ข่าว

'ประยุทธ์'วางโรดแม็พบริหารปท.3ระยะ

'ประยุทธ์'วางโรดแม็พบริหารปท.3ระยะ

29 พ.ค. 2557

'ประยุทธ์' วางโรดแม็พบริหารประเทศ 3 ระยะ ย้ำปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ขณะที่ คสช.ออกประกาศเตือนห้ามทวงหนี้โหดข่มขู่ชาวนา ฝ่าฝืนมีโทษหนักคุก 2 ปี

 
                      29 พ.ค.57 เมื่อเวลา 12.00 น. ที่หอประชุมกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง และ พ.อ.วีระชน สุคนธปฏิภาค ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่มีกลุ่มต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าไม่เหมาะสมเป็นการทำผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อไป ทั้งนี้การกระทำของกลุ่มต่อต้านมีการทำลายทรัพย์สินทางราชการ และมีการฝ่าฝืนในประกาศของคสช.และมีการทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน ทั้งหมดจะต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งเจ้าหน้าที่มีหลักฐานหมดแล้ว อยากฝากสื่อไปถึงประชาชนที่ไม่เข้าใจ เราอยู่ในช่วงเวลาไม่ปกติ เราจำเป็นจะต้องดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ให้เกิดความสงบเรียบร้อย เพื่อให้ส่วนงานอื่น ๆ ได้ขับเคลื่อนต่อไปได้
 
                      ทีมโฆษก คสช. กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีมาตรการที่เข้มข้นกว่าในช่วงสถานการณ์ปกติอยู่แล้ว ดังนั้นจะเข้าถึงผู้กระทำความผิดได้ง่าย และมีข้อกำหนดโทษอยู่แล้ว อยากฝากประชาขน หรือญาติพี่น้องให้ห้ามปรามไม่ให้ดำเนินการผิดกฎหมาย รวมถึงฝากเตือนย้ำการแสดงออกในช่วงนี้ไม่ว่าจะด้วยเจตนาใด ๆ ก็ตาม ข้อกำหนดคือไม่ให้การชุมนุมเกินห้าคน ดังนั้นกิจกรรมใด ๆ ขอให้คำนึงถึงกฎระเบียบด้วย ดำเนินการใด ๆ ควรคำนึงถึงคนที่มาร่วมกิจกรรมด้วย สำหรับเรื่องการใช้โซเชียลที่ขณะนี้มีการแพร่ภาพการกระทำใด ๆ ก็ตาม หรือการกระทำต่อเจ้าหน้าที่ทหาร ขอเรียนว่าบางครั้งจะเป็นภาพในสมัยอดีต ดังนั้นต้องขอความร่วมมือว่าเรื่องราวใด ๆ โดยเฉพาะในอดีต ถ้านำมาเผยแพร่ขณะนี้อาจจะสร้างความสับสน หรือไปกระทบความรู้สึกของคนใดคนหนึ่ง ตอนนี้อยู่ในช่วงสมานฉันท์ ไม่อยากให้ข่าวไปกระทบกับบุคคลอื่น ดังนั้นอยากฝากไว้ด้วย
 
                      ทีมโฆษก คสช. กล่าวอีกว่า ที่ประชุมในวันนี้ หัวหน้าคสช. ได้มีการประชุมด้วยระบบจอภาพทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยหัวหน้าคสช.ได้กล่าวขอบคุณทุกส่วนราชการที่ได้ตั้งใจที่จะเร่งรัดงานของตัวเองที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะงานที่สามารถคลี่คลายปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นรูปธรรม รวมถึงเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ที่ร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อยในส่วนกลาง และภูมิภาค
 
                      นอกจากนี้หัวหน้า คสช.ได้ให้แนวทางกับหัวหน้าส่วนราชการ โดยเน้นย้ำถึงแนวทางการบริหารใน 3 ระยะ คือ ระยะแรกการบริหารราชการตามปกติ รวมถึงกฎหมายพิเศษเพื่อขับเคลื่อนงาน ระยะสองการสร้างสภาวะแวดล้อมให้เหมาะสมเพื่อเข้าสู่การมีธรรมนูญปกครอง สภาปฏิรูป สภานิติบัญญัติ และระยะที่ 3 เป็นเรื่องของการนำไปสู่ระบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบด้วยการเลือกตั้ง ดังนั้นให้ส่วนราชการตั้งใจดำเนินการในขั้นที่ 1 กำหนดดำเนินการให้บรรลุไปโดยเร็ว เพื่อไปสู่ขั้นที่ 2 และ 3
 
                      ทั้งนี้ 6 ฝ่าย ได้รายงานผลการปฏิบัติงานตามโครงสร้างการกำหนดขอบเขต และเป็นรายงานให้หัวหน้า คสช.ได้รับทราบ นอกจากนี้กำชับในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทำความเข้าใจ ในการทำงานของส่วนราชการต่าง ๆ โดยเฉพาะการบริหารจัดการงบประมาณที่กำลังดำเนินการได้ให้ รวมถึงแนวทางในการใช้กลไกลในการเข้ามาบริหารงบประมาณ โดยพิจารณาให้ทุกภาคส่วนมีส่วนรวมการพิจารณาโดยหลักเกณฑ์ ทั่วถึง เท่าเทียม เร่งด่วน ความจำเป็น โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชน โดยจะต้องไม่สร้างหนี้เกินมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณา
 
                      นอกจากนี้ยังย้ำให้ทุกภาคส่วนมีการตัดสินใจในการปฏิบัติงานและจะต้องรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มที่กระทบโดยตรงและคำนึงถึงผลกระทบของประชาชนเป็นสำคัญ ให้ฝ่ายต่าง ๆ ไปดำเนินการ นอกจากนี้กระบวนการร่างกฎหมาย และกระบวนยุติธรรม ได้ให้แนวทางคงหลักการ โดยคำนึงให้กระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปด้วยความเข้มแข็ง เป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นใจกระบวนการยุติธรรม
 
                      ทีมงานโฆษก คสช. เปิดเผยอีกว่า คสช.อยากเรียนให้ประชาชนและสังคมเกิดความมั่นใจในเรื่องการใช้บริการทางด้านอินเตอร์เน็ต กรณีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น facebook ล่มนั้น คสช.มีการดำเนินการเรื่องกล่าวเฉพาะเจาะจง เว็บไซต์ สื่อสังคมที่ปลุกปั่นยุยงทำให้เกิดความขัดแย้ง ล่วงละเมิดสถาบันเท่านั้น และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และไม่มีแนวความคิดหรือนโยบายจะตัดระบบไม่ว่าจะเป็น facebook ไลน์ อินสตาแกรม ที่ประชาชนใช้ในการสื่อสาร หากมีความจำเป็นจะดำเนินการเฉพาะเว็ปไซต์ และ เว็ปเพจ เท่านั้น ทั้งนี้ คสช. ได้ย้ำเตือน และมอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปดูแลไม่ให้มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก หากจะดำเนินการอะไรจะแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบทันที
 
                      นอกจากนี้การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนที่ไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะประเด็นการปล่อยตัวแกนนำ นปช. ที่บางสื่อนำเสนอว่าปล่อยหมด แต่บางสื่อนำเสนอว่ายังปล่อยไม่หมด ซึ่งกรณีรายงานไม่เหมือนกัน และไม่ได้เป็นไปตามสื่อส่วนใหญ่นำเสนอข่าว ทางคสช. มองว่ามีนัยยะแอบแฝง ซึ่งคสช.จะติดตามการทำงานของสื่อ เพื่อป้องกันความสับสน และคลาดเคลื่อน ส่วนศูนย์ปรองดองสมานฉันท์นั้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นผู้ดำเนินการ
 
                      เมื่อถามถึงกรณีบุคคลที่ยังไม่ได้เข้ามารายงานตัว ทั้งนายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ บก.ลายจุด จะดำเนินการอย่างไร ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า อันดับแรกที่ดำเนินการ คือการระงับธุรกรรมทางด้านการเงิน เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการติดตามตัว เนื่องจากผิดประกาศคำสั่ง ส่วนนายจาตุรนต์ ขณะนี้เข้าสู่กระบวนการแล้วเป็นเรื่องของผลการดำเนินคดี โดยอยู่ในช่วงที่พนักงานอัยการทำสำนวนการฟ้องศาลต่อไป ถ้าในช่วงนี้อาจจะต้องใช้ระยะเวลา จะต้องอนุมัติในการฝากขังไปก่อน ทั้งนี้ นายจาตุรนต์ จะต้องขึ้นศาลทหารตามการประกาศไปแล้ว โดยมีความผิดคดีอาญา มาตรา 116 และฝ่าฝืนคำสั่งของประกาศคสช. ส่วนผู้ที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศอยู่ระหว่างการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนอาจารย์วีรพัฒน์ ปริยะวงษ์ ที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศนั้น ขณะนี้ได้ติดต่อมาแล้ว โดยระบุว่าเดินทางมารายงานตัวไม่ทันเนื่องจากอยู่ต่างประเทศ ซึ่งคสช. ได้เสนอไปว่าให้ทำหนังสือชี้แจงเพื่อให้ญาติมายื่นในรายละเอียดก่อน ทั้งนี้หากประชาชนมีเรื่องร้องเรียนให้ติดต่อมาได้ที่ 094-128 6273-9
 
 
'ประยุทธ์' นั่งหัวโต๊ะประชุม คสช.ครั้งแรก ที่กองทัพบก
 
 
                      เวลา 9.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) ร่วมกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก เพื่อสรุปและติดตามสถานการณ์ประจำวัน พร้อมทั้งเป็นประธานการประชุม คสช.เป็นครั้งแรกภายใน บก.ทบ. โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและคณะที่ปรึกษาบางรายที่ไม่ติดภารกิจเข้าร่วมการประชุมด้วย
 
                      สำหรับการประชุมเพื่อจัดส่วนงาน กำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบการบริหารงาน คสช.ของคณะที่ปรึกษา คสช. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานนั้น ได้มีการยกเลิกการประชุมอย่างกะทันหัน ในส่วนภารกิจของ รอง คสช.ในวันนี้นั้น ทางด้าน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ในฐานะรอง คสช. จากเดิมที่มีกำหนดการไปมอบนโยบายให้กับข้าราชการที่กระทรวงการต่างประเทศนั้น ได้ยกเลิกภารกิจการประชุมดังกล่าว เนื่องจากติดภารกิจที่กองทัพไทย ขณะที่ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะรอง คสช. ได้เดินทางไปประชุมการปฏิรูประบบการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการ ด้านพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้เดินทางมอบนโยบายให้ข้าราชการที่กระทรวงพาณิชย์ ส่วนพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อประชุมคณะกิจการพิเศษ ในขณะที่ พล.อ.ประวิตร ได้ติดภารกิจเดินทางไปจ.สระแก้ว เพื่อมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในพื้นที่ตามโครงการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด
 
                      ทั้งนี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ในฐานะคณะที่ปรึกษา คสช. และเลขานุการคณะที่ปรึกษาคสช. ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า วันนี้ไม่มีการประชุมคณะที่ปรึกษา คสช. แต่อาจมีประชุมกลุ่มย่อย ซึ่งตนไม่ทราบรายละเอียด โดย พล.อ.ดาว์พงษ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม พร้อมกับหัวเราะเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในคณะทีมที่ปรึกษาของ คสช.
 
 
คสช. เตือนทวงหนี้โหดข่มขู่ชาวนาโทษหนักคุก 2 ปี
 
 
                      ประกาศ คสช. ประกาศ คสช. ฉ.46/2557 เรื่อง ความผิดเกี่ยวกับการติดตามทวงถามหนี้ ด้วยกลุ่มบุคคลหรือบุคคลมีพฤติกรรมติดตามท้วงหนี้ชาวนาแบบไม่เป็นธรรม และฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย คสช.จึงออกประกาศ หากผู้ใดขืนใจให้ชาวนายอมหรือให้ผู้อื่นยอม โดยประทุษร้ายหวังในทรัพย์ ห้ามบังคับชาวนาจ่ายหนี้หากพบมีความผิดจำคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ