
พ่อเมืองระนองเร่งผลักดันยุทธศาสตร์4s
29 พ.ค. 2557
ชูเมืองท่องเที่ยวสุขภาพชั้นนำพ่อเมืองระนองเร่งผลักดันยุทธศาสตร์4เอส
ระนอง - พ่อเมืองเร่งผลักดันระนองเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพชั้นนำ พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์หลัก 4 เอส ทั้งการบริการสปา แพทย์ทางเลือก มีหลักประกัน และอาหารปลอดภัย ไว้รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ หวังสร้างรายได้เข้าจังหวัดจำนวนมหาศาล
ว่าที่ ร.ต.เชิดศักดิ์ จำปาเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ระนองได้กำหนดวิสัยทัศน์ของจังหวัดใหม่ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพชั้นนำ เพื่อให้เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทางจังหวัดจึงกำหนดยุทธศาสตร์ 4 เอส เพื่อเร่งผลักดันให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เอสที่ 1 คือ สปาจะพัฒนาให้ จ.ระนอง เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสภาพร่างกายด้วยการแพทย์ทางเลือกที่ต่อยอดกับระบบสปาไทยเพื่อสร้างสุขภาพ รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วย ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอาคารฟื้นฟูสุขสภาพด้วยแพทย์ทางเลือกของโรงพยาบาลระนอง ซึ่งเป็นศูนย์ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขสภาพ ตั้งอยู่เทศบาลเมืองระนอง โดยได้รับงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน 60 ล้านบาทในการก่อสร้างเฟสแรก โดยศูนย์ดังกล่าวกำหนดดำเนินการ 3 เฟส งบประมาณกว่า 150 ล้านบาท
หากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจะกลายเป็นศูนย์การให้บริการการแพทย์ทางเลือกแบบครบวงจรเป็นแห่งแรกของจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ประกอบด้วย การบริการด้านกายภาพบำบัด ในการฟื้นฟูสภาพผู้ป่วย เช่น การนวด การประคบ การดัด การดึง การบริหารร่างกาย เป็นต้น และด้านดุลยภาพบำบัดด้วยการปรับความสมดุลโครงสร้างของร่างกาย แพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกได้แก่การใช้ยาสมุนไพร การนวดไทย ธารบำบัดโดยน้ำแร่ร้อน ฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต ซึ่งในอนาคตศูนย์ฟื้นฟูสุขสภาพด้วยแพทย์ทางเลือก จ.ระนอง จะรองรับผู้ใช้บริการทั้งใน จ.ระนอง และนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ รวมทั้งรองรับผู้ป่วยจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วทั้งภาคใต้ ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ จ.ระนองอีกทางหนึ่ง
เอสที่ 2 คือมีการบริการแพทย์ทางเลือกไว้รองรับ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปแล้วในโรงพยาบาลระนอง และที่กำลังเร่งดำเนินการอีก 2 แห่ง คือโรงพยาบาลสุขสำราญและโรงพยาบาลกะเปอร์ ส่วนโรงพยาบาลที่เหลือกำลังเร่งดำเนินการพัฒนาอย่างเต็มที่ โดยจังหวัดมีมาตรการว่าจะต้องผ่านมาตรฐานทุกแห่ง นอกจากนี้ยังมีแผนในการจัดหาครุภัณฑ์ เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการ
เอสที่ 3 คือ มีหลักประกันให้ผู้อยู่ใน จ.ระนอง ทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจะต้องมีหลักประกัน เพื่อให้มีความมั่นใจว่าเมื่อเจ็บป่วยจะสามารถเข้ารับบริการได้ทั่วถึงภายใต้สิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และเอสที่ 4 เรื่องอาหารปลอดภัย ซึ่งสิ่งสำคัญของเมืองท่องเที่ยวคืออาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของปัจจัยหลักที่จะต้องทำให้ชาวระนอง นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนเกิดความประทับใจ โดยหน่วยงานในจังหวัดได้มีมาตรการควบคุมดูแลกำกับสถานประกอบการ ร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ เพื่อให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัยและเฝ้าระวังตรวจสอบสารปนเปื้อนในอาหารอย่างต่อเนื่อง
ว่าที่ ร.ต.เชิดศักดิ์ กล่าวต่อว่า ระนองเป็นจังหวัดที่มีอาณาเขตติดทะเลอันดามันและประเทศพม่า ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางข้ามไปมาระหว่าง จ.ระนอง-จ.เกาะสอง ประเทศพม่า ได้อย่างสะดวกโดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที แม้ระนองจะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่ก็มีศักยภาพการพัฒนาสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพชั้นนำของโลกได้ ถ้าหากพิจารณาถึงโอกาสและจุดแข็งต่างๆ ของจังหวัด ซึ่งได้แก่ระบบบริการสาธารณสุขของไทยที่ทันสมัย ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ, สภาพทำเลที่ตั้ง จ.ระนอง ที่เชื่อมโยงกับเส้นทางจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ รวมทั้งประเทศในฝั่งทะเลอันดามัน จาก จ.เกาะสอง ไปพม่า แล้วเชื่อมต่อประเทศอินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา มัลดีฟส์ และปากีสถานได้
นอกจากนี้ จ.ระนอง ยังมีความโดดเด่นทางด้านการเป็นเมืองแห่งธารน้ำแร่โดยมีทรัพยากรทางธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติกระจายอยู่ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะน้ำแร่ธรรมชาติเป็นศักยภาพโดดเด่นที่สุดและต่างจากที่อื่นๆ ซึ่งจากการศึกษาของกรมทรัพยากรธรณียังพบว่าเป็นแหล่งธรรมชาติทางธรณีวิทยาที่ควรอนุรักษ์ โดดเด่นทางธรณีวิทยาและมีศักยภาพในการใช้ประโยชน์ในการท่องเที่ยว ดังนั้น จ.ระนอง จึงเหมาะที่จะพัฒนาให้เป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพชั้นนำของไทยและของโลกซึ่งจะสร้างรายได้เข้าจังหวัดจำนวนมหาศาลในอนาคต



