
ลึกลับ
กลายเป็นข้อสงสัยสำหรับกระจอกข่าวรุ่นใหม่ๆ ในวงการสายทหารว่า เพราะเหตุใด บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงครองตัวเป็นโสดมาถึงป่านฉะนี้
อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆ ปาเข้าไปตั้ง 64 แล้ว แต่เหตุไฉนถึงไม่แต่งงานมีลูกมีเมียกับเขาสักกะที...!!
หรือจะเป็นแบบอย่างว่า นักข่าวรุ่นพี่ก็เข้ามากระซิบบอกกระจอกข่าวรุ่นใหม่ๆ ว่า "อย่าไปพูดให้ท่านได้ยินเชียวนะ..!"
เพราะสมัยที่ท่านได้รับตำแหน่ง ผบ.ทบ. ท่านก็เปิดบ้านต้อนรับนักข่าว ก็มีนักข่าวผู้หญิงคนหนึ่งที่ค่อนข้างจะสนิทกับท่านเป็นการส่วนตัว มักจะคุยเล่นกันเป็นประจำ เดินเข้าไปถามท่านว่า... "พี่ป้อม ถามจริงๆ เถอะ พี่เป็นตุ๊ดเป็นเกย์หรือเปล่า ทำไมถึงไม่แต่งงาน” เจอหมัดตรงเข้าที่จุดสำคัญอย่างจัง
เท่านั้นแหละ “บิ๊กป้อม” ก็หันมามองตาเขียวปั้ดก่อนจะตอบว่า “อยากลองไหมล่ะ จะได้รู้ว่าเป็นหรือไม่เป็น”
อย่างนี้เขาถึงเรียกว่าชายชาติทหารฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ใช่ใหม พี่ป้อม อิอิอิ...!!!
ศึกใน “คนเสื้อแดง”
ขณะที่ทั้ง “เสื้อแดง” และ “รัฐบาล” โยนกลองกันไปมาว่าอีกฝ่ายเป็นคนผุดแผน “ตากสิน” ภาค 2 แต่ไม่เคยปฏิเสธแผนการโค่นล้ม “ศักดินา” แถมยังยืดอก พกอุดมการณ์ ประกาศกันโต้งๆ ทุกเวที ทุกเวลา คือเหล่าสาวกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.) วันก่อนถือฤกษ์วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน หากไม่ใช่เวลาย่ำรุ่ง แต่เป็นย่ำค่ำ ยึดโรงแรมรอยัล สนามหลวง ซุ่มโป่ง จัดตั้ง ก่อรูป “พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย” ขึ้นมาอีกรอบ ในงานมี “สหายเก่า” สวมหมวกดาวแดงเดินเข้าเดินออก ขวักไขว่ ไม่ว่าจะเป็น จาตุรนต์ คชสีห์ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ วิภา ดาวมณี อินสร บัวเขียว
บรรยากาศการอภิปรายเผ็ดร้อน แกนนำพรรคผลัดกันประกาศอุดมการณ์ “สังคมนิยม” กันดังลั่นห้องเพทาย
แต่ความสามัคคีของชาวสีแดง กลับเกือบมาแตกคอกันในตอนจบ เมื่ออดีตนักโทษคอมมิวนิสต์ คนสุดท้าย “สุรชัย แซ่ด่าน” คว้ำไมค์นำเสนอยุทธวิธีโค่นล้ม “ศักดินา” เริ่มต้นด้วยการแจกแจงภารกิจมวลชนว่าจะต้องเปิดแนวรบ 3 ด้านคือ เมือง ชนบท และต่างประเทศ โดยในส่วนต่างประเทศเขาบอกว่ามีการเคลื่อนไหวคึกคักจากทั้ง “จักรภพ เพ็ญแข” และ “ใจ อึ๊งภากรณ์”
ตอนจบ ฟันธงเปรี้ยง! ลงไปว่า ภารกิจของเหล่าสังคมนิยม ที่จะโค่นล้มศักดินา หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสามัคคีกับทุนนิยม ยืมมือ “ทักษิณ” ซึ่งมีทุนรอนมหาศาล ชูขึ้นมาเป็นผู้นำ หลังจากนั้นค่อยหันมารบแตกหักกับ “ทักษิณ” อีกรอบ
แต่แผนการนี้ถูกเหล่า “แฟนคลับทักษิณ” ลุกขึ้นจวกเต็มๆ ทำไม “สหายเก่า” ถึงไม่จริงใจ มาหลอกใช้ทักษิณเป็นเครื่องมือ
ร้อนถึงหัวหน้าพรรค “วรรธวริทธิ์ ตันติภิรมย์” ใช้ความอาวุโส ห้ามทัพก่อนจะลุกลามบานปลาย
เป็นอันว่า “แดงคอมฯ” กับ “แดงแม้ว” ก็ยังเดินอยู่บนทางคู่ขนานต่อไป หาเส้นทางบรรจบไม่ได้อีกเช่นเคย
“การเมืองเก่า” เขย่า “การเมืองใหม่”
หลังจุดพลุดังเปรี้ยงปร้าง ! ช่วงเดือนที่ผ่านมา มาวันนี้ “พรรคการเมืองใหม่” เจ้าของเดียวกับ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” กลับห่างหายไปจากกระแสการรับรู้ของผู้คนเสียดื้อๆ จนทำให้เริ่มมีเสียงติฉินนินทาดังๆ ว่า “พวกเอ็นจีโอ” ตั้งพรรคการเมือง มันจะไปรอดหรือ !
แต่เมื่อส่องกล้องเข้าไปสำรวจ “วงใน” ทำให้ได้เห็นความเคลื่อนไหวที่คึกคักเหลือเกิน ขบวนรถไฟสายสีเหลือง ที่มีหัวรถจักรอย่าง สมศักดิ์ โกศัยสุข เปิดหวูดปู๊นๆ เดินสายตระเวนป่าวประกาศอุดมการณ์การเมืองใหม่ จัดเวทีอบรม สัมมนา จัดตั้ง ฝังแกน ตามจังหวัดต่างๆ ไม่มีว่างเว้น ตารางคิวแน่นเอี้ยดไปอีกหลายเดือน
ส่วนขบวนโบกี้ ที่ติดสอยห้อยตามไปทุกหนทุกแห่ง ก็มีทั้ง สุริยะใส กตะศิลา, พิชิต ไชยมงคล, ศิริชัย ไม้งาม, เทิดภูมิ ใจดี และโฆษกสภา สำราญ รอดเพชร ที่เพิ่งฟื้นจากอาการช้ำใน หลังจากที่คัมรีคู่ใจเกิดพยศ กลางถนนบางปะกง เมื่อหลายวันก่อน ก็ยังเป็นขุนพลหลักในการเผยแพร่แนวทางพรรคการเมืองใหม่กะเขาด้วย
ขณะเดียวกันก็ยังมีความพยายามที่จะดึงเอาเทคโนโลยีมาสนับสนุนพรรค อย่างเต็มที่ มีการตั้งสโลแกนกิ๊บเก๋ว่า พรรคการเมืองใหม่ “โปร่งใส ไฮเทค” แถมยังเตรียมจะเปิดโรงเรียนการเมืองในโลกไซเบอร์ อันเป็นการขยายงานของมหาวิทยาลัยราชดำเนินให้กว้างขวาง แพร่หลายมากยิ่งขึ้น
สุดท้าย ข่าวล่ามาแรงแซงทางโค้ง แจ้งเตือนว่า “การเมืองใหม่” ที่ประกาศไว้อย่างสวยหรู จะสะดุดหัวทิ่มด้วยเกมการเมืองแบบเก่าๆ เขย่า “เก้าอี้” เลขาธิการ จากก้น “ยะใส” หรือไม่ ต้องติดตามชมอย่ากะพริบตา !



