
หวังเงินจำนำข้าวช่วยฟื้นศก.โต3%
หวังเงินจำนำข้าวช่วยฟื้นศก.โต3% เอกชนมองเพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบ-สร้างความเชื่อมั่น
นายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาค ทั้ง 5 ภาค เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาค และสัมมนาประธานและเลขาธิการหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ ประจำปี 2557 หรือ Mid-Term Review ว่า หลังจากทุกฝ่ายยุติการเผชิญหน้า และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้ความสำคัญเรื่องเศรษฐกิจ โดยวางนโยบาย พร้อมทำแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หรือโรดแม็พ ทำให้ภาพรวมมีทิศทางที่ดีขึ้น และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนมากขึ้น
"โดยเฉพาะการเร่งทยอยจ่ายเงินจำนำข้าว 9 หมื่นล้านบาท ให้ชาวนา จะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบจากการชำระหนี้สินและการบริโภค รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนมีอารมณ์จับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้กว่า 3-4 แสนล้านบาท และคาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ถึง 3% แต่จะเป็นเพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น ดังนั้นโจทย์ในระยะยาวที่ต้องหามาตรการช่วยเหลือคือ จะทำอย่างไรให้ราคาข้าวมีเสถียรภาพ และจะทำอย่างไรให้ชาวนามีความมั่นคงในอนาคต" นายสมเกียรติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้การค้าชายแดนยังเป็นดาวเด่น เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภายในประเทศมากนัก ซึ่งหอการค้าไทยมีแผนผลักดันภาคการค้าชายแดนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรมแสดงสินค้าต่างๆ เพื่อสร้างมูลค้าทางการค้าให้เพิ่มขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยว และการส่งออก ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะไม่แน่ใจว่าจะขยายตัวได้ตามเป้าหมายหรือไม่
นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (ATSME) กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจเอสเอ็มอีกำลังเผชิญปัญหากำลังซื้อในประเทศลดลง จึงต้องการให้ คสช.ช่วยส่งเสริมการเชื่อมโยงเอสเอ็มอีในการออกไปทำตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเพื่อนบ้านอาเซียน ซึ่งยังมีโอกาสอยู่มาก แต่ที่ผ่านมาผู้ประกอบการต้องออกไปเจาะด้วยตัวเอง ทำให้ไม่ได้ผลมากนัก
นอกจากนี้ยังมีปัญหาสภาพคล่อง โดยตลอด 6 เดือน ที่ผ่านมา เอสเอ็มอีทำการค้าแต่เก็บเงินไม่ได้ หรือเก็บได้เพียงบางส่วน ทำให้รายได้ลดลง แต่รายจ่ายเท่าเดิม เนื่องจากต้องการรักษาฐานตลาดและฐานธุรกิจไว้ เช่น ไม่เลิกจ้างแรงงาน ทำให้เกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง จึงต้องการให้เข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่อง เช่น แหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การพักชำระหนี้ หรือ ยืดระยะเวลาการชำระหนี้ เป็นต้น
ขณะที่ นายสมเกียรติ มรรคยาธร นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า สมาคมหวังให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเรื่องข้าว จัดทำข้อมูลสต็อกแยกประเภทข้าวที่ชัดเจน เช่น จำนวนปลายข้าว และแยกย่อยจำนวนข้าวในแต่ละปีอย่างละเอียด ก่อนวางแผนบริหารจัดการข้าว นอกจากนี้อยากให้เร่งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในกระบวนการลดต้นทุนการผลิตแก่ชาวนา เพื่อปรับตัวและรับมือกับสภาวะตลาดโลกที่มีการแข่งขันสูง เช่น การจัดระบบโซนนิ่งข้าว
นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าปลีก-ส่งไทย เปิดเผยว่า ต้องการให้ คสช.เข้ามากำกับดูแลด้านราคาสินค้า เพราะทุกวันนี้ค้าปลีกขนาดใหญ่ข้ามชาติต่างมุ่งทำโปรโมชั่นสินค้าราคาถูก ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถแข่งขันได้ โดยเห็นว่าการทำโปรโมชั่นไม่ได้ช่วยผู้บริโภคใช้สินค้าราคาถูก แต่กลับกลายเป็นการทำร้ายผู้ประกอบการรายย่อย อีกทั้งยังให้โครงสร้างธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งบิดเบือนไป



