ข่าว

ผ่า10รายชื่อ'ที่ปรึกษาคสช.'มุ่งสะสาง'มั่นคง-ศก.'

ผ่า10รายชื่อ'ที่ปรึกษาคสช.'มุ่งสะสาง'มั่นคง-ศก.'

29 พ.ค. 2557

ผ่า10รายชื่อ'ที่ปรึกษาคสช.' มุ่งสะสาง'ความมั่นคง-เศรษฐกิจ' : ทีมข่าวความมั่นคง

               หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดำเนินการยึดอำนาจรัฐ และเข้าควบคุมสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยภายในประเทศได้ราว 1 สัปดาห์ ก็เริ่มเห็นเค้าโครงของคณะที่ปรึกษา คสช. เมื่อมีคำสั่งแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา คสช. จำนวน 10 คน ซึ่งบางชื่อก็คุ้นหู เพราะอยู่ในกระแสข่าวมาโดยตลอด ขณะที่บางรายชื่อก็สร้างความงุนงงสงสัยว่า มีที่มาอย่างไร

               ทั้งนี้ โครงสร้างของคณะที่ปรึกษา คสช. ที่มีการเปิดเผยออกมาสามารถจำแนกได้คร่าวๆ เป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มภารกิจด้านความมั่นคง ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต รมว.กลาโหม, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ., พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ อดีตผบ.ทอ., พล.อ.นพดล อินทปัญญา อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก และ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีตรองผบ.ทบ.

               สำหรับ 2 รายชื่อ ในกลุ่มแรก คือ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ ถือว่าเป็นรายชื่อที่คุ้นหูประชาชนส่วนใหญ่อยู่แล้ว โดย พล.อ.ประวิตร หรือ "บิ๊กป้อม" พล.อ.อนุพงษ์ หรือ "บิ๊กป๊อก" รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งถูกเรียกขานว่า "พี่น้อง 3 ป." แห่ง "บูรพาพยัคฆ์"

               นายทหารระดับสูงทั้ง 3 ท่านถือว่า มีบทบาทอย่างสูงด้านความมั่นคง โดยเฉพาะเมื่อปี 2553 ที่ พล.อ.ประวิตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ พล.อ.อนุพงษ์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจในการเข้ามารับหน้าที่ที่ปรึกษา คสช.

               ด้าน พล.อ.อ.อิทธพร เป็นอดีต ผบ.ทอ. ที่มีบทบาทโดดเด่นเช่นกันในเหตุการณ์ทางการเมืองในปี 2553 และเป็นผบ.ทอ. ก่อนที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง จะเข้ามารับไม้ต่อ ดังนั้น การเข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษา คสช.ในครั้งนี้ พล.อ.อ.อิทธพร จะเข้ามาช่วยงาน พล.อ.อ.ประจิน ที่ดูแลภารกิจทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งในการบินไทย

               ขณะที่ พล.อ.นพดล ดูจะเป็นรายชื่อที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในบรรดาชื่อที่กล่าวมาข้างต้น แต่แท้จริงแล้ว พล.อ.นพดล มีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับ พล.อ.ประวิตร มาช้านาน เนื่องจากทั้งสองคนเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 6 หรือ "ตท.6" และเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ในขณะที่เพื่อนรักอย่าง พล.อ.ประวิตร ในช่วงเดียวกันนั้นดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เรียกได้ว่า เติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาเลยทีเดียว

               แม้เส้นทางรับราชการของ พล.อ.นพดล จะไม่ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งยอดสุดในกองทัพ แต่ พล.อ.ประวิตร ประธาน ตท.6 ก็ไม่เคยลืมเพื่อน เมื่อครั้งได้ดำรวตำแหน่ง รมว.กลาโหม ก็ดึง พล.อ.นพดล มาดำรงตำแหน่งเลขานุการ รมว.กลาโหม

               ด้าน พล.อ.ดาว์พงษ์ ถือว่าเป็นชื่อที่คุ้นหูขึ้นมาอีกนิด โดย พล.อ.ดาว์พงษ์ หรือ "บิ๊กหนุ่ย" ถือว่าเป็นเพื่อนซี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ และถือเป็น "มันสมอง" ของกองทัพในเหตุการณ์เมื่อปี 2553 ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็น เสนาธิการทหารบก และเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารบก

               ดังนั้น ด้วยความรู้ความสามารถของ พล.อ.ดาว์พงษ์ ที่เคยดำรงตำแหน่ง ผบ.พล.1 รอ. ซึ่งคุมกำลังหลักในกรุงเทพฯ มาก่อน และเคยผ่านงานยุทธการในเหตุการณ์ทางการเมืองมาตลอด จึงได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้าคสช. ให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษา และตำแหน่งเลขานุการด้วย

               โครงสร้างที่ปรึกษาในกลุ่มที่ 2.กลุ่มภารกิจด้านเศรษฐกิจ-การคลัง ได้แก่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรมว.คลัง ในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นรองประธาน, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีต รมว.คลัง ในสมัยรัฐบาลทักษิณ เป็นที่ปรึกษา และนายณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต

               สำหรับรายชื่อแรก คือ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ จนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรมว.คลัง เมื่อปี 2550

               ด้านนายสมคิด เป็น รมว.คลัง ในสมัยรัฐบาลทักษิณ 1 และเคยได้รับการคาดหมายว่าจะเป็น "ทายาททางการเมือง" ของอดีตนายกฯ ทักษิณ แต่ภายหลังมีความขัดแย้งทางความคิด ก่อนที่ สมคิด จะแยกตัวออกมาในที่สุด

               ในส่วนของนายณรงค์ชัย เคยเป็นรมว.พาณิชย์ ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต และถือว่าเป็น "นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ" ลำดับต้นๆ ในประเทศไทย ระยะหลังมีบทบาทในการวิพากษ์วิจารณ์โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ยุติโครงการที่จะสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศอย่างมหาศาลนี้เสีย

               โครงสร้างที่ปรึกษาในกลุ่มที่ 3.กลุ่มภารกิจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือ นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง เป็นผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ และผู้อำนวยการคนแรกของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ถือเป็นนักวิทยาศาสตร์ลำดับต้นๆ ของประเทศไทย

               แต่ที่มองกันมากก็คือ นายยงยุทธ จบจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล และเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ พล.อ.สุรยุทธ์ โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ก็จบจากโรงเรียนแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

               โครงสร้างที่ปรึกษาในกลุ่มที่ 4. กลุ่มภารกิจด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม คือ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี (2 สมัย) ในยุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ โดยรับบทเป็น "มือกฎหมาย" คนสำคัญในรัฐบาลทักษิณ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการรัฐประหารเมื่อปี 2549 นายวิษณุ ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญัติแห่งชาติ (สนช.) ในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ ด้วย

               คาดว่า ภารกิจของนายวิษณุ ภายใต้โครงสร้าง คสช. น่าจะเป็นภารกิจเกี่ยวกับการร่างธรรมนูญการปกครองประเทศ รวมทั้งกระบวนการเกี่ยวกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสภาปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นภารกิจในการวางโครงสร้างทางด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

               ทั้งนี้ รายชื่อทั้ง 10 คนข้างต้นจะมีโครงสร้างคล้าย "คณะรัฐมนตรี" หรือ ครม. ภายใต้โครงสร้าง คสช. ที่มีหัวหน้า คสช. ที่เป็นทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ จะเป็นผู้ขอความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพื่อขับเคลื่อนประเทศ

               อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนประเทศจะเป็นอย่างไร ใช้เวลานานแค่ไหน ยังคงเป็นเรื่องของสถานการณ์ซึ่งจะยืดหยุ่นไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ในก่อนหน้านี้

               แต่ความชัดเจนที่สะท้อนจากคณะที่ปรึกษาก็คือ ความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องทำทันทีนั่นคือ ด้านความมั่นคง และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

..............................

(หมายเหตุ : ผ่า10รายชื่อ'ที่ปรึกษาคสช.' มุ่งสะสาง'ความมั่นคง-เศรษฐกิจ' : ทีมข่าวความมั่นคง)