ข่าว

ปฏิบัติการสลายทุกสีให้ติดธงชาติไทยแทน

ปฏิบัติการสลายทุกสีให้ติดธงชาติไทยแทน

31 พ.ค. 2557

ปฏิบัติการสลายทุกสีให้ติดธงชาติไทยแทน : เศกสันติ กัลยาณวิสุทธิ์รายงาน

               พื้นที่อุดรธานี ถูกจับตามองเป็นพิเศษ หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เข้ายึดอำนาจและประกาศสลายขั้วการเมือง เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ประกาศเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง และยังมีการก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเป็นแห่งแรก ที่บ้านหนองหูลิง ต.หนองไฮ อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2553

               ดูเหมือนว่าหมู่บ้านคนเสื้อแดงโดย อานนท์ แสนน่าน  ได้เจริญเติบโตขึ้นเป็นลำดับในยุคของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ขยายไปทั่วประเทศกว่า 2 หมื่นหมู่บ้าน ในทุกจังหวัด

               แต่มาวันนี้ธงที่เป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเชิงสัญลักษณ์ที่เคยโบกสะบัดของหมู่บ้านคนเสื้อแดงแห่งแรกนี้ ไม่เหลือเค้าโครงความรุ่งเรืองให้เห็นเมื่อถูกทางทหารขอให้ปลดธงและนำป้ายลง เช่นเดียวกับหมู่บ้านในอำเภอต่างๆ ทั้ง 20 อำเภอในพื้นที่ จ.อุดรธานี 

               ปฏิบัติการ ปลดธง ปลดป้าย ครั้งนี้ เป็นการป้องกันไม่ให้ชาวบ้านคิดว่า ยังมีการแบ่งสีเสื้อกันอยู่ โดยทางทหารจะเข้าไปติดตามพร้อมปฏิบัติการจิตวิทยา ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพูดคุยกับชาวบ้านแต่ละหมู่บ้าน ให้เข้าใจถึงสถานการณ์บ้านเมือง เพื่อลดความคิดในการฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลงไปให้ได้ ซึ่งคงต้องให้เวลาสักระยะหนึ่ง

               “ไม่ใช่เป็นการดำเนินการเฉพาะกับกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ว่าจะมีการสลายให้หมดทุกสีเสื้อ ทั้งสีเหลือง สีอื่นๆ  เบื้องต้นได้เชิญแกนนำในพื้นที่ของทุกสีเสื้อเข้ามาพูดคุย ให้เอาสัญลักษณ์ของสีต่างๆ ลง แล้วให้ติดธงชาติไทยแทน" เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการท่านหนึ่งกล่าวชี้แจง
 
               จากนั้น คสช.จะตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปโดยจะร่วมกันทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ตั้งเวทีขึ้นมาตามอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน เชิญกลุ่มคนทุกสีเสื้อเข้ามาพูดคุยกันเลยว่า สีแดงต้องการอะไร สีเหลืองต้องการอะไร เมื่อคุยแล้วทำได้ไหม หากทำไม่ได้ทหารอาจจะดำเนินการให้เอง โดยการดำเนินการแบบนี้จะเป็นการแก้ไขได้ตรงจุด

               แม้จะมีการแบ่งขั้วขีดเส้นกันอย่างชัดเจน แต่ชาวบ้านส่วนหนึ่งก็บอกว่าพวกเขาเองไม่ทราบมาก่อนเลยว่าพื้นที่ที่เขาเกิดและอยู่มาค่อนชีวิตนี้ เป็นหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งแรกในประเทศไทย

               "ลุงไม่ได้สนใจว่าจะเป็นบ้านเสื้อแดงหรือเสื้อเหลือง ขอให้อยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุขก็พอ ไม่อยากให้มีแบ่งสีเสื้อ อยากให้เป็นคนเสื้อสีเดียวกัน บ้านเมืองถึงจะอยู่กันอย่างสงบสุข ถ้าเมืองไทยยังมีสีนั้นสีนี้ ก็จะเกิดการแย่งชิงกันเหมือนเดิม"  ลุงอำนวย ต้นกันยา วัย 66 ปี กล่าว

               “มาอ้างว่าฝ่ายนั้นมากกว่าฝ่ายนี้ พอมากันเยอะก็ต่อสู้กัน อยากให้บ้านเมืองเราอยู่เย็นเป็นสุข ทำมาหากินกันไป ลุงก็ไม่เคยที่จะไปชุมนุมอะไรกับใครสักครั้ง ขอฝากอย่าให้มีการแย่งชิงกัน ข้าราชการก็ทำงานให้เป็นปึกแผ่น ให้ประเทศไทยเจริญขึ้น คนอยู่บ้านก็หากินกันไป อยู่แบบพอเพียง ให้เราอยู่ได้ก็มีความสุขแล้ว” ชาวบ้านหนองหูลิง กล่าว

               ขณะที่ชาวบ้านอีกหลายคนก็ไม่เห็นด้วยที่มีการประกาศแยกเป็นหมู่บ้านเสื้อแดง แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านหรือแสดงออกว่าไม่เห็นด้วย เพียงแต่ขอให้ทุกคนได้อยู่ร่วมกัน เป็นพี่เป็นน้องกัน ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ สันติ ไม่แตกแยก

               "เป็นการดีแล้วที่มีการนำป้ายหมู่บ้านออกไป เพื่อที่อนาคตทุกคนจะอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่ต้องมีการแยกสี แยกฝ่าย เพื่อจะให้ประเทศไทยได้เดินหน้า รักสามัคคีกัน เหมือนเดิม" หนึ่งในชาวบ้านกล่าวถึงการปิดฉากหมู่บ้านคนเสื้อแดงแห่งแรก

.................................

(หมายเหตุ : ปฏิบัติการสลายทุกสี ให้ติดธงชาติไทยแทน : เศกสันติ  กัลยาณวิสุทธิ์รายงาน)