
ก.รักษาความปลอดภัยฯ'วัชรพล'ตั้งเป้าปฏิรูปตำรวจ
ก.รักษาความปลอดภัยฯ 'วัชรพล'ตั้งเป้าปฏิรูปตำรวจ : ทีมข่าวอาชญากรรมรายงาน
หลังมีการควบคุมอำนาจโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีการเปลี่ยนแปลงภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหลายอย่าง ตั้งแต่การโยกย้าย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ไปประจำที่สำนักนายกรัฐมนตรี และให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผบ.ตร. ทำหน้าที่รักษาราชการแทน พร้อมทั้งมีคำสั่งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสูงอีกหลายคน และยังประกาศปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการปรับโครงสร้างตำรวจให้เสร็จสิ้นภายใน 4 เดือน
พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ทันทีหลังจากเข้ารับตำแหน่งว่า มีแนวคิดที่จะปรับโครงสร้างตำรวจ โดยการยกฐานะให้เป็น “กระทรวงรักษาความปลอดภัยสาธารณะ” ส่วนกองบัญชาการต่างๆ จะยกฐานะเป็นกรมในสังกัด
นั่นเท่ากับว่า หากแนวคิดของ พล.ต.อ.วัชรพล เป็นจริง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะยกฐานะเป็นกระทรวง มีปลัดกระทรวง เป็นผู้นำฝ่ายข้าราชการประจำสูงสุดในองค์กร และจะมีรัฐมนตรี เป็นผู้บริหารกระทรวงในฝ่ายการเมือง จากเดิมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีฐานะหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 16 กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.ต.ช.” มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการบริหารราชการตำรวจ และกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ปฏิบัติตามนโยบาย ระเบียบแบบแผน มติคณะรัฐมนตรี และกฎหมาย โดยคณะกรรมการชุดนี้มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
ซึ่งว่ากันว่า กฏหมายข้อนี้เอื้ออำนวยให้ฝ่ายการเมืองสามารถล้วงลูกองค์กรตำรวจได้ในปัจจุบัน
แนวคิดยกฐานะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกระทรวงรักษาความปลอดภัยสาธารณะ ของ พล.ต.อ.วัชรพล จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า นอกจากจะไม่สามารถแก้ภาพลักษณ์องค์กรตำรวจแล้ว ยังจะเอื้ออำนวยให้องค์กรตำรวจถูกควบคุมโดยนักการเมืองได้ง่ายขึ้น
ท่าทีของ พล.ต.อ.วัชรพล จึงเปลี่ยนไป จากเดิมที่มีแนวคิดยกฐานะสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานระดับกระทรวง จึงเหลือเพียงข้อเสนอกระจายอำนาจให้หน่วยงานดูแลพื้นที่มีอำนาจบริหารจัดการได้เบ็ดเสร็จ โดยระบุถึงการแปรสภาพหน่วยงานระดับกองบัญชาการให้เป็นนิติบุคคล ซึ่งสามารถตั้งงบประมาณบริหารจัดการองค์กรได้เอง ทั้งเรื่องอัตรากำลังพล อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่สำคัญสามารถกำหนดตัวชี้วัดตามปัจจัยคุกคามในพื้นที่ได้เอง เพราะทุกวันนี้ทุกอย่างรวมอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งหากแนวคิดนี้เป็นจริงส่วนบังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเป็นเพียงหน่วยสนับสนุน ทำหน้าที่ประสานงาน วางยุทธศาสตร์ และวางแผนการสนับสนุนงบประมาณในภาพรวมเท่านั้น
"การปฏิรูปตำรวจเป็นข้อเรียกร้องของประชาชน ที่อยากเห็นตำรวจกระจายอำนาจ จึงคิดว่าทำอย่างไรถึงจะกระจายอำนาจตามข้อเรียกร้องของประชาชนได้ โดยให้หน่วยงานดูแลพื้นที่ที่มีอำนาจบริหารจัดการได้เอง จะทำให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เล็กลง เป็นเพียงการสนับสนุน วางแผน นโยบาย และยุทธศาสตร์ การตั้งเป็นรูปแบบกระทรวงยังตอบไม่ได้ มันอาจจะไม่เป็นก็ได้ กำลังคิดอยู่เพื่อที่จะตอบโจทย์พี่น้องประชาชน" พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว
แนวคิดการกระจายอำนาจสู่ระดับกองบัญชาการ เป็นความเห็นที่สอดรับกับแนวคิดของ ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับตำรวจมานาน เห็นว่า การกระจายอำนาจให้แก่หน่วยงานระดับปฏิบัติที่แท้จริง เป็นแนวคิดที่น่าจะตอบโจทย์การปฏิรูปตำรวจได้ระดับหนึ่ง เพราะที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าอำนาจทั้งหมดจะถูกยึดโยงไว้โดยตำรวจระดับสูง และมีนักการเมืองเป็นผู้ชี้นำ โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่มีผลต่อการปฏิบัติงานของตำรวจในพื้นที่
"การปฏิรูปตำรวจให้ได้ผล จะต้องหาคำตอบให้ได้ก่อนว่า จะทำอย่างไรตำรวจจึงจะหลุดพ้น และเป็นอิสระจากการเมือง และผู้มีอิทธิพลที่เข้ามาแทรกแซง ระบบเด็กเส้นเด็กฝากต้องไม่มี ที่สำคัญคือเรื่องงบประมาณที่ไม่เพียงพอในหน่วยปฏิบัติงาน เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้เกิดการเรียกรับส่วยในปัจจุบันนี้" ผศ.ดร.ปนัดดา ระบุ
สอดคล้องกับ ด.ต.สรสิช บุญธรรม ผบ.หมู่ จร. สน.ประเวศ ตำรวจระดับผู้ปฏิบัติที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ยืนยันว่า การปฏิรูปองค์กรตำรวจควรที่จะกระจายอำนาจให้หน่วยงานปฏิบัติมีอำนาจในการบริหารจัดการองค์กรเองได้ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ เพราะทุกวันนี้การเบิกจ่ายงบประมาณแต่ละอย่างเป็นไปด้วยความล่าช้า เป็นอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานในพื้นที่
ไม่แตกต่างจากความคิดเห็นของตำรวจระดับปฏิบัติงานอีกหลายคน ที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อต่างระบุไปในทำนองเดียวกันว่า วาระเร่งด่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือต้องแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ปัญหาความไม่ยุติธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย ระบบเด็กเส้นเด็กฝากต้องไม่มี
"สาเหตุที่ทำให้การเมืองล้วงลูกการบริหารงานตำรวจได้คือ เรื่องของเส้นสาย ตำรวจเองเป็นผู้วิ่งเข้าหาบุคคลที่มีอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งแน่นอนนักการเมืองเป็นกลุ่มหนึ่งที่สามารถช่วยเหลือได้ หากไม่รีบแก้เรื่องนี้ เชื่อว่าจะปฏิรูปอย่างไรภาพลักษณ์ของตำรวจคงไม่ดีขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆ ปัจจุบันแค่ตำรวจชั้นประทวนสอบเลื่อนตำแหน่งยังต้องใช้เส้นใช้สายจึงจะได้ตำแหน่ง พวกที่ไม่มีเส้นมีสายสอบแล้วสอบอีก 4-5 รอบ ยังไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ต้องรีบแก้ไขก่อน" ตำรวจชั้นประทวน ที่ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อ ให้ข้อมูล
ทีมข่าวได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนหลายรายเกี่ยวกับการปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนใหญ่ต้องการเห็นตำรวจปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่แท้จริง โดยตำรวจควรเป็นหน่วยงานอำนวยความยุติธรรม ไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่สำคัญคืออยากเห็นตำรวจปลอดจากเรื่องส่วยและการเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ โดยตำรวจต้องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ไม่หวั่นเกรงต่ออิทธิพลใดๆ
(หมายเหตุ : ก.รักษาความปลอดภัยฯ 'วัชรพล'ตั้งเป้าปฏิรูปตำรวจ :ทีมข่าวอาชญากรรมรายงาน)



