
'ประยุทธ์'ผุด'ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์'
'ประยุทธ์'ผุด 'ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์' สลายสีเสื้อ ย้ำทหารแค่กำกับดูแล ขอบคุณหน่วยงานเร่งจ่ายเงินชาวนา พร้อมหามาตรการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรชี้ภาคธุรกิจเชื่อมั่น
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 27 พ.ค.2557 ที่อาคารกำลังเอก สโมสรทหารบก วิภาวดี พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง และ พ.อ.วีระชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษก คสช. ร่วมกันแถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช.ได้มีการประชุมติดตามสถานการณ์ที่กองบัญชาการกองทัพบก โดยได้ขอบคุณทุกหน่วยงานในการดำเนินการเรื่องการจ่ายเงินให้กับชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเป็นไปตามเรื่องเร่งด่วนที่ คสช.ต้องการที่จะแก้ไขปัญหาที่จุดเดือดร้อนเป็นพื้นฐานของเกษตรกรโดยเร็ว โดยให้กำกับดูแลอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง ส่วนเกษตรกรอื่น ๆ ที่ยังรอการแก้ไขปัญหานั้นได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการเร่งรัดแก้ไขปัญหาให้เหมือนกับโครงการรับจำข้าว ซึ่งถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด
นอกจากนี้ในที่ประชุมความมั่นใจของภาคการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ ซึ่งจะเห็นได้ว่าภาคธุรกิจมีความมั่นใจมากขึ้นในเรื่องของแนวทางในการแก้ไขปัญหาการบริหารราชการ ซึ่งคสช.พยายามที่จะขับเคลื่อนไปในทุกมิติ พร้อมกับดูแลแก้ไขปัญหาให้เป็นระบบในการพัฒนาการทำงานของข้าราชการควบคุมไปกับเอกชนและผู้ประกอบการ ถือเป็นขั้นพื้นฐานสร้างความแข็งแรงของประเทศ
ทีมโฆษก คสช. กล่าวอีกว่า หัวหน้า คสช. ยังได้เร่งให้สร้างความเข้าใจในกระบวนการบริหารราชการแผ่นดินให้กับต่างประเทศ โดยได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ ผู้ช่วยทูตทหารเร่งดำเนินการชี้แจงให้ทูตานุทูตทุกประเทศให้ครบถ้วน รวมถึงประเทศที่ยังไม่ได้ข้อมูลครบถ้วนเพื่อให้เข้าใจการบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบัน ซึ่งได้ปฏิบัติตามกรอบเดิม ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของปลัดกระทรวงต่าง ๆ โดยมีหัวหน้า คสช.เห็นชอบ รวมถึงการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. นอกจากนี้ทาง คสช.พยายามสร้างสภาวะแวดล้อมให้ปลอดภัย โดยการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นควบคู่ไปกับการสร้างความสมานฉันท์ภายในประเทศ ลดความขัดแย้งของคนในชาติ ซึ่งจะเร่งดำเนินการทันที โดยหัวหน้าคสช. ได้มอบหมายให้ทุกกองทัพภาค ตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ในทุกพื้นที่ โดยเป็นศูนย์กลางให้ทุกฝ่ายที่เห็นต่าง ประชาชนในพื้นที่ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยศูนย์ดังกล่าวจะให้ข้อมูลสร้างความเข้าใจให้ความรู้ในการบริหารราชการของ คสช. เพื่อป้องกันการนำข้อมูลไปบิดเบือน ซึ่งทำให้วงจรความขัดแย้งไม่คลี่คลาย ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว
ทั้งนี้ หัวหน้า คสช. ได้สั่งการและมอบนโยบายในการทำงานให้กับฝ่ายต่าง ๆ จำนวน 8 เรื่อง คือ 1.การบริหารราชการระดับกระทรวงทบวง กรม ที่หัวหน้า คสช.ได้แบ่งส่วนให้ ผบ.เหล่าทัพ ไปดำเนินการ โดยให้กำกับข้าราาชการให้ดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบาย เน้นความโปร่งใส ยุติธรรม 2. สิ่งที่อยู่ในอำนาจของนายกรัฐมนตรี ครม. ให้ถือเป็นอำนาจของหัวหน้า คสช. ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ พร้อมทั้งให้ทุกส่วนราชการที่ทำงานร่วมกับ คสช.ได้มีการตรวจสอบกลั่นกรองเพื่อให้เกิดความถูกต้องมากที่สุด 3.การปรับปรุงโครงสร้างของ คสช.ที่จะมีการตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ โดยมีศูนย์กลางที่ คสช. และให้จัดตั้งในพื้นที่ของทุกกองทัพภาคที่ 1-4 เพื่อสร้างความรักความสามัคคี สลายสีเสื้อ เตรียมที่จะปฏิรูปประเทศ โดยการเข้าร่วมเป็นไปด้วยความสมัครใจของคนทุกพวกทุกฝ่าย ซึ่งอาจจะมีการแต่งตั้งแกนนำหลักเป็นประธานในการหารือ หรือการจัดเสวนา
4. หัวหน้าคสช.ได้กำหนดแนวทางการทำงานของฝ่ายต่าง ๆ แยกเป็น 5 ประกาศ คือ 1 กำหนดกรอบที่ชัดเจน พร้อมสร้างความเข้าใจทุกกระทรวงทบวง กรม 2 เร่งรัดขับเคลื่อนดูแลงานทุกกระทรวง ลดงานทางด้านเอกสารให้ความสำคัญกับคำสั่งการ และการบริหารของแต่ละกระทรวง 3 ให้ลำดับการทำงานแผนเฉพาะหน้า แผนเร่งด่วน แผนพร้อมปฏิบัติ โครงการริเริ่ม และโครงการที่มีผลผูกพันให้คัดกรองอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดผลประโยชน์กับประชาชน และประเทศชาติ 4 แผนงานและโครงการต่าง ๆ จะต้องได้รับการตรวจสอบ และจะต้องไม่เสียระเบียบ รวมถึงวินัยทางการเงิน และการคลัง 5ให้สรุปรายงานให้หัวหน้า คสช.ได้รับทราบ เช่นแผนการดำเนินการ แผนงานในอนาคต และปัญหาข้อติดขัด
5.แผนงานโครงสร้างที่ริเริ่มใหม่จะต้องเป็นประโยชน์กับประชาชน โดยเสนอให้ คสช.พิจารณาบรรจุเข้าแผนงบประมาณปี 2558 โครงการโรดแม็พจะต้องชัดเจน มีระยะเวลา ถ้าเป็นโครงการขนาดใหญ่ก็สามารถปรับลดขนาดเน้นการเข้าถึงประชาชน 6.การใช้จ่ายอนุมัติงบประมาณทุกส่วนจะต้องโปร่งใส เป็นที่พึงใจของประชาชน และไม่ผูกพันกับรัฐบาลชุดต่อไป ยกเว้นมีความจำเป็นจะต้องขออนุมัติจากหัวหน้า คสช.
7.การบริหารราชการทุกกระทรวงทบวงกรม ไม่ใช่ว่าจะให้ทหารเข้าไปสั่งการ หรือไปสั่งให้ข้าราชการทำผิดระเบียบ หรือผิดกฎหมาย แต่มีหน้าที่เข้าไปกำกับดูแลการทำงานให้รวดเร็ว โดยให้ยึดแบบแผนเดิมเป็นหลัก 8.คสช.ได้แต่งตั้งคณะที่ปรึกษา คือ 1.ที่ปรึกษาระดับนโยบาย คือมีหน้าที่ให้คำปรึกษา คสช.รวมถึงความมั่นคงของประเทศ ที่ปรึกษาที่นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้เป็นที่ปรึกษาของฝ่ายต่าง ๆ ที่ คสช.กำหนดขึ้นเป็น 7 ฝ่าย โดยที่ปรึกษาทุกระดับจะต้องได้รับการพิจารณา และอนุมัติจากหัวหน้าคสช.ซึ่งมีหน้าที่ให้คำปรึกษาข้อเสนอแนะงานในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะผ่านเลขาคสช.ก่อนที่จะเสนอให้หัวหน้าคสช.พิจารณาอีกที
"บิ๊กตู่"ขอนักข่าวสายทหารอย่าตั้งคำถามรุกไล่
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน ว่าเมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.พลภัทร วรรณภักตร์ เลขานุการกองทัพบก ได้เชิญตัวนายศุภฤกษ์ ธงไชยฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และน.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เข้าพบที่ห้องทำงานเพื่อแจ้งข้อความจากพล.อ.ประยุทธ์ ให้รับทราบพร้อมขอความร่วมมือกรณีการตั้งคำถามกับพล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะหลังการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมาเนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ รู้สึกไม่ดีต่อการที่ต้องถูกตั้งคำถามในลักษณะรุกไล่จนทำให้กระทบความเชื่อมั่นในตัวผู้นำประเทศ
“พล.อ.ประยุทธ์ ได้ฝากมาบอกว่าวันนี้ ท่านไม่ได้เป็นแค่ ผบ.ทบ.เท่านั้น แต่เป็นถึงผู้นำในการบริหารประเทศ ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและบริหาร ดังนั้นการจะตอบคำถามอะไรออกไปสู่สาธารณะจำเป็นต้องใคร่ครวญอย่างดี และขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาในการตอบคำถามเหล่านั้น โดยเฉพาะการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งการถามในลักษณะจี้ถามเช่นนั้นไม่เหมาะสม ฉะนั้นจึงขอความร่วมมืออย่าถามในลักษณะการรุกไล่อีก” เลขานุการ ทบ.กล่าว
ขอปิดแสดงความเห็นเฟซบุ๊ก"วาสนา นาน่วม"
ในส่วนเฟสบุ๊ก ของน.ส.วาสนา นั้นทางกองทัพบกขอความร่วมมือ ไม่ให้บุคคลเข้ามาคอมเม้นท์เพราะทำให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งน.ส.วาสนา ชี้แจงว่าไม่อาจปิดคอมเม้นท์ของตัวเองได้เนื่องจากมีเพื่อนจำนวนมาก ส่วนผู้ติดตามที่เข้ามาคอมเม้นท์นั้นได้ปิดไปแล้ว ทั้งนี้บุคคลที่เป็นเพื่อนเข้ามาคอมเม้นท์จะทะเลาะกันเอง เพราะมีทั้งสองสี โดยก่อนหน้านี้ได้ออกประกาศในเฟซบุ๊กขอร้องไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นประธานการประชุมคณะทำงาน คสช. โดยได้มีการพูดถึงแนวทางในการทำงานของ คสช.นับจากนี้ เพื่อเป็นรูปธรรมและเห็นผลโดยเร็วโดยเฉพาะการเร่งจ่ายเงินให้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวให้เสร็จตามกำหนด แล้วให้ติดตามเรื่องผลผลิตทางเกษตรที่จะมีปัญหาตามมา ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้แสดงความเป็นห่วงกลุ่มสีต่างๆในขณะนี้ โดยได้ให้แนวทางกับคณะทำงานไปหาวิธีในการสลายสีเสื้อต่างๆด้วยการตั้ง “สภาสมานฉันท์” ขึ้นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และเร่งดำเนินการให้ดีที่สุดเพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมกันนี้ หัวหน้าคสช.ยังจะเดินหน้าในการตั้งสภาปฏิรูปและสภานิติบัญญัติ เพื่อเร่งหาทางทางออกนำไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า จะมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้เมื่อใด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เป็นตัวกำหนด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่มีการเปิดสายด่วนให้ประชาชนทั่วไปได้โทรศัพท์มาร้องเรียนที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาหลังการปฏิวัติฯ ปรากฏว่าในแต่ละวัน มีประชาชนโทรศัพท์เข้ามามากกว่าวันละ 700 ราย ซึ่งมีทั้งการชื่นชมและตำหนิ รวมถึงข้อเสนอแนะต่างๆ โดยเฉพาะผลกระทบจากการประกาศเคอร์ฟิวที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่ร้องเรียนต้องการให้ลดเวลาเคอร์ฟิว
กลุ่มบุคคลมอบดอกไม้ เครื่องอุปโภค-บริโภคให้กำลังใจทหาร
นายเกรียงศักดิ์ เหล็กกล้า ผู้ประสานงานคณะรัฐบุคคล นำมวลชนจำนวนหนึ่งมามอบดอกไม้และนำหนังสือเปิดผนึก เพื่อแสดงเจตนาในการให้กำลังใจและชื่นชมต่อการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร โดยเฉพาะการตัดสินยึดอำนาจการปดครองของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งคณะรัฐบุคคลพร้อมให้การสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม Women Thailand และชมรมพลังสตรีไทยสร้างชาติ เดินทางมามอบดอกไม้และสิ่งของอุปโภค-บริโภคให้แก่เจ้าหน้าที่ทหารด้วย โดยมีพันเอกหม่อมหลวงกุลชาต ดิศกุล รองเลขานุการกองทัพบก เป็นตัวแทนออกมารับมอบ พร้อมกล่าวขอบคุณแก่กลุ่มดังกล่าว และย้ำว่าจะนำสิ่งของทั้งหมดไปแจกจ่ายมห้กับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามจุดต่างๆอย่างทั่วถึง
ส่วนที่เคยมีปัญหาจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี นำสิ่งเจือปนกับเครื่องดื่มและอาหารมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ทหารนั้น จะมีการตรวจสอบให้เข้มงวดมากขึ้น พร้อมขอร้องผู้ที่กระทำดังกล่าวให้เห็นใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเหนื่อยยากด้วย
“มทภ.1”สั่งทหารตรวจสอบสิ่งของที่ปชช. นำมามอบให้
ตลอดวันที่ผ่านมามีการส่งต่อข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์กันอย่างกว้างขวางว่า เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันททหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 พัน 1 รอ.) ตรวจสอบพบสิ่งผิดปกติในเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อหนึ่ง ที่มีประชาชนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างมาส่งมอบให้กับทหารกลางดึก ซึ่งพบว่าในขวดดังกล่าวที่ฝาเกลียวมีรอยเปิดทุกขวด และปริมาณน้ำในขวดไม่เท่ากัน พร้อมมีกระแสข่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพลทหารราบที่ 9 ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณถนนพระราม 2 แจ้งว่า พบสิ่งแปลกปลอม เป็นกาวเหนียวผมในเครื่องดื่มชายี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง ที่มีประชาชนมามอบให้ ทั้งนี้ หลังเกิดข่าวดังกล่าว ทางกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ทหารทุกหน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ให้ระมัดระวัง และหากมีประชาชนนำสิ่งของมามอบให้ก็ให้ถ่ายรูปรับมอบกับบุคคลคนนั้นด้วย
พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กล่าวว่า ในส่วนพี่น้องประชาชนนำสิ่งของมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติ โดยปะปนกับสิ่งของอันตรายนั้น ตนได้สั่งการไปยังทหารว่าไม่ต้องระแวง เพราะสามารถตรวจสอบ หากจับได้จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด
ขณะที่ พล.ต.ไพโรจน์ ทองมาเอง ผบ.พล.ร. 9 กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ทหารกำลังให้ทางโรงพยาบาลตรวจสอบอยู่ ดังนั้น ขอร้องประชาชนและสื่อมวลชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ซึ่งเชื่อว่าไม่ใช่การวางยาพิษ หรือนำสิ่งแปลกปลอมใส่ลงในเครื่องดื่ม แต่อาจจะเป็นเพราะเครื่องดื่มหมดอายุก็ได้ ซึ่งไม่ใช่ยาพิษ เพราะเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่กำลังพลไปหยิบในถัง ไม่ใช่การยื่นส่งมอบให้โดยตรง และกำลังพลก็ไม่ได้ดื่มเข้าไป ตนเกรงว่าข่าวที่ออกไปจะเป็นการทำลายความรู้สึกของประชาชนที่หวังดี ส่วนจะเป็นอย่างใดนั้นต้องรอผลการตรวจสอบจากทางโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการอีกครั้ง อย่างไรก็ตามประชาชนก็ยังคงมีความเมตตาทหารอยู่
ชาวนาทั่วประเทศเฮรับเงินจำนำข้าวพร้อมขอบคุณคสช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันได้มีชาวนาจากทั่วประเทศที่จำนำข้าวไว้กับภาครัฐได้เดินทางไปรับเงิน พร้อมกับขอบคุณคสช.ที่เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ อย่างเช่นนายสงบ บัวจันทร์ อายุ 66 ปี ชาวบ้านหนองตูม อ.เมืองขอนแก่น ได้เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนบ้านที่ได้จำนำข้าวกับโครงการรัฐบาลอีกหลายคนบอกว่า คิวใบประทวนของตนเองนั้นอยู่ลำดับที่ 1,052 และ 1,406 ขณะที่วันนี้ ธกส.ประกาศว่าผู้ที่ได้รับเงินถึงแค่คิว 1,023 แต่ก็เชื่อว่าอีกไม่นานก็จะได้เงินตามที่ คสช.ได้ประกาศเอาไว้ เพราะวันนี้เห็นแล้วว่ามีหลายคนมาถอนเงินที่ได้รับการโอนเข้าบัญชีแล้วหลายคน ต้องขอบคุณที่ คสช.ให้ความสำคัญกับชาวนา ที่ได้รอความหวังมานาน
รวบเสี่ยหลอกซื้อข้าวแล้วโกงชาวนา
ขณะเดียวกันก็ยังมีบุคคลที่หลอกลวงชาวนาอย่างเช่นเมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ ผบก.ภ.จว.พะเยา พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวรฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองพะเยา สภ.จุน และ สภ.ดอกคำใต้ แถลงข่าวจับกุมนายสุริยันต์ วชิรวงศ์วิชาธร อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่110/14 หมู่ 5 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ผู้ต้องหาฉ้อโกงค่าข้าวในพื้นที่ อ.จุน เป็นเงิน 6.2 ล้านบาท
นายสุริยันต์ อ้างว่าได้รับโควตาให้ค้าข้าวกับต่างประเทศได้ 50,000 ตัน และขอซื้อตันละ 20,000 บาท มีงบฯอยู่ 1,000 ล้านบาท จากนั้นได้มีชาวบ้าน 53 คน หลงเชื่อเอาเปลือกไปขายให้ จากนั้นนายสุริยันต์ ได้หลบหนีไป ทางศาลจึงออกหมายจับทั้ง 53 คดี เจ้าตัวสารภาพไม่ได้หนี แต่กำลังพยายามหาเงินมาคืนให้ชาวบ้าน แต่มาถูกจับเสียก่อน



