
'ธงทอง'พ้นปลัดสำนักนายกฯตั่ง'ม.ล.ปนัดดา'แทน
คสช.ย้าย'ธงทอง'พ้นเก้าอี้ปลัดสำนักนายกฯ มอบ 'ม.ล.ปนัดดา'รองปลัดมท.นั่งแทน มท.โยกสลับผู้ว่าฯอีก10ตำแหน่ง พร้อมแจง5ข้อขันน็อตสั่งผวจ.ตั้งศูนย์ปรองดองฯจังหวัด
เมื่อเวลา 20.33 น.วันที่ 28 พ.ค.2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เผยแพร่คำสั่งที่ 27/2557 ให้ นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกฯ แต่ยังปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี และให้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย มาปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีอีกหน้าที่หนึ่ง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ต่อมาได้มีการเผยแพร่คำสั่ง คสช.ที่ 28/2557 ให้นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี และให้ นายดิสทัต โหตระกิตย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา รักษาราชการแทน
รวมทั้งคสช.ยังมีคำสั่งที่ 29/2557 ให้นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักวิชาการด้านกฎหมาย ไปรายงานตัวที่ห้องจามจุรี สโมสรกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 29 พ.ค.2557 เวลา 10.00 - 10.30 น.
มท.โยกสลับผู้ว่าฯอีก10ตำแหน่ง
กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด สลับกับผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย (ผต.) จำนวน 10 ราย ดังนี้ 1.นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ ให้รักษาราชการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง 2.นายเกรียงเดช เข็มทอง ผู้ว่าฯ จันทบุรี ให้รักษาราชการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 3.นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด ให้รักษาราชการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 4.นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าฯ ระยอง ให้รักษาราชการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 5.นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าฯ อุบลราชธานี ให้รักษาราชการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง
6.นายภุชงค์ โพธิกุฎสัย ที่ปรึกษาด้านการปกครอง (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) ให้รักษาราชการในตำแหน่งผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ 7.นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้รักษาราชการในตำแหน่งผู้ว่าฯ จันทบุรี 8.นายธานี สามารถกิจ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้รักษาราชการในตำแหน่ง ผู้ว่าฯ ระยอง 9.นายสมศักดิ์ จังตระกูล ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ให้รักษาราชการในตำแหน่ง ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด และ 10.นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้รักษาราชการในตำแหน่ง ผู้ว่าฯ อุบลราชธานี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน เป็นต้นไป
แจง5ข้อขันน็อตสั่งผวจ.ตั้งศูนย์ปรองดองฯระดับจังหวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานปลัดกระทรวง ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย มีหนังสือด่วนที่สุดส่งไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.)ทุกจังหวัด เรื่องแนวทางปฏิบัติการแก้ไขปัญหาสำคัญเร่งด่วน ซึ่งมีนายประภาศ บุญยินดี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ลงนาม โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า เนื่องด้วยการประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อหารือนโยบาย แนวทางขับเคลื่อนภารกิจของ คสช. ในส่วนของฝ่ายความมั่นคง ระดับแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดในฐานะหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานการประชุม ได้มีการมอบหมายภารกิจสำคัญเร่งด่วนเกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทย ดังนั้นกระทรวงมหาดไทยจึงให้จังหวัดดำเนินการเพิ่มเติม ดังนี้ 1.เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กำชับหน่วยงานรับผิดชอบ และบูรณาการหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน ในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้ รวมถึงสร้างจิตสำนึกภาคส่วนต่างๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐ ในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2.เรื่องงบพัฒนาจังหวัด ในส่วนของผวจ. หากจังหวัดใดยังไม่ได้ใช้งบพัฒนาจังหวัด ให้พิจารณาจัดทำแผนงาน และโครงการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชนที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน 3.เรื่องการประกอบอาชีพ ให้จังหวัดเร่งปลูกฝังและส่งเสริมการประกอบอาชีพให้ราษฎรสามารถประกอบอาชีพช่วยเหลือตนเองได้อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน ลดแนวทางประชานิยม
4.เรื่องห้ามเล่นการพนัน กำชับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอาสาสมัครทุกหมู่เหล่า ร่วมกันสอดส่องและจับกุมอย่างจริงจังในเรื่องการพนันทุกประเภท หากมีการปล่อยปะละเลย หรือมีข้าราชการผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบให้มีการเล่นการพนันในพื้นที่รับผิดชอบ จะต้องถูกลงโทษทั้งทางวินัยและทางอาญาจนถึงที่สุด และให้จังหวัดรายงานผลการปฏิบัติประจำวันให้กรมการปกครองทราบ ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.เป็นต้นไป และ 5.เรื่องศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ให้จังหวัดจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ระดับจังหวัด โดยรับสมัครอาสาสมัครช่วยทำงานด้านประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ารักสามัคคีกัน ให้ความร่วมมือกับภาคราชการ เพื่อเดินหน้าการปฏิรูปประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้องและยั่งยืน ไม่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งมุ่งเน้นให้ประชาชนไทยมีระเบียบวินัยรักษากฎหมายยิ่งขึ้น



