ข่าว

คสช.เล็งทบทวนจัดซื้อแท็บเล็ตและคอมพ์

คสช.เล็งทบทวนจัดซื้อแท็บเล็ตและคอมพ์

27 พ.ค. 2557

'ผบ.ทร.'ถก7กระทรวงทำโรดแม็พสร้างสุข ประชาสัมพันธ์สถานการณ์แก่นักท่องเที่ยว คสช.เล็งทบทวนจัดซื้อแท็บเล็ตและคอมพ์

                เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 27 พ.ค.2557 ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร.และหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 7 กระทรวง และผู้บริหารระดับสูง เพื่อชี้แจงและหารือแนวทางการทำงานของฝ่ายสังคม ใช้เวลาพูดคุยนานกว่า 2 ชั่วโมง

                จากนั้นเวลา 12.30 น.พล.ร.อ.ณรงค์ แถลงภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมได้รับฟังและมอบแนวทางการดำเนินงานให้แต่ละกระทรวงกลับว่าจะทำอะไรต่อไป โดยเรื่องหลักคือให้ทุกกระทรวงเร่งผลักดันโครงการเร่งด่วนของตัวเองให้ลุล่วงโดยเร็วและทันต่อกรอบการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 โดยคสช.ฝ่ายสังคมจิตวิทยา จะช่วยดูในโครงการสำคัญว่าที่ผ่านมาโครงการใดมีความเหมาะสมและมีแผนงานรองรับเพียงพอหรือไม่ ตนจึงให้ปลัดทุกกระทรวงสะท้อนปัญหาการทำงานในปัจจุบันและที่ผ่านมาให้ทราบเพื่อให้ช่วยกันดำเนินการเนื่องจากงานในส่วนสังคมและจิตวิทยา มีความเชื่อมโยงกันทั้งกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ฯลฯ รวมทั้งร่างพ.ร.บ.ต่าง ๆ ที่มีการเสนอค้างไว้ที่จะต้องพิจารณาต่อไป นอกจากนี้ยังพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ที่ผ่านมา รวมถึงก่อนหน้านี้ว่ามาจากคนในสังคม ดังนั้นเราต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรให้สังคมมีความสงบสุข สมานฉันท์กลมเกลียวกัน ถือเป็นงานที่ท้าทาย

                พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการของกระทรวงศึกษาธิการและสาธารณสุขนั้นจะต้องเร่งทำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยดูงบประมาณที่ยังเหลือว่าจะดำเนินการโครงารต่าง เช่น โครงการเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยส.) โครงการจัดซื้อแท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์ ซึ่งบางส่วนมีการจัดซื้อไปแล้ว และยังต้องมาทบทวนการดำเนินการอีกครั้ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ติดขัดเรื่องธุรการจากการยุบสภา จึงต้องพิจารณาร่วมกันว่าจะทำต่อไปได้หรือไม่

                ผบ.ทร.กล่าวว่า ยอมรับว่าสถานการณ์ตั้งแต่ประกาศกฎอัยการศึกและมีการรัฐประหารเกิดขึ้นนั้น ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นตกใจกับสถานการณ์ในบ้านเรา และทำให้ตัวเลขของนักเที่ยวที่เดินทางมาลดลงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ จึงต้องประชาสัมพันธ์ข้อเท็จจริงให้ทราบว่าปัจจุบันสถานการณ์ในบ้านเราไม่รุนแรงอย่างที่คิด แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น และเหตุการณ์เป็นปกติมากกว่าตอนประกาศกฎอัยการศึกเสียด้วยซ้ำ ซึ่งการจะยกเลิกขึ้นอยู่กับหัวหน้าคสช.จะพิจารณา หากสถานการณ์สงบเรียบร้อยก็อาจจะยกเลิกได้ในเร็ว ๆ นี้

                พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้เรามีแนวทางที่จะต้องทำให้สังคมกลับมาสงบสุข โดยขอให้ทุกกระทรวงช่วยคิดร่วมกับคสช.และนำกลับมาเสนอให้ทราบซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง แต่เราจะทำแน่นอน

 

 ศธ.หารือผบ.ทร.ปรับเปลี่ยนรูปแบบแจกแท็บเล็ต


               นางสุทธศรี  วงษ์สมาน  ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า ในส่วนของศธ. ผบ.ทร. ได้พูดถึงนโยบายแจกแท็บเล็ตให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และประถมศึกษาปีที่ 1 ตามโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพา(แท็บเล็ต) ค่อ1 นักเรียน ซึ่งขณะนี้ยังเหลือการจัดซื้อตามปีงบประมาณ 2556 และปีงบประมาณ 57 โดยการจัดซื้อตามปีงบประมาณ 2556 เหลืออีก 1 โซน คือโซนที่ 4  สำหรับม.1 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเนื่องจากมีการยกเลิกสัญญาและต้องจัดประมูลใหม่ โดยสพฐ.เพิ่งประกาศขายซองและคาดจะเริ่มการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ (อี-ออกชั่น) ช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้  
    
               ส่วนแท็บเล็ตปี 2557 มีงบประมาณรองรับไว้แล้ว และจัดทำสเป็กไว้แล้ว อยู่ระหว่างการจัดทำร่างเขตงานหรือทีโออาร์เท่านั้น ขณะที่แท็บเล็ตปี 2558 ก็มีการตั้งวงเงินไว้เรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ ผบ.ทร.ยังไม่มีการปฏิเสธหรือตอบรับโครงการแท็บเล็ตทั้งหมด เพราะต้องการมาคุยรายละเอียดในภาพรวมกับผู้บริหารศธ.ก่อน  ขอไปศึกษารายละเอียดก่อนว่าการจัดซื้อที่ผ่านมาใช้งบประมาณไปแล้วเท่าไหร่ และจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยหลักการแล้ว คสช.ต้องการเดินหน้าโครงการที่เกิดประโยชน์กับผู้เรียนจริง ๆ และเป็นโครงการที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบประมาณ

               ด้านนายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สำหรับการจัดหาแท็บเล็ตในปีการศึกษา 2557 นั้น ทาง ผบ.ทร.ได้สั่งการให้ สพฐ.ทำเรื่องเสนอขอความเห็นชอบจาก คสช.ก่อน โดย คสช.จะพิจารณาถึงความจำเป็นและประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหาก คสช.ให้ความเห็นชอบ สพฐ.จึงจะดำเนินการต่อได้ ทั้งนี้ ตนได้สอบถามถึงการดำเนินการจัดหาแท็บเล็ตของปีการศึกษา 2556 ที่ขณะนี้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วในโซน 1 ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 (ภาคกลางและภาคใต้) โซน 2 ป.1 (ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) และโซนที่ 3 ระดับม.1 (ภาคกลางและภาคใต้)
    
               ยกเว้นโซนที่ 4 ม.1 (ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ซึ่ง สพฐ.ได้ยกเลิกสัญญากับ บ.จัสมินฯ และอยู่ระหว่างดำเนินการประกวดราคาใหม่ ทาง ผบ.ทร.ได้กำชับว่ายังไม่ให้ สพฐ.ดำเนินการเซ็นสัญญาใด ๆ และให้ส่งเรื่องมาขอความเห็นชอบก่อนโดยให้ส่งรายละเอียดและเหตุผลความจำเป็นมาเสนอ เพราะโครงการนี้ใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่เวลานี้ประเทศชาติอาจจะมีความจำเป็นที่ต้องใช้งบประมาณเพื่อพัฒนาด้านอื่น ๆ มากกว่าจึงต้องพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
    
               “ในส่วนของแท็บเล็ตปีการศึกษา 2557 นั้นยังไม่ได้เริ่มโครงการใด ๆ จึงยังไม่มีปัญหา แต่สำหรับปีการศึกษา 2556 ได้ดำเนินการไปแล้วแต่ยังค้างในโซนที่ 4 ซึ่งผมจะเสนอเรื่องและให้เหตุผลว่ามีความจำเป็นต้องจัดสรรให้ครบเนื่องจากที่ผ่านมานักเรียนใน 3 ภูมิภาคได้รับแท็บเล็ตหมดแล้ว เหลือเพียงอีก 1 ภูมิภาคที่ยังไม่ได้ซึ่งอาจก่อเกิดความลักลั่น ความไม่เท่าเทียมและเราอาจจะไม่สามารถตอบคำถามเด็กและผู้ปกครองได้ ทั้งนี้  สพฐ.จะนัดประชุมสรุปรายละเอียดและเสนอเรื่องไปยัง สคช.โดยเร็ว”นายอภิชาติ กล่าว
    
               แหล่ง ข่าวระดับสูงศธ. เปิดเผยว่า ศธ.ได้หารืออย่างไม่เป็นทางการกับ ผบ.ทร. ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบโครงการแจกแท็บเล็ตในปีการศึกษา 2557 ว่าควรจะแจกแท็บเล็ตให้นักเรียนชั้น ป .1 และม.1 ทุกคนเหมือนเดิม หรือจะจัดเป็นห้องเรียนในรูปแบบ Smart classroom แทน ซึ่งทางผบ.ทร. ก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับแนวความคิด Smart classroom อย่างไรก็ตาม ศธ.ต้องนำทั้งสองรูปแบบมาเปรียบเทียบให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า แจกทุกคนดีอย่างไร และทำเป็น Smart classroom ดี อย่างไร แบบใดก่อให้เกิดผลประโยชน์และความคุ้มค่ากับเด็กสูงสุดและที่สำคัญเพื่อให้ บริหารจัดการงบประมาณที่จำกัดให้มีประสิทธิภาพที่สุด
 


ชงปฎิรูปอุดม-แยกอุดมและวิจัย


 
              ศ.ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้ พล.ร.อ.ณรงค์ จะเดินทางไปรับฟังข้อเสนอในการบริหารงานของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ดังนั้นตนจะเชิญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ. ) มาหารือร่วมกันก่อนว่าจะนำเสนอเรื่องใดเป็นพิเศษบ้าง  สำหรับข้อเสนอเบื้องต้นของรองประธานทปอ.ให้มีการแยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)ออกเป็นกระทรวงอุดมศึกษาและวิจัย ถือเป็นเรื่องดี

              ด้าน รศ.ดร.ประดิษฐ์  วรรณรัตน์  อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในฐานะรองประธาน ทปอ. กล่าวว่า ในที่ประชุมทปอ.วันที่ 4มิ.ย.2557 นี้  ตนได้เตรียมข้อเสนอแนวทางในการปฎิรูปการศึกษา


ศน.เสนอตั้งคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ


 
                       นายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา(ศน.)  กล่าวว่า จากการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มอบหมายให้ทุกกระทรวง สรุปเรื่องเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนให้คสช.ได้รับทราบ ซึ่งในส่วนของศน.นั้น ได้เสนอต่อนายปรีชา กันธิยะ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ใน 2 เรื่อง ได้แก่ 1.การผลักดันให้มีคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ  และเสนอขอให้จัดตั้งองค์การมหาชน เกี่ยวกับ การส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย  

                       “สิ่งที่ผมอยากจะเร่งผลักดัน คือ การส่งเสริมคุณธรรมในชาติ ซึ่งขณะนี้สังคมไทยต้องการการเยียวยา โดยเฉพาะการบ่มเพาะให้คนรุ่นใหม่ มีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อมาเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ ช่วยกันสร้างประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าด้วยหลักธรรมาภิบาล โดยผนึกกำลัง 5 ศาสนา พุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์-ฮินดู และซิกข์ ส่งเสริมให้ศาสนิกของแต่ละศาสนา นำหลักธรรมไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง รวมทั้งสอดแทรกเนื้อหาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าไปในหัวใจของคนไทยด้วย เชื่อว่า สังคมไทย จะกลับมาเป็นสังคมแห่งความรักความสามัคคีได้ในที่สุด”อธิบดีศน.กล่าว


สธ.ชง4เรื่องใหญ่เข้าฝ่ายสังคมจิตวิทยาคสช.

              นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมร่วมกับพล.ร.อ.ณรงค์  ว่า ส่วนของสธ.ได้นำเสนอแผนยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1.การจัดระบบบริการสุขภาพแก่ประชาชน  2.การจัดเขตบริการสุขภาพ  3.ขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ และ4.การเตรียมการให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ออกนอกสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.)