
คสช.ปัดเปลี่ยนเวลาเคอร์ฟิวเชือดผู้บิดเบือน
คสช.ปัดเปลี่ยนเวลาเคอร์ฟิว เชือดผู้บิดเบือนยุยงปลุกปั่นผ่านโซเชียลมีเดีย ตั้งวอร์รูมบล็อกเว็บไซต์หมิ่น-ปลุกปั่น
เมื่อเวลา 15.30น.วันที่ 26 พ.ค.2557 พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง และ พ.อ.วีระชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษก คสช. ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการทำงานของ คสช. ว่า สิ่งที่ทาง คสช. ดำเนินการยึดตามกรอบของกฎหมาย และประเพณีปฏิบัติของประเทศ และได้แสดงเจตนารมณ์ไปแล้ว ก็อยากเห็นความร่วมมือและกำลังใจจากประชาชนให้กับคนที่อาสาเข้ามาแก้ปัญหาให้กับประเทศเพื่อที่จะนำไปสู่ความสงบสุข ทั้งนี้โครงการที่เร่งด่วนจะเน้นในเรื่องการบริหารราชการที่เป็นพื้นฐานบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ส่วนโครงสร้างที่มีการแก้ไขหรือเริ่มใหม่ก็จะต้องชะลอไว้ก่อน ส่วนโครงสร้างที่เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศก็จะดำเนินการต่อไป
พ.อ.วินธัย แถลงว่า กระแสข่าวการประกาศเคอร์ฟิวส์ตั้งแต่ 22.00 - 04.00 น. เป็นเพียงข่าวลือ ซึ่งการประกาศเคอร์ฟิวส์ ยังคงยึดถือการประกาศฉบับเดิมไม่มีการเปลี่ยนปลง ยกเว้นในภาคธุรกิจบางประเภทที่ได้มีการพูดคุยและเจรจากันแล้ว จึงขอให้ยึดประกาศเดิมเป็นหลัก ทั้งนี้การจะยกเลิกเคอร์ฟิวส์ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความร่วมมือของประชาชน ส่วนการติดตามข่าวสารและดำเนินการกับบุคคลที่เผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียในการยุยงปลุกปั่น การดำเนินการเอาผิดไม่ใช่เรื่องง่ายหนัก โดยเฉพาะข่าวลือที่เป็นปัญหาหลัก โดยมีการบิดเบือนประกาศคำสั่งของ คสช. ซึ่งมักจะใช้ช่องทางเหล่านี้ แต่ทาง คสช. จะพยายามดำเนินการทางกฎหมายโดยเร็วที่สุด
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า สำหรับกรณีที่มีการเดินขบวนประท้วงรัฐประหารนั้น ขณะนี้ยืนยันว่าสภาพบ้านเมืองยังไม่เข้าสู่สภาวะปกติ การบังคับใช้กฎหมายยังเป็นกฎหมายทางด้านความมั่นคงสูงสุด และฐานความผิดจะรุนแรง จึงอยากเตือนประชาชนให้หยุดการดำเนินการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จากการดำนินการพบว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนมีสองลักษณะ กลุ่มแรก ทาง คสช.มีความเข้าใจว่าการแสดงออกต้องการประชาธิปไตย ส่วนกลุ่มที่สองมีการเคลื่อนไหวโดยมีนัยยะแอบแฝง มีการปลุกปั่น ปลุกระดม ซึ่งยืนยันว่าการเคลื่อนไหวทั้งสองแบบผิดกฎหมาย ซึ่งทาง คสช.จะใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการอย่างแน่นอน ส่วนการดำเนินการจะใช้มาตรการเบาหรือหนักนั้นขึ้นอยู่กับผบ.หน่วยของตำรวจ และ ทหาร ในแต่ละพื้นที่ที่จะต้องเข้าไปดำเนินการ ซึ่งทาง คสช.ไม่อยากจะให้มีการกระทบกระทั่งหรือการปะทะกัน เพราะเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติทางด้านกฎหมายเพื่อทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ และใช้บังคับคนที่กระทำความผิด อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันช่วยทำให้บ้านเมืองสงบสุข
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี คสช.ได้มีการปล่อยตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ในส่วนของฝ่ายโฆษกคสช. ไม่มีข้อมูลในส่วนนั้น โดยขอให้ยึดถือในสิ่งที่หัวหน้าคสช.ได้ประกาศไปแล้วว่าการเรียกรายงานตัวนั้นจะอาจจะมีการควบคุมตัวซึ่งจะไม่เกิน 7 วัน
ตั้งวอร์รูมบล็อกเว็บไซต์หมิ่น-ปลุกปั่น
เมื่อเวลา 16.45 น. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า กสทช.ได้ประชุมหารือกับคณะทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และผู้ให้บริการวงจรเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตต่างประเทศ (อินเตอร์เนชั่นแนล เกตเวย์) จำนวน 15 ราย เพื่อขอความร่วมมือเกี่ยวกับตรวจสอบเนื้อหาผ่านอินเตอร์เน็ตอย่่างเข้มข้น ทั้งนี้คณะทำงานคสช.จะต้องศูนย์ตรวจสอบการให้บริการอินเตอร์เน็ต
โดยจะมีศูนย์กลางในการทำงาน 3 แห่ง คือ 1.กองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.) โดยคณะทำงานคสช.ได้ขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการทั้ง 15 ราย ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมทำงานกับคณะทำงานคสช.ที่กองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.) จนถึงเวลา 20.00น. 2.สำนักงานกสทช.ก็ได้ตั้งทีมงานเพื่อร่วมตรวจสอบเนื้อหาเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมที่สำนักงานกสทช และ3.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)ก็จะทำหน้าที่ในการปิดกั้นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาปลุกปั่น ยั่วยุ และหมิ่นสถาบัน ซึ่งการร่วมกันทำงานครั้งนี้ เชื่อว่าจะสามารถปิดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมได้



