
'จตุพร-ณัฐวุฒิ'เฮ!คสช.ปล่อยตัวแล้ว
'จตุพร-ณัฐวุฒิ'เฮ!คสช.ปล่อยตัวแล้วพร้อมแกนนำนปช.คนอื่นๆ'ประยุทธ์'สั่งลดขนาดสตช.กันการเมืองแทรก เชิญคณะที่ปรึกษาถกแบ่งงาน29พ.ค.
เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 28 พ.ค.2557 พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ปล่อยตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช.แล้วว่า ล่าสุดทราบว่าอยู่ในกระบวนดำเนินการทางวิธีอยู่ เบื้องต้นคาดว่าจะปล่อยวันนี้ หลังจากครบกำหนด 7 วัน แต่ยังไม่ทราบเวลาและสถานที่
ต่อมาเวลา 16.50 น. ทหารได้ปล่อยตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ขึ้นรถยนต์ส่วนตัวออกจากหอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ แล้ว
นอกจากนี้นายไชยา สะสมทรัพย์ นายนิสิต สินธุไพร นายขวัญชัย ไพรพนา นายพายัพ ปั้นเกตุ นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก น.ส.จารุพรรณ กุลดิลก ก็ถูกปล่อยตัวแล้วเช่นเดียวกัน
ส่วนนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรฯ ยังถูกควบคุมตัวที่ค่ายทหาร จ.ราชบุรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา คสช.ได้ปล่อยตัวนายพิชิต ชื่นบาน คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย นายไพวงษ์ เตชะณรงค์ เจ้าของโบนันซ่า เขาใหญ่ นางจรรยา สว่างจิตร นางวิมลรัตน์ กุลดิลก แล้วเช่นกัน
ทหารคุมตัว"จาตุรนต์"ขึ้นศาลทหาร
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม พล.ร.ท.กฤษฎา เจริญพานิช หัวหน้าสำนักตุลาการศาลทหาร กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาคดีนายจาตุรนต์ ฉายแสง ที่ไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่งของ คสช.ว่า เหมือนกับคดีอาญาทั่วไป แต่ขณะนี้เป็นการพิจารณาของศาลทหารในเวลาไม่ปกติ โดยจำเลยสามารถมีทนายความแก้ต่างได้ตามธรรมนูญศาล ถ้ารับสารภาพก็ไม่ต้องรอสืบพยาน สามารถตัดสินคดีได้เลย แต่ถ้าปฏิเสธขอต่อสู้คดีก็ต้องใช้เวลาในการพิจารณา เพื่อให้ฝ่ายโจทก์ยื่นพยานนำสืบตาม ป.วิอาญา ซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่าจะใช้เวลากี่วันถึงจะพิจารณาเสร็จสิ้น แต่จะให้รวดเร็วที่สุด
พล.ร.ท.กฤษฎา กล่าวว่า ระหว่างพิจารณาคดีสามารถฝากขังได้ครั้งละ 12 วัน จนครบ 84 วัน ซึ่งคาดว่าจะใช้เรือนจำของกรมราชทัณฑ์ในการควบคุมตัว ยอมรับว่า หลังจากนี้คงมีคดีความจำนวนมากเข้าสู่การพิจารณาของศาลทหาร ซึ่งศาลทหารคงต้องทำงานหนักขึ้น แต่แม้จะมีตุลาการศาลทหารจำนวนจำกัดก็ขอยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด และเร็วที่สุด
ต่อมาเวลา 16.45 น. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารได้ควบคุมตัวนายจาตุรนต์ ฉายแสง โดยรถตู้ สีขาว ทะเบียน ฮธ 9337 กรุงเทพมหานคร มีกำลังทหาร 8 นาย เฝ้ารักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เดินทางมายัง บก.ป. ทันทีที่มาถึง นายจาตุรนต์ได้พบกับ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.ที่รอรับอยู่ จากนั้นจึงพากันเดินขึ้นไปยังห้องประชุมสุรสีหนาท ชั้น 2 ทันที โดยไม่ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในระหว่างนั้น ทางพนักงานสอบสวนที่เตรียมพร้อมรอสอบปากคำนายจาตุรนต์ ได้ทยอยกันเข้าปฏิบัติหน้าที่ สำหรับขั้นตอนภายหลังเสร็จสิ้นการสอบสวนดำเนินคดีนายจาตุรนต์ ที่ บก.ป.แล้ว ทางสารวัตรทหารก็จะร่วมกับตำรวจ บก.ป.ควบคุมตัวนายจาตุรนต์ไปขึ้นศาลทหารต่อไป โดยจะนับว่าเป็นพลเรือนคนแรกที่ถูกนำตัวไปดำเนินคดีในศาลทหาร ทั้งนี้ ในส่วนของความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมกันนั้นทาง คสช.ได้สั่งอายัดการทำธุรกรรมทางการเงินของนายจาตุรนต์ไว้แล้ว
ต่อมาเวลา 17.00 น. นางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยาของนายจาตุรนต์ พร้อมทนายความ เดินทางมายัง บก.ป.เพื่อเตรียมประสานเกี่ยวกับการยื่นขอประกันตัวเมื่อนายจาตุรนต์ถูกส่งไปพิจารณาคดีที่ศาลทหาร
จากนั้นเวลาประมาณ 17.45 น. เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายจาตุรนต์ออกมาจากห้องสอบสวนและนำขึ้นรถตู้ โดยมีรถสารวัตรทหาร และสายตรวจกองปราบ นำขบวน โดยมี พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผบก.ป. และเจ้าหน้าที่ทหาร ควบคุมไปในรถคันเดียวกัน
แกนนำนปช.กาฬสินธุ์รายงานตัว
พ.อ.จักรพงษ์ กระจ่างพุ่ม รองผอ.กอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ พ.อ.กฉกาจพงษ์ หงส์ทอง รองผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 6 พล.ต.ต.มนธน ทิพย์จันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เชิญบรรดาแกนนำนปช.ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เข้ามาหารือ แนวทางและสร้างแนวร่วมในการแก้ไขปัญหาทำความเข้าใจถึงความต้องใจของ คณะ คสช. ที่มุ่งหวังที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ โดยเฉพาะการลดปัญหาความแตกแยกของคนในจังหวัด ทั้งยังได้อธิบายถึงโครงการในการทำงานเพื่อสร้างความมั่นคง ซึ่งได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริ เพื่อให้แกนนำกลับตัวเป็นแนวร่วมเพื่อสร้างสังคมให้เกิดความสงบสุข การพูดคุยยังคงเหลือบรรดาแกนนำอีกหลายคนที่ยังไม่มารายงานตัวโดยมีกำหนดให้อีก 4 วัน จึงจะมีการใช้มาตรการอื่นต่อไป
'ประยุทธ์'สั่งลดขนาดสตช.กันการเมืองแทรก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. ให้กำกับดูแลส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้า คสช. ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สนข.)กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร(กอ.รมน.) สำนักงบประมาณและสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (คสช.) เป็นประธานการประชุมส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้า คสช. เพื่อชี้แจงแนวทางการกำกับดูแลและขับเคลื่อนการปฎิบัติงาน ให้เป็นไปตามนโยบายของ หัวหน้า คสช. โดยในภาพรวมยังคงยึดถือแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินที่มีอยู่
โดยในที่ประชุม ได้มีการหารือถึงการปรับโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มีขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งลดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ส่วนสำนักงานข่าวกรอง ให้พิจารณาบรรจุกำลังพลเพิ่มเติม เพื่อรองรับงานด้านการข่าว พร้อมทั้งแก้ไขกฎหมายบางฉบับ ของ กอ.รมน. รองรับการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและการบริหารจัดการกำลังพล อย่างไรก็ตาม ในส่วนของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้ยึดกลไกศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ ในการบูรณาการ เพื่อเชื่อมโยงกับงานด้านการพัฒนาและความมั่นคง ตามระดับของพื้นที่ จากการประเมินการทำงานที่ผ่านมาจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งให้ศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ เช่น การเพิ่มปลัดอำเภอและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) รวมทั้งการเพิ่มบทบาทกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
ส่วนสำนักงบประมาณ ให้จัดทำร่างงบประมาณประจำปี2558 เสนอ คณะคสช. รวมทั้งจะหารือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2557 เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าร้อยละ95 ในเดือน ก.ย.นี้ พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมายวิธีการงบประมาณ ให้มีความชัดเจนและครอบคลุมสามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ในส่วนสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะรวบรวมแผนงานหรือ โรดแมท ของ หัวหน้า คสช. จัดทำยุทธศาสตร์ หากมีเกิดความซ้ำซ้อนให้เสนอให้ หัวหน้า คสช.พิจารณาอีกครั้ง นอกจากนี้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะพิจารณาและนำเสนอความเป็นไปได้และความเร่งด่วนในการจัดเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามนโยบายหัวหน้า คสช. รวมทั้งจะติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ เพื่อเสนอแนวทางสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ2557
เชิญคณะที่ปรึกษาถกแบ่งงานรับผิดชอบ29พ.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 29 พ.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ ได้เชิญคณะที่ปรึกษา คสช.ที่ประกอบด้วย 1. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธาน 2. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รองประธาน 3. ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองประธาน 4. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา 5. นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ที่ปรึกษา 6. นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา 7. นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ ที่ปรึกษา 8. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ที่ปรึกษา 9. พล.อ.นพดล อินทปัญญา ที่ปรึกษา 10. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ที่ปรึกษา และเลขานุการ เพื่อประชุมจัดส่วนงาน กำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้การบริหารงานของ คสช.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะที่ปรึกษา คสช. คือการเสนอแนะ แสดงความคิดเห็น เรื่องที่อยู่ในอำนาจและความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจาก คณะคสช. พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะบุคคลทำหน้าที่คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน เจ้าหน้าที่ โดยต้องเสนอผ่าน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.
สกว.พร้อมเสนองานวิจัยแก่คสช.และรัฐบาลใหม่
เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ศ. นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ประธานกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ครั้งที่ 15 ณ โรงแรมจอมเทียน ปาล์ม บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่รับทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษกได้นำเสนอรายงานความก้าวหน้า และรับฟังข้อเสนอแนะจากนักวิจัยอาวุโสตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิ
ในโอกาสนี้ศ. นพ.ไกรสิทธิ์ ได้ยืนยันว่า กระแสการเมืองในขณะนี้ไม่ส่งกระทบต่อการดำเนินงานของ สกว. แต่อาจเป็นโอกาสดีที่ สวก. จะนำเสนอแนวคิดการทำวิจัยและการปฏิรูประบบวิจัยของประเทศไทยแก่ คสช. โดยจะนำเรียนความงานวิจัยของ สกว. ว่ามีความสำคัญอย่างไรกับการพัฒนาและแก้ปัญหาของประเทศ รวมถึงผลงานวิจัยที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ที่พร้อมจะนำเสนอแก่รัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งหากต้องการองค์ความรู้และผลงานทางวิชาการ สกว.จะดำเนินการสรุปและส่งให้รัฐบาลเพื่อนำไปกำหนดนโยบายในการพัฒนาประเทศบนฐานความรู้จากงานวิจัย เพื่อให้ตรงกับความต้องการและปัญหาของประเทศมากที่สุด โดยหวังว่าจะได้รับงบประมาณสนับสนุนการวิจัยใกล้เคียงกับงบประมาณเดิมที่เคยได้รับ
ทั้งนี้ สกว.มีงานวิจัยด้านสันติวิธี ซึ่งมี ศ. ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งน่าจะตรงกับความต้องการเร่งด่วนของ คสช. ในการสร้างความสมานฉันท์ของประเทศขณะนี้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับคอร์รัปชั่นที่ดำเนินการโดยทีดีอาร์ไอ ภายใต้การสนับสนุนของ สกว.เช่นกัน
“สกว.จะผลึกกำลังร่วมกับองค์กรวิจัยอื่น ๆ ของประเทศ ในการเสนอข้อคิดเห็น ความสำคัญของงานวิจัยที่จะสามารถแก้ปัญหาและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ใช้ผลงานวิจัยที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ สกว. มีความพร้อมหากถูกเสนอขอให้ดำเนินการใช้ความรู้และปัญหาในการแก้ปัญหาชาติ” ศ. นพ.ไกรสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย



