ข่าว

'ยูเครน'ยึดคืนสนามบินสังหารกบฏ50คน

'ยูเครน'ยึดคืนสนามบินสังหารกบฏ50คน

28 พ.ค. 2557

กองทัพยูเครน ยึดสนามบินในโดเนตสก์คืนได้แล้ว - สังหารกบฏแบ่งแยกดินแดนกว่า 50 คน

 
                          28 พ.ค. 57  รัฐมนตรีมหาดไทยยูเครน เผย กองทัพสามารถเข้าควบคุมสนามบินในเมืองโดเนตสก์ ที่ถูกกลุ่มแบ่งแยกดินแดนฝักใฝ่รัสเซียบุกยึดไว้ได้โดยสิ้นเชิงแล้ว หลังจากปฏิบัติการโจมตีทั้งทางอากาศ และพื้นดินอย่างหนักหน่วง และสังหารกบฏได้กว่า 50 ราย 
 
                          อาร์เซน อาวาคอฟ รัฐมนตรีมหาดไทยยูเครน เปิดเผยถึงกรณีการปะทะกันระหว่างกองทัพยูเครน กับกลุ่มฝักใฝ่รัสเซีย ที่สนามบินในเมืองโดเนตสก์ ทางตะวันออกของประเทศตั้งแต่วันจันทร์ว่า มีกลุ่มฝักใฝ่รัสเซียเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 50 ราย ขณะที่ทางกองกำลังของรัฐบาลไม่มีความสูญเสียแต่อย่างใด 
 
                          นอกจากนี้รัฐบาลประกาศว่า กองทัพจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหาร เพื่อกวาดล้างกองกำลังฝักใฝ่รัสเซียที่ยึดหน่วยราชการในหลายเมืองทางภาคตะวันออกต่อไป ขณะที่มีรายงานว่า การสู้รบส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนในเมืองโดเนตสก์ ทำให้ร้านค้าและปั๊มน้ำมันพากันปิดให้บริการเพราะกลัวเหตุรุนแรง
 
                          นายเปโตร โปโรเชนโก้ ว่าที่ประธานาธิบดี ที่ชนะการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ และจะสาบานตนรับตำแหน่งในเดือนหน้า ให้คำมั่นว่า จะปราบปรามกลุ่มกบฏให้ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยจะไม่ใช้เวลาเป็นเดือนๆ เหมือนที่แล้วมา และจะควบคุมสถานการณ์ให้ได้โดยเร็ว เพื่อคืนความสงบเรียบร้อยให้กับประเทศ
 
                          ขณะที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้เรียกร้องให้กองทัพยุติการปราบปรามโดยเร็วที่สุด เพราะความสูญเสียเริ่มเพิ่มขึ้น 
 
                          ด้านผู้นำสหภาพยุโรป ที่ประชุมกันในกรุงบรัสเซล เรียกร้องให้รัสเซีย หารือร่วมกับว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของยูเครน เพื่อถอนกำลังออกจากพรมแดนของทั้ง 2 ประเทศ ขณะเดียวกันสหภาพยุโรปได้ระงับวีซ่า และอายัดสินทรัพย์ บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซีย และเจ้าหน้าที่ยูเครน ที่เข้าให้ความช่วยเหลือรัสเซียในการผนวกแคว้นไครเมีย
 
                          ส่วนประธานาธิบดีบารัก โอบามา โทรศัพท์หานายโปโรเชนโก้ เมื่อวาน เพื่อแสดงความยินดีที่ชนะการเลือกตั้ง และประกาศด้วยว่า สหรัฐพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
 
 
 
 
 
-----------------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)