ข่าว

คิดอย่างสหรัฐ

คิดอย่างสหรัฐ

28 พ.ค. 2557

คิดอย่างสหรัฐ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

                โลกในปัจจุบันเป็นโลกแห่งการอยู่ร่วมกันของประเทศต่างๆ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันในหลากหลายรูปแบบ ทั้งความสัมพันธ์ทางการทูต การค้า เศรษฐกิจ ฯลฯ ความร่วมมือด้านวิชาการ การทหาร ความมั่นคง ฯลฯ รวมถึงการแลกเปลี่ยน ด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม ฯลฯ และการติดต่อระหว่างภาคประชาสังคมอื่นๆ

                ประเทศต่างๆ ในโลก ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ถูกเชื่อมโยงเข้ากันด้วยเส้นทางคมนาคม การสื่อสาร ระบบโทรคมนาคม จนถึงโซเชียลมีเดีย และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย ความสัมพันธ์และการเชื่อมโยงดังกล่าว ทำให้คนทั้งโลกมีแนวทางในการดำเนินชีวิต การแต่งกาย อาหารการกิน การศึกษา แม้กระทั่งวิธีคิด ที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งแน่นอนว่าประเทศใดก็ตามที่ควบคุมกลไกเหล่านี้ได้ ย่อมสามารถที่จะกำหนดทิศทางของโลกได้โดยปริยาย

                หลังสงครามเย็นอันเป็นการเผชิญหน้าระหว่างค่ายคอมมิวนิสต์กับค่ายเสรี (ทุน) นิยมหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง และการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1991 โลกทั้งใบก็อยู่ในมือของสหรัฐเพียงลำพัง จนสามารถประกาศ “ระเบียบโลกใหม่” (นิวเวิลด์ออเดอร์) ตามหลักการสำคัญ 5 ประการ คือ ความเป็นประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน สภาพแวดล้อม การค้าเสรี ลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร อันเป็นเครื่องมือของสหรัฐและพันธมิตร ในการกดดันและสร้างกรอบเกณฑ์บังคับให้ประเทศต่างๆ อยู่ภายใต้อิทธิพลของตน และใช้มาตรการทางเศรษฐกิจต่อประเทศที่ไม่ปฏิบัติตาม โดยเฉพาะในเรื่องของ ความไม่เป็นประชาธิปไตย การไม่เคารพสิทธิมนุษยชน การทำลายสภาพแวดล้อม และการกระทำที่ขัดต่อการค้าเสรี

                จะเห็นว่าหลังการประกาศ “ระเบียบโลกใหม่” สหรัฐและพันธมิตร ได้ใช้หลักการของคำประกาศ ในการกดดัน แทรกแซง หรือใช้กำลังเข้ารุกราน ประเทศต่างๆ ที่ไม่ปฏิบัติตาม และ “ระเบียบโลกใหม่” แม้จะเป็นการประกาศฝ่ายเดียว แต่สหรัฐก็ถือเป็นพันธกิจที่ประเทศอื่นๆ ต้องรับรู้และให้การยอมรับ ไม่ต่างจากพันธกิจตามกฎบัตรและข้อมติสหประชาชาติ หรือพันธสัญญาทวิภาคีและพหุภาคีที่มีอยู่

                แนวคิดที่อยู่หลังความคิดเรื่อง “ระเบียบโลกใหม่” ก็คือแนวคิดเรื่อง “รัฐบาลโลก” ของนักวิชาการและผู้นำทางการเมืองของสหรัฐและยุโรปตั้งแต่ปี ค.ศ.1912 และนำไปสู่การตั้งธนาคารโลก ในปี 1944 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ในปี 1945 รวมถึงสหภาพยุโรป และที่สำคัญคือองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ในปี 1995 ซึ่งครอบงำและควบคุมระบบเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง การค้า ฯลฯ ของโลก ไว้ในอำนาจของสหรัฐและพันธมิตร

                เมื่อวางกฎเกณฑ์หรือระเบียบโลกขึ้นแล้ว ก็เป็นการง่ายที่สหรัฐจะกำหนดความผิด-ถูก ขั้นต้น สำหรับประเทศหนึ่งประเทศใดที่ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางสังคมโลก ที่สหรัฐเป็นผู้กำหนดขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพิจารณารายละเอียด หรือสืบสาวต้นสายปลายเหตุ และพิจารณาใช้มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจ หรือทางอื่น ที่สหรัฐเห็นควร

                หากมองจากภายนอก จะเห็นว่าระบบ “ระเบียบโลกใหม่” เป็นระบบการกล่าวหา และถือว่าการกระทำที่ขัดต่อระเบียบดังกล่าวเป็นความผิด แต่ในทางปฏิบัตินั้น ผู้ถูกกล่าวหาย่อมมีสิทธิที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง และต่อสู้ข้อกล่าวหาตามวิถีทางที่มีอยู่

                ครับ ประเทศต่างๆ ต่างต้องอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้ และเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น และปัจจัยสำคัญประการหนึ่งของการอยู่ร่วมกัน ก็คือการประสานประโยชน์ และพยายามทำความเข้าใจในปัญหาและเรื่องต่างๆ ให้ตรงกัน