
คสช.ตั้ง'สมคิด-ปรีดิยาธร-ณรงค์ชัย'ปรึกษาศก.
คสช.ตั้ง6ที่ปรึกษา ทั้งอดีตนายทหารและรองนายกรัฐมนตรีช่วยดูแลงานความมั่นคง 'สมคิด-ปรีดิยาธร-ณรงค์ชัย'ดูแลเศรษฐกิจ
27พ.ค.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้แต่งตั้งที่ปรึกษาจำนวน 6 คนประกอบด้วย 1.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานที่ปรึกษา 2.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก ดูแลด้านความมั่นคง 3.ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ดูแลด้านต่างประเทศ 4.ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ดูแลด้านเศรษฐกิจ 5.นายณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ ดูแลด้านเศรษฐกิจ 6.ดร.วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ดูแลด้านกฎหมายยุติธรรม
ย้ำความสัมพันธ์การค้าไทย-ญี่ปุ่น
พ.อ.(หญิง) ศิริจันทร์ นาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เชิญหอการค้าญี่ปุ่น (เจซีซ๊) และองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนนักธุรกิจญี่ปุ่นในประเทศเข้าหารือ โดยมีตัวแทนจากภาคเอกชนเข้าประชุม เช่น บริษัท โตชิบาไทยแลนด์ จำกัด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด บริษัท มิตซุย สุมิโตโม จำกัด เป็นต้น โดยมีนายอิสระ ว่องกุศลกิจ สภาหอการค้าไทยเข้าร่วมประชุมด้วย
พ.อ.(หญิง) ศิริจันทร์ กล่าวว่าหัวหน้า คสช.ได้ชี้แจงสถานการณ์และความจำเป็นในการเข้าควบคุมอำนาจการบริหารราชการผ่านดินเพื่อความสงบเรียบร้อยของประเทศให้นักธุรกิจญี่ปุ่นทราบ รวมทั้งให้ความมั่นใจว่าความสัมพันทางการทูต การค้าการลงทุนต่างๆระหว่างไทยกับญี่ปุ่นจะยังคงดำเนินการต่อไปได้ตามเดิมยกเว้นความร่วมมือใหม่ๆอาจจะต้องมีการหารือกันเพิ่มเติม รวมทั้งให้ความมั่นใจกับนักลงทุนญี่ปุ่นด้วยว่าจะให้การปกป้องผลประโยชน์ของประเทศญี่ปุ่นที่อยู่ในประเทศไทย
ทั้งนี้ตัวแทนของหอการค้าญี่ปุ่นได้แสดงความคิดเห็นว่าอยากจะให้ คสช.ช่วยผลักดันโครงการแก้ปัญหาอุทกภัยที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 ให้ต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ขอให้ส่งเสริมอุตสาหกรรมหลักที่มีฐานการผลิตในประเทศไทย เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเครื่องอุปโภคและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งหัวหน้า คสช.ได้มอบหมายให้หน่วยงานเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการต่อ
สำหรับประเด็นเศรษฐกิจอื่นๆในภาพรวมเช่นการจัดทำงบประมาณ การส่งเสริมการลงทุนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หัวหน้า คสช.ได้มอบหมายพล.อ.อ.ประจิน จั่นตรอง รองหัวหน้า คสช.ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจเป็นผู้รับผิดชอบ โดยในวันที่ 26 พ.ค.พล.อ.อ.ประจินได้มอบนโยบายให้กับหน่วยงานเศรษฐกิจในสังกัดของกระทรวงการคลังแล้ว
ป.ป.ช.มีมติสอบ"นิวัฒน์ธำรง-ยรรยง"ทุจริตจำนำข้าว
เมื่อเวลา 16.00 น. นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญากรณีกล่าวหานางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวโดยเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการตามที่มีอำนาจหน้าที่ ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงจากการไต่สวนว่า การปิดบัญชีของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ของกระทรวงการคลัง ในครั้งที่ 3 มีผลขาดทุนเป็นจำนวนสูงถึง 3.3 แสนล้านบาท และยังมีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปริมาณข้าวจำนวน 2.98 ล้านตัน ที่ไม่สามารถนำเข้ามาสู่กระบวนการปิดบัญชีของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีดังกล่าวได้ เนื่องจากยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำนวนข้าวดังกล่าวมีอยู่จริงหรือไม่
นายสรรเสริญ กล่าวอีกว่า เมื่อพิจารณาประกอบกับข้อเท็จจริงตามรายงานข่าวของสื่อมวลชนกรณีผลการประชุมของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง ปรากฏว่า คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งมีนายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้ตรวจสอบผลการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวในช่วง 2 ปีกว่า (2554/2555, 2555/2556, 2556/2557) พบว่ามีผลขาดทุนสูงขึ้นกว่าเท่าตัว หรือขาดทุนกว่า 5 แสนล้านบาท เนื่องจากราคาขายต่ำกว่าราคาต้นทุน 1.5 หมื่นบาทต่อตัน โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้คำนวณต้นทุนข้าวเปลือกที่แปรสภาพเป็นข้าวสารไว้เฉลี่ยที่ราคา 2.3 หมื่นบาทต่อตัน ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ขายข้าวไปที่ราคา 1.2-1.4 หมื่นบาทต่อตัน และเมื่อเป็นรัฐบาลรักษาการได้ขายข้าวไปด้วยราคาเพียงตันละ 8 พันบาทเท่านั้น ทำให้มีส่วนต่างราคาขายกับราคาต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งทำให้โครงการรับจำนำข้าวขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 5 แสนล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบว่าข้าวสารหายไปจากสต๊อกอีกราว 2.8 ล้านตัน โดยปรากฏว่าในสต๊อกไม่มีข้าวอยู่จริง เป็นแค่ตัวเลขทางบัญชีเท่านั้น และยังพบว่ามีข้าวเสื่อมคุณภาพอีกจำนวนมากที่ยังรอให้เซอร์เวเยอร์ตีราคา ซึ่งหากมีการตีราคาแล้ว คาดว่าจะทำให้ผลขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวจะเพิ่มมากกว่า 5 แสนล้านบาท
นายสรรเสริญ กล่าวต่อว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวในประเด็นเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงที่อยู่ในความรับผิดชอบของนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายยรรยง พวงราช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยในชั้นนี้ให้ไต่สวนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง จำนวน 4 ราย ได้แก่ 1.นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน 2.นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง 3.นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง และ 4.ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ผู้แทน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังเห็นควรให้ขยายผลในเรื่องดังกล่าว โดยจะดำเนินการตรวจสอบรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวข้องในโครงการดังกล่าวตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ทหารค้นบ้าน"บุญทรง"อดีตรมต.พาณิชย์
เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ทหารจังหวัดเชียงใหม่เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เลขที่ 90 ถนนทุ่งโฮเต็ล ต.วัดเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังจากที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติไต่สวนการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว โดยป.ป.ช.ได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบรายการทรัพย์สิน และหนี้สินของผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมด ในเบื้องต้นยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดการเข้าตรวจค้นในครั้งนี้



