ข่าว

ฉลองได้เงินจำนำข้าวจัดแข่งไถนาวิบาก

ฉลองได้เงินจำนำข้าวจัดแข่งไถนาวิบาก

30 พ.ค. 2557

อึ้ง...ชาวนาโคราช 17 หมู่บ้าน ฉลองได้เงินจำนำข้าว จัดแข่งไถนาวิบากคึกคัก เพื่อปรับดินเอาฤกษ์ก่อนทำนาปีฤดูกาลใหม่ ป.ป.ช.นัด 4 พยานปมจำนำข้าวแจง 3-6 มิ.ย.นี้

               เช้าวันที่ 30 พ.ค.  ชาวบ้านใน ต.หลุมข้าว อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ได้ร่วมกันจัดมหกรรมลงแขกไถนาขึ้น ที่บริเวณทุ่งนาติดกับสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลหลุมข้าว โดยมีนายสิทธิชัย โคตรมา ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน และมีชาวบ้านจาก 17 หมู่บ้าน ใน ต.หลุมข้าว อ.โนนสูง มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งภายในงานได้มีกิจกรรมการแข่งขันให้ชาวบ้านได้ร่วมสนุกกันหลายชนิด โดยเฉพาะการแข่งขันไถนาวิบากระยะทาง 200 เมตร ซึ่งต้องใช้รถไถนาแบบคนเดินตาม แข่งกันครั้งละ 3 คัน มีชาวบ้านสมัครเข้าแข่งขันกว่า 20 คัน


               โดยระหว่างการแข่งขันก็จะมีชาวบ้านแต่ละหมู่บ้าน มายืนเชียร์ และลุ้นทีมที่เป็นตัวแทนหมู่บ้านของตนอย่างคึกคัก รวมทั้งยังมีคนพากษ์การแข่งขันคล้ายแข่งเรือยาวอีกด้วย สร้างความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก สำหรับผู้ชนะการแข่งขันที่ 1 จะได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมด้วยพันธุ์ไม้สำหรับไปปลูกที่บ้าน ส่วนผู้ที่ร่วมการแข่งขันรายอื่นๆ ก็จะได้เงินรางวัล 500 บาท พร้อมพันธุ์ไม้ไปปลูกที่บ้านเป็นการปลอบใจ นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันแบกกระสอบปุ๋ย และการแข่งขันพรวนดินอีกด้วย

               ทั้งนี้ ด.บ.เริงศักดิ์ เข็มทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหลุมข้าว กล่าวว่า ช่วงนี้ย่างเข้าฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวนาจะต้องไถกลบตอซังข้าว เพื่อเตรียมดินสำหรับไว้ทำนาปีฤดูกาลใหม่ หลังจากที่ชาวนาส่วนใหญ่เริ่มได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ได้เร่งจ่ายให้แล้ว ทุกคนก็มีความสุข และมีทุนในการทำนาปีฤดูกาลใหม่ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีในตำบลหลุมข้าว และเป็นการรณรงค์ไม่เผาตอซังข้าวลดโลกร้อนด้วย ชาวบ้านทั้ง 17 หมู่บ้าน จึงได้พร้อมใจกันจัดมหกรรมลงแขกไถนาขึ้นในครั้งนี้.



ป.ป.ช.นัด 4 พยานปมจำนำข้าวแจง 3-6 มิ.ย.นี้


               ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีอาญา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีปล่อยปะละเลยให้มีการทุจริตและไม่ยับยั้งความเสียหายในโครงการจำนำข้าว ว่า ที่ประชุมป.ป.ช.ได้พิจารณาข้อเท็จจริงกรณีคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวที่มีนายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ตรวจสอบผลการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวในช่วง 2 ปีกว่า พบว่ามีผลการขาดทุนสูงขึ้นกว่าเท่าตัวหรือ 5 แสนล้านบาท และคณะกรรมการป.ป.ช. มีมติให้ไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงที่นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ โดยให้ไต่สวนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องกรณี 4 รายนั้น

               รายงานข่าวจาก ป.ป.ช. แจ้งว่า สำหรับกำหนดเวลาเข้าให้ข้อมูลจำนำข้าวที่สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี ของพยาน 4 ราย ได้แก่ นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน วันที่ 3 มิ.ย. เวลา 13.30 น. นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้ตรวจกระทรวงการคลัง วันที่ 4 มิ.ย. เวลา 13.30 น. นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง วันที่  5 มิ.ย. เวลา 09.30 น. และ ผู้จัดการธนาคาร ธกส./ผู้แทน วันที่ 6 มิ.ย. เวลา 09.30 น.


อสังหาฯมั่นใจธุรกิจครึ่งปีหลังกระเตื้อง


               นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวในงานสัมนาสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปี 2557 ว่า สถานการณ์ที่อยู่อาศัยในช่วง 4 เดือนแรก มีโครงการเปิดใหม่น้อยมาก โดยโครงการบ้านจัดสรรลดลง 10-15% ส่วนโครงการคอนโดมีเนียมลดลง 40% ขณะที่ยอดซื้อบ้านจัดสรรลดลง 30-40% และคอนโดมีเนียมลดลง 5-10% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยลบต่างๆ ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้กำลังซื้อที่อยู่อาศัยลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

               ขณะที่โครงการเปิดใหม่ในปีนี้ เป็นโครงการบ้านจัดสรร 4 หมื่นยูนิต เทียบกับปีก่อนที่เปิด 4 หมื่นยูนิต ส่วนโครงการคอนโดมิเนียม 6.5 ยูนิต เทียบกับปีก่อนที่เปิด 8.5 หมื่นยูนิต ซึ่งการขยายตัวของโครงการต่างๆ จะเป็นการขยายตัวไปตามแนวรถไฟฟ้าสีต่างๆ

               ทั้งนี้ หากดูภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมพบว่ามีการขยายตัวไปยังภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะจังหวัดรองมากขึ้น อาทิ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี เชียงราย และอุบลราชธานี เป็นต้น เทียบกับกับปีก่อนที่ขยายตัวไปยังจังหวัดหลัก อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี และนครราชสีมา เป็นต้น ขณะที่กำลังซื้อภาคประชาชนในปัจจุบันไม่เกิน 3 ล้านบาท ทำให้ผู้บริโภคหันมาซื้อโครงการทาวน์เฮ้าสเพิ่มขึ้น เพราะมีราคาที่ถูกกว่าบ้านเดี่ยว และเชื่อว่าจะเข้ามาแทนที่บ้านจัดสรรในปีนี้

               อย่างไรก็ดี หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทำให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะสถานการณ์ต่างๆ เริ่มนิ่ง ทำให้รู้ว่าบ้านเมืองมีทิศทางเดินหน้าอย่างไร และมีความปลอดภัยในการลงททุน ทำให้ผู้ประกอบการเดินหน้าเปิดตัวโครงการตามแผนงานที่วางไว้ หลังจากที่ชะลอการเปิดโครงการในช่วงต้นปี หรือ 1-2 เดือนแรกของปี 2557

               ทั้งนี้ จากสถานกาณ์ต่างๆ ที่เริ่มนิ่ง ทำให้เชื่อว่าภาาพรวมตลาดโครงการที่อยู่อาศัยจะค่อยๆ ฟี้นตัวขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะมีความเชื่อมั่นในกำลังซื้อภาคประชาชน อีกทั้งยังเชื่อว่าหากมีการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐภายในปีนี้ จะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงาน ซึ่งจะนำไปสู่กำลังซื้อภาคประชาชนที่ดีขึ้น รวมถึงการซื้อที่อยู่อาศัย