
'ประยุทธ์'แถลงผลงานยันประเทศชาติต้องมาก่อน
'ประยุทธ์'แถลงผลงานคสช.รอบ1สัปดาห์ หวังแก้ความขัดแย้งคืนสุขให้กับประชาชน จำเป็นต้องควบคุมสื่อเพราะถูกนำมาใช้ปลุกปั่นมานาน ยันประเทศชาติต้องมาก่อน
เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 30 พ.ค.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช. ออกรายการพิเศษ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) โดยในช่วงแรกเป็นการชี้แจงถึงสาเหตุที่ คสช.ต้องเข้ามายึดอำนาจว่า เป็นเพราะความแตกแยกที่หยั่งรากลึก การชุมนุมประท้วงที่ยาวนาน ไม่มีทางออก การใช้อาวุธสงครามทำร้ายประชาชน ทำให้ประชาชนในชาติไม่มีความสุข ไม่ปลอดภัย ขณะที่รัฐบาลรักษาการก็ไม่สามารถใช้อำนาจตามปกติได้ ทำให้การจัดทำงบประมาณปี 58 ล่าช้า ปัญหาเหล่านี้หากปล่อยไว้จะกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งการเข้ามาของ คสช.เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดที่คั่งค้าง และเพื่อคืนความสุขให้ประชาชนทั้งชาติ ที่สำคัญคือเพื่อให้สถาบันอยู่เหนือความขัดแย้งและได้รับการปกป้องจากคนไทยทุกคน
พล.อ.ประยุทธ์ยังชี้แจงถึงแผนการทำงานของ คสช.มี 2 เรื่อง คือ 1.งานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยทั่วราชอาณาจักร ที่จำเป็นต้องใช้กฎอัยการศึกควบคุม แต่ยืนยันว่าเมื่อสถานการณ์กลับสู่ปกติ ก็จะกลับไปใช้กฎหมายปกติ ส่วนการประกาศเคอร์ฟิวก็เพื่อให้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยระยะแรกจำเป็นต้องเข้มงวดเพื่อแยกแยะผู้ก่อเหตุ ผู้ใช้ความรุนแรง สกัดการขนย้ายวัตถุระเบิด ยาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม ปราบปรามกลุ่มติดอาวุธ หากพื้นที่ใดไม่มีสถานการณ์รุนแรง หรือเป็นพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวจะพิจารณาปรับลดมาตรการลงและนำไปสู่การยกเลิกโดยเร็วที่สุด ขณะที่การเชิญบุคคลมารายงานตัวก็เพื่อลดความขัดแย้ง และให้เกิดการยอมรับในความเห็นที่แตกต่าง ยืนยันว่าการเชิญมานั้นไม่มีการซ้อม ทรมาน แต่ในส่วนของคนไม่มารายงานตัวถือว่าไม่ร่วมมือ ต้องถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป เราจะเข้าข้างแต่ละฝ่ายไม่ได้ เพราะจะมีแต่แตกแยกไม่มีความสุข ประเทศขาดเสถียรภาพ ความน่าเชื่อถือจากต่างประเทศเสื่อมถอย ดังนั้นทุกกลุ่มต้องยุติการใช้ความรุนแรงต่อกัน เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการประกาศห้ามชุมนุมเกิน 5 คน มีความจำเป็น เพราะคสช.ต้องการให้เกิดความสงบสุข คสช.ไม่สามารถให้ฝ่ายใดต่อต้านได้ เพราะจะทำให้กลุ่มอื่นออกมา ขอร้องทุกพวกทุกฝ่ายอย่าออกมาชุมนุม เพื่อจะได้ไม่เกิดการปะทะกัน โดย คสช.จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ละเมิดประกาศห้าม ขณะที่การระงับ ควบคุมสื่อ ก็มีความจำเป็น เพราะตลอด 9 ปีและตลอดการชุมนุม 6 เดือนที่ผ่านมา มีการใช้สื่อบิดเบือนปลุกระดมต่อสู้ สร้างความเกลียดชังอย่างต่อเนื่อง จึงต้องระงับสื่อดังกล่าวชั่วคราว แต่ คสช.ไม่มีนโยบายปิดกั้นสื่อสังคมออนไลน์ทุกประเภทแต่อย่างใด ส่วนการปรับย้ายข้าราชการ ก็เป็นเรื่องภายในหน่วยงาน เพื่อลดความขัดแย้งที่มีมาแต่เดิมเพื่อสร้างความไว้วางใจในสังคม ไม่ได้ถือเป็นความผิดส่วนบุคคลแต่อย่างใด
คาดได้ครม.ตุลาคมนี้เพื่อจัดทำงบ58
2.การขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน หลังจากการบริหารสะดุดมาหลายเดือนจนงบประมาณหยุดชะงัก ประชาชนเดือดร้อนจำเป็นต้องปลดล็อกหาทางออกด้วยรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มและจัดทำงบปี 58 ให้ทันตามกำหนด จัดตั้ง ครม.ในเดือนตุลาคม เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งจะใช้ระเบียบบริหารงานปกติให้มากที่สุด ยืนยันว่าคสช.ไม่ได้สั่งส่วนราชการให้ปฏิบัติในสิ่งผิดกฎหมาย เพื่อผลประโยชน์ใคร แต่จัดคณะทำงานประสานทุกฝ่ายร่วมกับข้าราชการประจำ ไปร่วมขับเคลื่อนงาน ซึ่งการใช้จ่ายงบประมาณที่เกรงว่า คสช.จะใช้งบไม่จำกัดนั้น เป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างต้องอยู่ในระเบียบการใช้เงินของทุกกระทรวง ทบวง กรม สามารถตรวจสอบได้ตลอด จะไม่ใช้จ่ายจนเกินกำลัง จนเสียวินัยการเงินการคลังประเทศ ขณะที่โครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการ 2 ล้านล้านจะนำมาพิจารณาดูใหม่ จะแยกเฉพาะเรื่อง แยกพิจารณา เพื่อให้เกิดการเริ่มต้นอย่างโปร่งใส เช่น รถไฟทางคู่ ระบบสาธาารณูปโภคที่จำเป็น จะหาวิธีใช้งบประจำปี หรือใช้การลงทุนโดยเอกชน เพื่อลดภาระกู้เงินที่จะเป็นภาระผูกพันระยะยาว จะไม่ทำแผนงานตามฐานเสียงการเมืองเช่นอดีตที่ผ่านมาอีก
นอกจากนี้จะส่งเสริมการค้าเสรีอย่างเป็นธรรม ลดการผูกขาด ควบคุมราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ซึ่งอยู่ในขั้นตอนพิจารณา ส่วนด้านพลังงานอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะมีมาตรการดูแลอย่างไร แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในกติกา ตามกฎเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งการพิจารณาจัดตั้งกองทุนในภาคเอกชนและการตั้งกองทุนประเทศขนาดใหญ่ ในส่วนของรัฐวิสาหกิจกำลังพิจารณาปรับปรุงให้ดีขึ้น กรรมการบอร์ดต้องปรับให้มีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถมาบริหาร เพราะประเทศและประชาชนชาวไทยยังมีปัญหาท้าทายต้องได้รับการแก้ไขจัดระเบียบและต้องแก้ไขทุกอย่างให้ได้โดยเร็ว ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาสูญเปล่าไปกับความขัดแย้งคนในชาติมากพอแล้ว เราจำเป็นต้องเดินหน้าเพื่อประโยชน์ชาติ
โรดแม็พระยะแรก3เดือน/ระยะสอง1ปี
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงแผนโรดแม็พว่า ระยะที่ 1 จะดำเนินการเรื่องปรองดองสมานฉันท์เร็วที่สุดในกรอบ 3 เดือน เริ่มตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ในส่วนกลางและระดับพื้นที่ โดยมอบหมาย กอ.รมน.รับผิดชอบ ตั้งคณะทำงานปฏิรูปเพื่อเตรียมการสู่การปฏิบัติให้พร้อมในระยะที่ 2 โดยปราศจากความขัดแย้ง ไม่ได้มีเรื่องนิรโทษกรรม
ระยะที่ 2 การใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว จะมีการตั้งสภาชั่วคราว สรรหานายกฯ ครม. ร่างรัฐธรรมนูญพร้อมตั้งสภาปฏิรูป เพื่อแก้ไขทุกเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องการ น่าจะใช้เวลา 1 ปี มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากสถานการณ์ปกติ ปฏิรูปสำเร็จ มีความปรองดองสมานฉันท์ ทุกฝ่ายก็จะเริ่มดำเนินการก้าวสู่ระยะ 3 คือ การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ที่ทุกคนทุกฝ่ายพอใจ รวมทั้งมีกฎระเบียบกติกา เพื่อให้ได้คนดี สุจริต มีคุณธรรมมาปกครองบ้านเมือง
"ทั้งหมดไม่อาจสำเร็จโดยเร็ว หากยังไม่สงบ เกิด การประท้วงด้วยความไม่เข้าใจในประชาธิปไตย การเข้ามาควบคุมครั้งนี้ทำเพื่อคนไทยทุกคน ผมคิดว่าคนไทยทุกคนไม่มีความสุขมา 9 ปี ขณะนี้ทุกคนมีความสุขมากขึ้น ตั้งแต่ 22 พฤษภาคมเป็นต้นมา คสช.ไม่ได้ต้องการก้าวสู่อำนาจ แต่ประเทศเดินหน้าไม่ได้ ข้าราชการทุกคนไม่ทำอะไร ใครจะมาดูแลท่าน มาแก้ปัญหาให้ท่าน ในเมื่อประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไม่ได้ ประเทศชาติต้องมาก่อนเสมอ"
หลังภารกิจเสร็จทหารพร้อมกลับเข้ากรม
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ในแง่ประชาคมโลก เราเข้าใจ ขอให้เวลาเราปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม เพื่อแก้ประชาธิปไตยให้เป็นสากล ถูกต้อง รับผิดชอบเสียสละ หากทุกคนร่วมมือจะนำพาประเทศปลอดภัยยั่งยืน ทุกอย่างจะผ่อนคลาย ประชาธิปไตยจะมาถึงไม่นานนัก
"ขอเวลาให้เราแก้ปัญหาให้ท่าน จากนั้นทหารจะกลับไปทำภารกิจและเฝ้ามองประชาชน ด้วยความสุข และยั่งยืน ตามแนวทางพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
(หมายเหตุ : คำแถลงบางส่วน)



