จ.ระนอง ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว และสึนามิ เพื่อให้การเตือนภัยมีความครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น จากเดิมที่มีอยู่จำนวน 13 แห่ง โดยจุดที่ก่อสร้างหอเตือนภัยอีก 5 แห่ง จะเน้นสร้างในพื้นที่ของสถานีตำรวจภูธรใน 5 พื้นที่ ได้แก่ อ.สุขสำราญ กะเปอร์ ราชกรูด บางแก้ว และกระบุรี  
 
                         การเตรียมความพร้อม-ตรวจตราอุปกรณ์เพื่อรองรับภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว นับเป็นเรื่องที่ดีในการป้องกันและบรรเทาความสูญเสีย ซึ่งอาจกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่หลายคนไม่อยากเห็น เพราะบทเรียน "วัวหายแล้วล้อมคอก" ยังคงหลอกหลอนคนไทยอยู่จนทุกวันนี้ !
 
 
 
 
------------------------
 
(ตะลุยพื้นที่ 'ดินไหว-สึนามิ' เสี่ยง-เสียวบนความไม่พร้อม : โดย...ศูนย์ข่าวภาคใต้)