ข่าว

คืนชีวิต'ทำเนียบรัฐบาล'หลังม็อบยึดยาวครึ่งปี

คืนชีวิต'ทำเนียบรัฐบาล'หลังม็อบยึดยาวครึ่งปี

30 พ.ค. 2557

คืนชีวิต'ทำเนียบรัฐบาล'หลังม็อบยึดยาวครึ่งปี : อนพัทย์ ดีช่วยรายงาน

               ทำเนียบรัฐบาลปิดไปหลายเดือน บางคนมองว่า 6 เดือน บางคนมองว่า นานกว่านั้น เพราะหลังจากรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้ทำงานครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2556 ก่อนประกาศยุบสภาในวันที่ 9 ธันวาคม 2556 จากนั้นบริเวณสถานที่ที่เป็นศูนย์กลางการบริหารประเทศถูกปักหลักชุมนุม ปิดทางไม่ให้รัฐบาลรักษาการเข้าทำงาน ทำให้รัฐบาลขณะนั้นอยู่ในสภาพ "นกขมิ้น" ไปใช้สถานที่อื่นทำงาน 

               ส่วนหน่วยงานราชการอื่นในทำเนียบก็ต้องระเหเร่ร่อนไปใช้สำนักงานชั่วคราวตามสถานที่ต่างๆ อาทิ ตามกระทรวงต่างๆ บ้านมนังคศิลา ถนนหลานหลวง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี

               ช่วงการชุมนุม ทาง คปท.และแกนนำ กปปส.ก็บุกเข้าไปใช้สถานที่ทำงานของ สร.1 กันแล้วหลายครั้ง จนทำให้ภาพลักษณ์การรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการสำคัญอันดับต้นๆ ของเมืองไทยสลายไปทันที

               แต่เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ทำเนียบรัฐบาลกลับมีชีวิตชีวา เมื่อถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง หลังจากมีการยึดอำนาจโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยได้แบ่งงานส่วนรับผิดชอบขึ้นมา ที่ชื่อว่า "ฝ่ายกิจการพิเศษ" ที่มี "พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว" รองหัวหน้า คสช. เป็นหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ และมี พล.ท.สุชาติ หนองบัว ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายกำลังพล เป็นรองหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ

               โดยมีหน่วยงานส่วนราชการในความรับผิดชอบรวม 20 หน่วยงาน อาทิ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ  สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

               "พล.ต.อ.อดุลย์" มีกำหนดการใช้ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เป็นสถานที่ที่ใช้ทำการประชุมฝ่ายกิจการพิเศษ ในวันดังกล่าว และจะเปิดให้ข้าราชการเข้ามาทำงานอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 2 มิถุนายนเป็นต้นไป

               แต่ก่อนถึงวันเปิดอย่างเต็มรูปแบบ บรรดาข้าราชการบางหน่วยงาน ได้เข้าไปเตรียมความพร้อมทั้งทำความสะอาด ตระเตรียมเอกสาร ก่อนเริ่มทำงาน

               ทั้งนี้มีเพียงสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เท่านั้น ที่จะเปิดทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลช้ากว่าหน่วยงานอื่นๆ เพราะต้องการให้สถานที่พร้อมทำงานมากที่สุดหลังจากปิดไปนาน โดยก่อนหน้านั้น สมช.ได้ย้ายไปทำงานที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นที่เช่าไว้อยู่แล้ว จึงทำให้ไม่ต้องเร่งรีบ เพราะตรงนั้นยังทำงานได้โดยไม่ติดขัด

               การเปิดใช้ทำเนียบ วันที่ 29 พฤษภาคม ยังมีควันหลงเก็บตกจากรัฐบาลชุดก่อน ยังมีคนของ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เข้ามาเก็บข้าวของที่ยังตกค้าง อาทิ ทีมงานของ "วราเทพ รัตนากร" อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้ง "สันติ พร้อมพัฒน์" อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

               ส่วน "พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร" ซึ่งมีอันต้องโยกย้ายจาก "เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ" ไปเป็น "ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี" ตามคำสั่งของศาลปกครอง ก็ให้ทีมงานมาย้ายของไปยังห้องทำงานแห่งใหม่ ที่ตึกบัญชาการ 2 ห้องทำงานของบรรดาที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 

               ขณะที่ “พล.ต.อ.อดุลย์” จะใช้ชั้น 4 ตึกบัญชาการ 1 เป็นที่ทำงานในฐานะหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษด้วย

               นอกจากนี้ คำสั่งของ คสช.ที่ได้โยกย้ายข้าราชการให้มาปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อาทิ "พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก" อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม "ธงทอง จันทรางศุ" อดีตปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี "ชูเกียรติ รัตนชัยชาญ" อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อดีตอธิบดีดีเอสไอ หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำให้บุคคลดังกล่าวต้องเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ยังทำเนียบรัฐบาลด้วย

               หากมองย้อนกลับไป จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่ปี 2551 ทำเนียบรัฐบาลมักถูกเป็นสถานที่เพ่งเล็งว่าจะเป็นสถานที่ปักหลักชุมนุม หรือบุกยึดทุกครั้งที่มีการชุมนุมใหญ่ทางการเมือง จนมีเสียงจากข้าราชการ พ่อค้าแม่ค้า ที่ประกอบอาชีพในทำเนียบรัฐบาล เริ่มมีความคิดว่า ถ้าสถานการณ์ปกติก็เข้าทำงานและค้าขายได้ แต่เมื่อมีการชุมนุมทางการเมืองก็ต้องเตรียมการจัดสถานที่ทำงานสำรองไว้ รวมถึงการโอนถ่ายข้อมูล รักษาเอกสารสำคัญ เพื่อให้งานไม่สะดุด สำหรับพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งอาจจะไม่มีรายได้ก็จำเป็นต้องไปประกอบอาชีพอื่นสำรอง

               นอกจากนี้ยังมีเสียงสะท้อนถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย รักษาพื้นที่สำคัญของอำนาจบริหารแห่งนี้ ว่า จำต้องปรับเปลี่ยนหรือไม่ โดยหน่วยงานความมั่นคงก็เห็นสอดรับว่า น่าจะถึงคราวต้องสังคายนาใหม่เสียที ไม่ให้ทำเนียบรัฐบาลถูกบุกยึดซ้ำซากจากปัญหาขัดแย้งทางการเมือง

               แนวคิดนี้เคยมีมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยจะใช้ระบบรักษาความปลอดภัยของสำนักงานองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถนนราชดำเนิน ที่อยู่เยื้องกับทำเนียบรัฐบาลเป็นแม่แบบ หรือแม้แต่สมัยรัฐบาลไทยรักไทยก็เคยมีแนวคิดที่จะปรับปรุงทำเนียบรัฐบาลให้โอ่โถงน้องๆ ไวท์เฮ้าส์เลยทีเดียว แต่เรื่องราวเหล่านี้ก็พับฐานไป

               ต้องมาดูกันว่า จากนี้ไปเมื่อเปิดใช้งานแล้ว จะทำงานได้ต่อเนื่องตลอดไปหรือไม่ หรือจำเป็นต้อง "ปิดๆ เปิดๆ" ตามสภาพความขัดแย้งทางการเมือง ที่ยังไม่มีใครรู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่...รวมทั้งวิธีการป้องกันความปลอดภัยอย่างถาวร

               เพราะไม่ว่าม็อบใดก็ตาม ต่างก็มุ่งมาที่ศูนย์รวมของฝ่ายบริหาร คือ "ทำเนียบรัฐบาล" จนสถานที่แห่งนี้ไม่เคยเงียบเหงาเลย
-------------------------
(หมายเหตุ : คืนชีวิต'ทำเนียบรัฐบาล' หลังม็อบยึดยาวครึ่งปี  : อนพัทย์ ดีช่วยรายงาน)