ข่าว

พบ2ม็อบต้านมีคดีหมิ่นสถาบันติดตัว

พบ2ม็อบต้านมีคดีหมิ่นสถาบันติดตัว

30 พ.ค. 2557

พบ2ม็อบต้านมีคดีหมิ่นสถาบันติดตัว กองปราบหิ้วฝากขัง ทหารแจ้งถูกทำร้ายที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ขณะที่ 'อำนวย' ยันไม่หนักใจคุมงานมั่นคงดูแลม็อบ

              จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาที่เป็นแกนนำในการประท้วงต่อต้านการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จากพื้นที่ต่างๆ อาทิ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน ,อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมทั้งหมด 11 ราย ต่อมาได้มีปล่อยตัวไปแล้ว 7 ราย

              ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 พ.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้คุมตัว จ.ส.อ.อภิชาติ พงษ์สวัสดิ์ ไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ ฝากขังผัดแรก 12 วัน ในความผิดฐานหมิ่นสถาบัน  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กรณีโพสข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวมีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน เมื่อช่วงปี 2553 และข้อหาฝ่าฝืน พร.บ.กฎอัยการศึก จากกรณีแสดงกิจกรรมต่อต้านการควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศของ คสช.ที่บริเวณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัว เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา

              นอกจากนี้ ยังได้ควบคุมตัว นายวีรยุทธ คงคณาธาร ที่ร่วมแสดงกิจกรรมกับ จ.ส.อ.อภิชาติ ไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลแขวงปทุมวันด้วย ในข้อหาฝ่าฝืน พร.บ.กฎอัยการศึก และมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป

              ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การภาคเสธ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีความผิดเกี่ยวกับสถาบัน เกรงว่าหากปล่อยตัวไปจะยุ่งกับพยานหลักฐานและหลบหนี ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะให้ประกันหรือไม่

              รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ยังเหลือผู้ที่ถูกกักไว้ที่กองบังคับการปราบอีก 2 ราย คือ นายภิญโญภาพ บำรุงธรรม และนายเอนก อินทร์ประเสริฐ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัว นายธีรวัฒน์ บุญจรัส มาฝากขังเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ จากเหตุการณ์เมื่อวานนี้(29 พ.ค.) ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งมีผู้ต่อต้านรัฐประหารมาชูป้ายแสดงการคัดค้าน ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้จับกุมนางยุพา นุชทองม่วง อายุ 68 ปี และ น.ส.คมคาย อ่อนหลำ อายุ 50 ปี ซึ่งทั้งคู่ได้ชูป้ายที่มีข้อความต่อต้าน คสช.มาฝากขังเพิ่มอีกด้วย
 

 

รอง ผบ.ตร.ประชุมจี้สางคดีหมิ่นสถาบัน



               เมื่อเวลา 10.00 น.พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอทางไกลเป็นครั้งแรก หลังได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้รับผิดชอบดูแลงานป้องกันและปราบปราม หลังมีการปรับโครงสร้างและมอบหมายงานใหม่ โดยในที่ประชุม มีผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตร.ที่รับผิดชอบด้านป้องกันและปราบปราม เข้าร่วมด้วย อาทิ พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และวิดิโอคอนเฟอร์เร้นร่วมกับผู้บัญชาการทั่วประเทศ
    
               พล.ต.อ.เอก กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุมในวันนี้เป็นการประชุมครั้งแรก เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจและมอบหมายงานในสายงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้การปฎิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยได้เน้นย้ำงานในหน้าที่สำคัญตามที่ พล.ต.อ.วัชรพล มอบหมายงานให้ดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด อาทิ คดีหมิ่นสถาบันตั้งแต่มีการชุมนุม เร่งรัดสืบสวนจับกุมมาดำเนินคดึให้ได้ทุกราย และคดีอุกฉกรรจ์ต่างๆในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง ที่คนร้ายกระทำการอันโหดเหี้ยมใช้อาวุธปืนสงคราม ระเบิดก่อเหตุในหลายพื้นที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เรื่องนี้ได้เร่งรัดมาโดยตลอด รรท.ผบ.ตร.ได้แบ่งงานใหม่ และได้กำชับให้นำสำนวนคดีมาตรวจสอบและเร่งรัดทุกคดีว่าพยานหลักฐานต่างๆครบถ้วนหรือไม่


 


ทหารแจ้งความถูกม็อบต้านทำร้ายที่อนุสาวรีย์ชัยฯ

 

              เมื่อเวลา 09.00 น. พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน ผบ.กรมนักเรียนโรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า จ.สระบุรี ในฐานะ ผบ.เหตุการณ์ควบคุมกำลังพลรับผิดชอบพื้นที่การชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมด้วย ร.อ.เจริญ พลพันธ์ ผบ.กองร้อยศูนย์การทหารม้า จ.สระบุรี และนายทหารพระธรรมนูญกองทัพบก นำเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบในเหตุการณ์ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.พญาไท โดยมี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รักษาราชการแทนรอง ผบช.น.ดูแลด้านการสืบสวนและจราจร พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท และพ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ ทำหน้าที่รับเรื่องแจ้งความ

              พ.อ.สมบัติ กล่าวว่า จากเหตุการณ์เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 พ.ค.ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บกว่า 10 นาย แต่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนใหญ่ถูกแผงเหล็กกระแทกเข้าที่ขา และถูกปาด้วยขวดน้ำ มีอีก 1 รายยังพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.พระมงกุฎฯ คือ ส.ท.รัฐศาสตร์ อยู่สุข เนื่องจากแพทย์ให้พักดูอาการที่เบ้าตาขวา มีอาการเส้นเลือดฝอยนัยตาแตก เนื่องจากถูกขวดน้ำปาใส่ แต่อาการโดยรวมปลอดภัยดี นอกจากนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้ทรัพย์สินทางราชการเสียหาย ซึ่งเป็นรถทหารถูกทุบ พ่นสีสเปรย์ และปล่อยลมยาง ทางผู้บังคับบัญชาจึงได้มอบหมายให้มาแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับกลุ่มคนที่กระทำผิด 

              “การนำกำลังพลมาแจ้งความวันนี้ทำตามคำแนะนำของผู้บังคับบัญชา ซึ่งเหตุการณ์วันนี้มีทหารที่ทำหน้าที่ได้รับบาดเจ็บกว่า 10 คน แต่เจ็บไม่มาก จึงมอบหมายให้พลทหารที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณขา 3 นาย ซึ่งถูกแผงเหล็กกระแทกเป็นตัวแทนเข้าแจ้งความ ส่วนที่เหลือที่ไม่เป็นอะไรแล้วก็เข้าให้ปากคำกับตำรวจในฐานะพยานในเหตุการณ์ และมอบหมายให้ ร.อ.เจริญ รับมอบอำนาจแจ้งความในส่วนของทรัพย์สินทางราชการได้รับความเสียหาย” พ.อ.สมบัติ กล่าว

              พ.อ.สมบัติ กล่าวอีกว่า อยากขอร้องประชาชนอย่าได้ออกมาชุมนุม เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปสู่ความสงบ เนื่องจากตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารออกมาทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย กระทั่งมีการประกาศกฎอัยการศึก ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าสถานการณ์ดีขึ้น ประชาชนยังดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ ขอเตือนผู้ชุมนุมทุกกลุ่มยุติการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยเด็ดขาด ยืนยันทหารออกมาเพื่อยุติปัญหาความไม่สงบ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง เพื่อให้ประชาชน คนไทยทุกคนดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข

              ด้าน พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ทหารนั้น ถือว่ามีความผิดทั้งหมด 4 ข้อหา ข้อหาแรกฝ่าฝืนประกาศ คสช.ฉบับที่ 7 “ห้ามมิให้มั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใด ๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป 2.ทำให้เสียหายหรือทำลายหรือทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่น 3.ข้อหาผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน หรือผู้ซึ่งต้องช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติตามหน้าที่ และข้อหาสุดท้ายคือทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ

              "การชุมนุมโดยอ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญของผู้ชุมนุมในขณะนี้ไม่สามารถกระทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญถูกยกเลิกโดย คสช. ดังนั้นหากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินการจับกุม และดำเนินคดีในศาลทหาร โดยไม่มีข้อยกเว้น ส่วนกรณีผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารบริเวณอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อความวุ่นวายทำร้ายเจ้าพนักงานนั้น ในวันนี้ทหารได้นำภาพถ่ายผู้ชุมนุมกำลังทำลายทรัพย์สินทางราชการ และทำร้ายเจ้าพนักงาน รวมทั้งมีพยานในเหตุการณ์มาให้ข้อมูล เพื่อเป็นพยานหลักฐานดำเนินคดี โดยหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำทหารที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งพยานบุคคลทั้งหมดก่อนรวบรวม ข้อมูล เตรียมสรุบสำนวนขออำนาจศาลทหารออกหมายจับบุคคลตามรูปถ่ายที่ปรากฏ” พล.ต.ต.อำนวย กล่าว

 

"อำนวย"ยันไม่หนักใจคุมงาน"มั่นคงดูแลม็อบ


              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ในช่วงเช้าที่ผ่านมา  พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา ( รองผบช.ศ.) ช่วยราชการ รอง ผบช.น. เข้ารายงานตัวกับ  พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผช.ผบ.ตร.) รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) ปฏิบัติราชการตามคำสั่ง ตร. ช่วยงานตำแหน่งรอง ผบช.นเรียบร้อยแล้วภายหลัง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รรท.ผบ.ตร.) ลงนามอนุมัติตามที่ พล.ต.ท.จักรทิพย์ เสนอขอโดยได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้างงานด้านความมั่นคงมีหน้าที่ดูแลการชุมนุมทางกรเมืองต่างๆ  งานด้านการสืบสวนคดีสำคัญ  งานด้านกฎหมายและการสอบสวนรวมถึงงานด้านการจราจร โดย พล.ต.ต.อำนวย ยืนยันเพียงสั้นๆว่า ไม่รู้สึกหนักใจอะไรเพราะเคยปฏิบัติงานในตำแหน่งนี้มาก่อนและทำงานตามที่ได้รับมอบหมายอย่างดีที่สุด

 

 

ที่ปรึกษาสบ.10คาดโทษรองผกก.จร.หย่อนยาน


              ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ภายหลัง พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ 10) ได้รับการแต่งตั้งจากพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้มาดูแลงานด้านการจราจร บช.น.แทน พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผช.ผบ.ตร. ที่กำกับดูแลอยู่เดิมและมีผลในทันทีหลังจากมีการออกคำสั่ง พร้อมกันนี้ยังมีกระแส ข่าวการปรับเปลี่ยนผู้รับผิดชอบดูแลงานจราจรในส่วนของ บช.น.ใหม่ในระดับ รองผบช.น.ส่งผลให้ขวัญกำลังใจการทำงานของตำรวจจราจรลดน้อยถอยลงไปเนื่องจาก งานจราจรเป็นงานที่ละเอียดอ่อนต้องสร้างพลังแรงจูงใจกระตุ้นเตือนผู้ปฏิบัติ ในพื้นที่ให้ตื่นตัวตลอดเวลา

              หลังจาก พล.ต.อ.วุฒิ เดินทางมาตรวจเยี่ยม บก.จร.พร้อมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานเมื่อเย็นวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา และสร้างความมั่นใจในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย จราจรเคร่งครัด การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการจราจรเพื่อลดการประจัญหน้าและลดภาวะ การเสี่ยงอันตรายของเจ้าหน้าที่ตำรวจบนท้องถนนรวมถึงคำสั่งแบ่งงานใน บช.น.ที่ออกมาว่า ผู้บังคับบัญชาสายงานจราจร บช.น.ยังมี พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจ นครบาล (รอง ผบช.น.)ทำหน้าที่เป็นหัวหน้างานจราจรตามเดิม รวมถึง พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล รองผู้บังคับการตำรวจจราจร (รอง ผบช.น.) และ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) โดยมี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.ศ.ช่วยราชการ รอง ผบช.น.เป็นผู้ช่วยงานจราจรเพิ่มอีกนายส่งผลให้การทำงานคล่องตัวลื่นไหล สามารถดำเนินต่อไปได้ไม่หยุดชะงัก

              ทั้งนี้ พล.ต.อ.วุฒิ เตรียมเรียกประชุมตำรวจจราจรทั้งหมดในนครบาลตั้งแต่ระดับ รองสารวัตรขึ้นไปจนถึงรองผู้บังคับการเพื่อมอบนโยบายสำคัญในการทำงานจัดการจราจร พื้นที่ กทม.ให้เป็นไปอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพในวันที่ 13 มิ.ย. นี้โดยจะมีการประชุมประเมินผลปฏิบัติงานเดือนละ 1 ครั้งซึ่งลำดับแรกที่ต้องทำคือเดินหน้าแก้ปัญหาผู้กระทำผิดเพิกเฉยละเลยการ มาเสียค่าปรับตามใบสั่งโดยประสานกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ดำเนินการอายัติการต่อทะเบียนประจำปีอย่างเฉียบขาดรวมถึงการกวดขันจับกุมรถ ที่จอดบนทางเท้าและร้านค้าที่ตั้งบนทางเท้าเป็นหน้าที่หลักสำคัญที่ต้องเร่งคืนผิวการจราจรสู่ประชาชนโดยเร็วที่สุดเพราะปัญหาการจราจรส่วนใหญ่เกิดจาก การที่มีรถจอดไม่เป็นที่ การตั้งโต๊ะอาหารบนพื้นผิวจราจร ขณะะเดียวกันมีการคาดโทษ สน.พื้นที่ที่ละเลยนโยบายคำสั่งไม่ดูแลอย่างเข้มงวดโดยประกาศในที่ประชุม ระดับผู้บริหารว่า หากสั่งการไปแล้วไม่ทำตาม รอง ผกก.ท้องที่นั้นต้องรับผิดชอบโดยจะย้าย รอง ผกก.จร. ไปช่วยงานที่ ศปก.ตร. ทันทีแสดงว่าไม่มีความพร้อมในการทำงาน