ข่าว

ความสุขเล็กๆราคาสูงลิบของ'มิณ'

ความสุขเล็กๆราคาสูงลิบของ'มิณ'

29 พ.ค. 2557

ขอเวลานอก : ความสุขเล็กๆ ราคาสูงลิบของ 'มิณ-สิรัชชา' : เรื่อง วันวิสา โรจน์แสงรัตน์/ ภาพ ธนาชัย ประมาณพาณิชย์

 
                   ที่ชอบ 2 แบรนด์นี้มากเป็นพิเศษคงเพราะอินกับแบรนด์และรู้จักมานาน จนกลายเป็นความคุ้นเคย แถมการดีไซน์ก็ทำให้ใช้งานง่าย เป็นแบบเรียบหรูแต่ดูดี ที่สำคัญเขาเลือกใช้หนังคุณภาพดีจึงทนทาน สามารถใช้ได้นาน
 
                   ในชีวิตประจำวันนอกจากเสื้อผ้า หน้า ผม จะต้องดูดีแล้ว แอคเซสเซอรี่ อย่าง นาฬิกา กระเป๋า หรือรองเท้า ก็เป็นส่วนสำคัญในการช่วยเสริมบุคลิกให้น่ามองเช่นกัน ซึ่งแต่ละคนอาจจะให้ความสำคัญในแต่ละจุดแตกต่างกันไป อย่างสาวสวยนักธุรกิจวัย 30 ต้นๆ "มิณ" สิรัชชา พัชรโสภาชัย เธอเลือกที่จะถือกระเป๋าแบรนด์เนมในแบบที่ชอบเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ทั้งยังซื้อหามาเก็บไว้มากมาย จนตอนนี้กลายเป็นของสะสมที่มีมูลค่าสูง ทั้งยังต่อยอดมาเปิดร้าน แบ็ค แอนด์ ชูส์ สปา บาย โมโมโกะ ให้บริการทำสี ซ่อมบำรุง ปกป้อง กระเป๋า รองเท้า ทั้งผ้าและหนัง ที่เป็นแบรนด์เนมทุกชนิด
 
                   "ที่บ้านมิณคุณพ่อกับคุณแม่จะทำธุรกิจต่างกัน คุณพ่อทำด้านเหมืองแร่ จิวเวลรี ส่วนคุณแม่ทำโรงงานเครื่องหนัง ที่จริงเราก็คุ้นเคยทั้งหมด แต่พวกเครื่องประดับไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ก็เลยสนใจพวกกระเป๋าหนังมากกว่า ส่วนแบรนด์เนมมิณเริ่มใช้มาตั้งแต่สมัยเรียนเลยค่ะ ตอนนั้นมีไม่เยอะ ใบไหนชอบก็ใช้บ่อย ด้วยความที่มิณเป็นคนไม่ค่อยระวัง ทำให้กระเป๋าสกปรกเลอะเทอะ ที่จริงคุณแม่ให้เงินไว้ใช้ซ่อมแซมนะคะแต่ก็ไม่พอ มิณเลยไปหาน้ำยามาทำความสะอาดเอง แต่เราไม่มีความรู้เรื่องนี้ กระเป๋าเลยพัง มิณจึงมาปรึกษาญาติที่ทำโรงงานเครื่องหนังอยู่ แล้วส่งกระเป๋ามาให้เขาช่วยซ่อมบ้าง ทำความสะอาดบ้าง พอส่งกลับคืนไปให้ มันดูสภาพดีเหมือนใหม่มาก" ลูกสาวคนกลางของคุณพ่อนพคุณ กับคุณแม่จารุวัลย์ พัชรโสภาชัย เล่าอย่างออกรส
 
                   เมื่อกระเป๋าของตัวเองกลับมาสวยสะอาดเหมือนเดิม เพื่อนๆ ที่ใช้แบรนด์เนมเห็นเข้าก็ถูกใจ และฝากกระเป๋ามาซ่อมบ้าง ฝากมาทำความสะอาดบ้าง แต่ละครั้งจำนวนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งก็มากถึง 20-30 ใบ ตรงนี้เองจึงตัดสินใจเปิดร้านสปากระเป๋าเมื่อราว 5 ปีก่อน โดยใช้ชื่อร้านว่า "โมโมโกะ" ซึ่งเป็นร้านที่ให้บริการบำรุงรักษา ซ่อมแซมกระเป๋าและรองเท้าแบรนด์เนมทุกยี่ห้อ แต่ช่วง 2 ปีแรกไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ถือเป็นช่วงที่ให้คำแนะนำลูกค้ามากกว่า แต่พักหลังมานี้คนไทยรู้จักมากขึ้น และมีคนเข้ามาใช้บริการกันต่อเนื่อง คงเพราะเห็นผลงานจากหลายๆ คนที่เข้ามาใช้บริการ เรียกว่าได้รับการตอบรับดีมากๆ
 
                   เรื่องธุรกิจไปได้ดี ลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ควบคู่ไปกับเรื่องกระเป๋าแบรนด์เนมของตัวเอง ก็มีปริมาณขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน โดยแบรนด์หลักๆ ที่สาวคนนี้เธอชอบถือจะมีเพียง 2 แบรนด์คือ ชาเนล กับแอร์เมส เท่านั้น ซึ่งตอนนี้มีเก็บไว้ที่บ้านประมาณ 40-50 ใบ หลายใบได้มาด้วยความยากลำบากต้องสั่งจองนานมาก และหลายใบเป็นคอลเลกชั่นพิเศษที่ทำออกมาช่วงโอกาสพิเศษต่างๆ
 
                   "ที่ชอบ 2 แบรนด์นี้มากเป็นพิเศษคงเพราะอินกับแบรนด์และรู้จักมานาน จนกลายเป็นความคุ้นเคย แถมการดีไซน์ก็ทำให้ใช้งานง่าย เป็นแบบเรียบหรูแต่ดูดี ที่สำคัญเขาเลือกใช้หนังคุณภาพดีจึงทนทาน สามารถใช้ได้นาน แถมราคาไม่ตกด้วย ตรงกันข้ามเมื่อเก็บไว้นานๆ ราคากลับจะเพิ่มขึ้นด้วย ยิ่งเป็นใบที่หายาก หรือใบที่ไม่ผลิตแล้ว ราคาก็จะยิ่งแพง อย่างชาเนลใบสีชมพูหนังคาเวียร์ เป็นใบที่มิณชอบและใช้บ่อยมาก ซื้อมาตั้งแต่สมัยเรียนที่เอแบค ตอนนั้นราคายังเป็นหลักหมื่น ตอนนี้ราคาพุ่งสูงขึ้นเป็นหลักแสนแล้ว แต่มิณก็ไม่เคยคิดจะขายนะคะ เพราะเป็นใบที่ชอบมากจริงๆ ทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่ตลอด ส่วนแอร์เมสจะชอบรุ่นเบอร์กิน กับรุ่นเคลลี่ เพราะเป็นรุ่นที่คนนิยมใช้กันมากที่สุด กระเป๋าทุกใบที่มีมิณตั้งใจว่าจะเก็บไว้ให้ลูกสาวค่ะ แต่พอดีลูกคนแรกที่อยู่ในท้องตอนนี้เป็นผู้ชาย และสามีอยากให้เป็นผู้ชายทั้ง 2 คน เลยคิดเสียดายอยู่ค่ะว่าจะส่งต่อให้ใครดี" ว่าที่คุณแม่คนสวยภรรยาของ "โต้ง" สรัญ เสรีธรณกุล เล่าด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว
 
                   ถึงแม้ว่าหลายคนมักจะชอบซื้อกระเป๋าเวลาเดินทางไปต่างประเทศ แต่สำหรับสาวมิณ เธอบอกเสียงใสว่า ซื้อในเมืองไทยมากกว่า เพราะเวลาไปต่างประเทศมักจะซื้ออย่างอื่นเยอะแล้ว อีกอย่างเมืองไทยนี่แหละมีรุ่นเด็ดๆ เยอะ เมื่อเทียบกับต่างประเทศที่จะหาของยาก ถ้าจะมีจริงๆ ก็ต้องเป็นประเทศที่ไม่ค่อยมีคนไป (หัวเราะ)
 
                   "แอร์เมสเป็นแบรนด์ที่มีเงินก็ซื้อไม่ได้ เพราะบางรุ่นหายากมาก สาวกแบรนด์นี้จะรู้และจะไม่ค่อยจองในช็อป เพราะต้องรอนานมากบางครั้ง 3-4 ปีทีเดียว แถมบางครั้งสีจะไม่เหมือนกับที่เราอยากได้ เพราะสีหนึ่งมันจะมีหลายโทน คนเลยไม่นิยมจอง ส่วนสีโปรดของมิณจะเป็นสีฟ้า กับสีเทอร์ควอยซ์ แต่มันไม่สามารถเข้ากับเสื้อผ้าได้ง่ายนัก ไม่เหมือนกับพวกสีเบสิก อย่างสีดำ กับสีน้ำตาล ที่จะมีโอกาสได้ใช้งานบ่อยกว่า แต่สีที่มันดูเรียบเกินไปมิณจะใช้ผ้าพันที่หูเป็นแอคเซสเซอรี่เพิ่มเข้าไปค่ะ" แอร์เมส แอนด์ ชาเนล เลิฟเวอร์ บอกอย่างนั้น
 
                   เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งสาวนักสะสมก็คงไม่ผิด เพราะนอกจากจะเยอะด้วยจำนวนแล้ว ก็ยังมีใบพิเศษๆ อยู่หลายใบให้สาวกแอร์เมส และชาเนลแอบอิจฉา ก็อย่างใบสีชมพูหนังโทโก (หนังลูกวัวเพศเมีย) เป็นใบล่าสุดที่สาวมิณเธอถูกใจเอามากๆ ด้วยเป็นสีที่หายาก ทั้งยังเป็นของขวัญที่คนพิเศษซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดด้วย
 
                   "มีหลายใบค่ะที่ชอบเป็นพิเศษอย่างใบที่สามีซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ใบนี้มิณหามานานกว่า 1 ปีเพราะเป็นสีที่ค่อนข้างหายาก เช่นเดียวกับใบสีเขียวรุ่นเดียวกัน หรืออย่างใบที่ทำจากหนังนกกระจอกเทศก็หายากค่ะ ใบนั้นฝากเพื่อนซื้อมาจากฝรั่งเศส หรืออย่างกระเป๋าที่ทำจากหนังงู ต้องขออนุญาตก่อนนำเข้าประเทศ พอได้มาจึงต้องดูแลรักษาอย่างดี หลังใช้งานเสร็จต้องเอาหมอนดันทรงใส่ไว้ด้านใน เพื่อไม่ไห้เสียทรง แล้วเช็ดให้สะอาดก่อนเก็บใส่ถุงไว้อย่างเป็นระเบียบ ตรงนี้บอกเลยค่ะว่าห้ามขี้เกียจเด็ดขาด ไม่งั้นกระเป๋าจะเสียหายได้ ซึ่งจะส่งผลถึงราคาด้วยค่ะ" สาวมิณบอกทิ้งท้ายก่อนจะย้ำชัดว่า ทุกใบตั้งใจซื้อมาใช้จริงๆ แต่หากเก็บไว้แล้วมีโอกาสใช้น้อยมาก ก็มีบ้างที่จะส่งไปขายมือสอง เพื่อนำเงินกลับมาหมุนเวียน หาซื้อใบที่ชอบต่อไป