
จากแดนสงครามสู่ฟุตบอลโลก
31 พ.ค. 2557
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : จากแดนสงครามสู่ฟุตบอลโลก
บอสเนีย เป็นชาติที่ 15 ที่ได้เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 ที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น หลังจากที่ชาติต่างๆ ในยุโรป มีการแยกออกมากันมากมาย ก่อนหน้านี้เคยมีชาติใหม่ๆ ถึง 8 ชาติในฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี ส่วนฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ก็มี เซอร์เบีย และสโลวะเกีย เข้ารอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก และถึงฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็เป็นคราวของ บอสเนีย บ้าง
ยุคนี้ถือว่าเป็นยุคทองของฟุตบอลบอสเนีย ที่นักเตะส่วนใหญ่จากบ้านเกิดกันมาตั้งแต่เด็ก อย่าง แอชเมียร์ เบโกวิช นายทวารของ "ช่างปั้นหม้อ" สโตค ซิตี ย้ายมาตั้งรกรากในต่างแดนตั้งแต่เด็ก หลังจากที่ครอบครัวหนีภัยสงครามในยุค 90 มาอยู่ที่เยอรมนี และนายทวารรายนี้ก็เป็นหนึ่งในนักเตะชุดฟุตบอลโลกของบอสเนียกว่าครึ่งทีม ที่ไม่ได้เติบโตในประเทศบ้านเกิดของตัวเอง เนื่องจากความขัดแข้งทางการเมือง
"ผมไม่มีความทรงจำมากนักในวัยเด็กของผม เราจากบ้านมาตั้งแต่ที่ผมอายุได้แค่ 4 ขวบ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากที่ผมจะนึกถึงชีวิตที่นั่น แต่การจากมาเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แน่นอนผมพยายามศึกษาเกี่ยวกับความขัดแย้ง และคุยกับครอบครัวของผมอย่างมากถึงสิ่งที่พวกเขาคิด และพยายามจะเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาตัดสินใจย้ายออกมาในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้ง มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากกับการทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้ข้างหลังและเริ่มต้นชีวิตใหม่" เบโกวิชเผย
ในช่วงเวลาดังกล่าว แอชเมียร์ ถูกหอบหิ้วโดยครอบครัวเดินทางจากเทรบินเย ในเฮอร์เซโกวีนา มาอยู่ที่เยอรมนี จากนั้นก็ย้ายไปแคนาดา ได้มาเล่นในพรีเมียร์ลีก และสุดท้ายกำลังจะไปเล่นฟุตบอลโลกที่บราซิล แต่จริงๆ แล้ว บอสเนีย มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องสงครามมาตลอด และมีชื่อเสียงทางสงครามมากกว่าเรื่องของฟุตบอล โดยเริ่มกันมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 แต่กับเรื่องฟุตบอลแล้ว คนจดจำในชื่อยูโกสลาเวียมากกว่า รวมทั้งยังรู้จักโครเอเชีย และเซอร์เบีย มากกว่า แต่เมื่อ บอสเนีย สร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้ หลายสิ่งหลายอย่างน่าจะเปลี่ยนไป
เมียร์ซา ซูบาซิช ผู้สื่อข่าวผู้คร่ำหวอดของฟุตบอลบอสเนียกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "ทีมของพวกเรา ได้เป็นตัวแทนของพวกเราในฟุตบอลโลก เป็นข่าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทุกคนในบอสเนียยุคนี้ เรื่องเดียวที่ทุกคนรู้จักพวกเราเพราะสงคราม หรือบางทีอาจจะเป็นโอลิมปิกฤดูกาลที่ซาราเยโว ในปี 1984"
"ทีมนี้สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวให้พวกเรา และนำพวกเราสู่แสงสว่าง ชาวบอสเนีย เซิร์บ, ชาวบอสเนีย โครแอต และชาวบอสเนียค ต่างก็ให้การสนับสนุนทีมร่วมกัน และพูดคุยกันในทางที่ดีเกี่ยวกับประเทศเล็กๆ ที่สวยงามของพวกเรา สำหรับพวกเราแล้วฟุตบอลโลกคือสิ่งที่น่าตื่นเต้น"
ขณะที่ เบโกวิช ได้กล่าวถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวในทีมว่า "พวกเราทั้งหมดภูมิใจในชาติของพวกเรามาก และไม่ว่าเราจะอาศัยที่ไหน เราทั้งหมดต่างก็เติบโตมาแบบชาวบอสเนีย บอสเนีย คือภาษาของพวกเราในห้องแต่งตัว มันเป็นเรื่องลึกลับสักหน่อยเพราะว่าเราต่างก็มาจากทุกที่ทั่วโลก ฟุตบอลโลกครั้งนี้ประเทศของพวกเราต้องการอย่างมาก เราแพ้ในการเพลย์ออฟกับโปรตุเกสมาทั้งฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012 ดังนั้นการไปฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นการปลดล็อกสิ่งที่ผ่านมาได้แล้ว"
จากการเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทำให้หลายคนมองว่ายุคนี้เป็นยุคทองของวงการฟุตบอลบอสเนีย แน่นอนว่าดารานักเตะที่มีชื่อก้องโลกหนีไม่พ้น เอดิน เชโก กองหน้าของ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ที่มีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้ว 2 สมัย และจัดว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของโลก ซึ่งคู่ขาอย่าง เวดัด อิบิเซวิช หัวหอกสตุ๊ตการ์ทก็ไม่ธรรมดา ทั้งคู่ยิงร่วมกันไป 18 ประตูในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา
ขณะที่แดนกลางมีตัวชูโรงอย่าง มิราเลม เพียนิช กองกลางจอมเทคนิคของ "หมาป่า" โรมา ในอิตาลี ส่วนแนวรับ ซีอัด โคลาซินัช ฟูลแบ็กของชาลเก เป็นที่น่าจับตามองขึ้นมาทันที หลังจากมีข่าวว่า "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด อยากได้ตัวไปแทนที่ของ ปาทริซ เอฟรา เพราะได้ชื่อว่าเป็นแบ็กจอมบุก ขณะที่ด่านสุดท้ายแน่นอนว่าแฟนบอลพรีเมียร์ลีกได้เห็น แอชเมียร์ เบโกวิช มาเกือบทุกสัปดาห์
ที่บราซิล บอสเนีย น่าจะทำผลงานให้แฟนบอลเกือบทั่วโลกได้เห็นจะๆ ในเกมกับ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา ทีมเต็งที่มีโอกาสคว้าแชมป์โลก ซึ่งเป็นเกมสุดพิเศษเพราะเป็นการดวลกับ ลิโอเนล เมสซี ที่สนามมาราคานา ส่วนทีมร่วมกลุ่ม เอฟ ทีมอื่นๆ ก็มี ไนจีเรีย กับ อิหร่าน ว่าไปแล้ว โอกาสเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมีไม่น้อยเหมือนกัน
เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วมีชาวบอสเนียราว 1 แสนคนออกมาฉลองกันกลางดึกในกรุงซาราเยโว หลังจากที่นักเตะของตัวเองกลับจากการคว้าตั๋วสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกด้วยการบุกไปชนะ ลิทัวเนีย ที่เคานาส และนับตั้งแต่จุดนั้นจนถึงตอนนี้ความคาดหวังของชาวบอสเนียในฟุตบอลโลกคงไม่หยุดเพียงแค่การเล่นรอบแรกแน่นอน



