
สหรัฐกับจีนและไทย
สหรัฐกับจีนและไทย : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
ในช่วงสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนาม สหรัฐกับจีนยืนอยู่คนละข้างกัน แม้จะไม่มีการเผชิญหน้าทางทหารกันโดยตรง แต่ทั้งสองฝ่ายก็ดำเนินการต่อสู้ผ่านประเทศที่สามในสงครามตัวแทน แต่หลังการสิ้นสุดของสงครามเวียดนาม ในปี 1975 สหรัฐได้ถอนตัวออกจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยหันไปให้ความสำคัญแก่อัฟกานิสถานและตะวันออกกลางแทน ขณะที่จีนซึ่งให้ความสนใจต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทะยานขึ้นมาเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในระดับที่ใกล้เคียงกับสหรัฐ
สหรัฐเริ่มกลับมาให้ความสนใจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้ง เมื่อนายบารัก โอบามา เป็นประธานาธิบดี หลังจากที่สหรัฐได้ “จัดการ” กับปัญหาต่างๆ ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิรักเรียบร้อยแล้ว และควบคุมสถานการณ์ในอัฟกานิสถานไว้ได้ในระดับหนึ่ง รวมทั้งความกังวลต่อการขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาคนี้ ซึ่งจะกระทบต่อดุลอำนาจและผลประโยชน์ของสหรัฐและพันธมิตรในตะวันออกไกล คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน
อย่างไรก็ตาม การกลับมาของสหรัฐในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าสหรัฐไม่ต้องการแสดงตัวเป็นคู่แข่งกับจีน หรือบังคับให้ประเทศอื่นต้องเลือกข้างเช่นในอดีต หากแต่สร้างความสัมพันธ์กับอาเซียนโดยรวม และกระชับความสัมพันธ์กับแต่ละประเทศในประเด็นที่ประเทศเหล่านั้นมีความสนใจเป็นพิเศษ พร้อมกับค่อยๆ เพิ่มทวีบทบาทของตนในภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก ทั้งนี้ เพราะสหรัฐตระหนักถึงความลำบากใจของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อการมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับสหรัฐ ในบริเวณที่เป็นย่านอำนาจของจีน ดังเช่น คำแถลงของผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ฝ่ายกิจการเอเชียและแปซิฟิก เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2013 ที่ว่า “เราเข้าใจว่าประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และแปซิฟิก แสวงหาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศจีน และเรา (สหรัฐ) สนับสนุนให้เป็นเช่นนั้น เมื่อประเทศจีนยังคงปฏิบัติตามกติกาและบรรทัดฐานของสนธิสัญญาและความตกลงต่างๆ รวมทั้งให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในภูมิภาคอย่างแข็งขันกับส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ร่วมกัน”
ขณะที่สหรัฐมีท่าทีอะลุ้มอล่วย และยอมรับบทบาทและความสำคัญของจีนในภูมิภาคนี้ จีนเองเห็นว่าการแข่งขันระหว่างจีนกับสหรัฐ เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และในปี ค.ศ.2022 จีนก็จะก้าวสู่ความเป็นประเทศมหาอำนาจเต็มตัว แต่เมื่อถึงจุดนั้น ก็เชื่อว่าทั้งจีนและสหรัฐต้องหาทางแก้ไขปัญหาขัดแย้งต่างๆ อย่างสันติ มากกว่าการใช้กำลังหรืออาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจะสร้างความสูญเสียอย่างมากมายแก่ทั้งสองฝ่าย จีนยังเรียกร้องให้สหรัฐร่วมมือในการพัฒนาสันติภาพ และเพิ่มพูนความไว้วางใจกัน บนพื้นฐานของการมีผลประโยชน์ร่วมกัน
หันกลับมามองดูอาเซียนซึ่งกำลังจะเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปีหน้า ก็จะเห็นว่าอาเซียนของเราเป็นเพียงจุดเล็กๆ จุดหนึ่งบนเวทีอำนาจของจีนและสหรัฐ และเมื่อมองมาที่ประเทศไทยก็ยิ่งเป็นจุดที่เล็กลงไปกว่านั้นอีก ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า จะทำอย่างไรเราจึงจะอยู่ในดุลยภาพของมหาอำนาจทั้งสองประเทศ และมีผลประโยชน์ร่วมกันได้ดีที่สุด
ท้ายคอลัมน์วันนี้ ขอเชิญผู้สนใจการเขียน เข้าร่วมเวิร์กช็อปการเขียน กับ ชาติ กอบจิตติ ศิลปินแห่งชาติ และดับเบิลซีไรต์ ในงาน “อลังการผสานศิลป์ ศิลปินแห่งชาติ” ที่ซีคอน บางแค ชั้น 3 ในวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2557 เวลา 14.00-16.00 น. ต่อด้วยเวิร์กช็อปศิลปะ กับ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ เวลา 16.00-17.00 น. ทั้งสองรายการไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ครับ



