ข่าว

ล้อมจับแกนนำนปช.ตราดปะทะทหารดับ1

ล้อมจับแกนนำนปช.ตราดปะทะทหารดับ1

26 พ.ค. 2557

ล้อมจับแกนนำนปช.ตราดปะทะทหารดับ1 จับฝ่ายตรงข้ามได้ 2 ราย รองผบ.ตร.ยันกระสุนตรงกับอาวุธปืนยึดพื้นที่กระทุ่มแบน ทภ.2สั่งตรวจเข้มป้องกันก่อเหตุอีสาน

                เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 พ.ค. 2557 เกิดเหตุยิงปะทะระหว่างคนร้ายและทหารพรานนาวิกโยธินและมีทหารเสียชีวิต 1 คน ที่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 3 ต.ประณีต อ.เขาสมิง จ.ตราด เป็นบ้านของนายณรงค์ กระจ่างแสง อายุประมาณ 40 ปี อาชีพเกษตรกรปลูกผลไม้ เมื่อเดินทางไปถึงพบชุดทหารนาวิกโยธินจากกองกำลังป้องกันจันทบุรีตราด(กปช.จต.) มีพลเรือตรีนพพร วุฒิรณฤทธ์ รองผบ.กปช.จต.อยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมน.อ.เลอศักดิ์ คชนันท์ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด และกำลังทหารนาวิกโยธินชุดคอมมอนโด รวมทั้งทหารพรานจากชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 1 อ.บ่อไร่(ชค.ทพ.นย.ที่ 1 ) นำโดยน.อ.สุบรร ดีนอก หัวหน้าชค.ทพ.นย.ที่ 1 จำนวนนับร้อยคนอยู่ในที่เกิดเหตุที่เป็นสวนผลไม้
 
                ห่างจากบ้าน 100 เมตร พบศพของอาสาสมัครทหารพรานนาวิกโยธินสังกัดชค.ทพ.นย.ที่ 1 (บ่อไร่)นอนเสียชีวิตในลักษณะนอนหงาย ที่ใบหน้ามีรอยกระสุนปืน 2 นัดยิงทะลุท้ายทอย ห่างจากศพพบปลอกกระสุนปืนลูกซอง 3 ปลอกตกอยู่ประมาณ 8 เมตร ทราบชื่อว่า อาสาสมัครทหารพรานวุฒินันท์ ศรีประสิทธิ อายุ 25 ปี บ้านเดิมอยู่ที่ อ.เมือง จ.สุรินทร์

                สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุฝ่ายข่าวกรองทหารสืบทราบว่ามีคนร้าย 3 คนเดินทางหลบหนีมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว จึงนำกำลังทหารนาวิกโยธิน และอาสาสมัครทหารพรานจากชค.ทพ.นย.ที่ 1 (บ่อไร่)เดินทางมาปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าว และสามารถจับคนร้ายได้ 2 คน แต่คนร้ายอีก 1 คนยังหลบอยู่ในสวนผลไม้ จึงได้ให้น.อ.สุบรร ดีนอก นำกำลังทหารพรานเข้าทำการปิดล้อม แต่คนร้ายที่ซุ่มอยู่ในกอกล้วยเห็นผู้ตายลาดตะเวนเข้ามาใกล้และออกนอกแถวจึงยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองจนเสียชีวิต

                พลเรือตรีนพพร เปิดเผย ว่าทางหน่วยงานข่าวทหารแจ้งว่ามีคนร้ายเข้ามาอาศัยในบ้านหลังดังกล่าวและเชื่อมโยงกับกลุ่มที่ขว้างระเบิดและใช้อาวุธสงครามยิงใส่กลุ่มกปปส.ตราดที่ชุมนุม เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557แต่ยังไม่สามารถระบุในรายละเอียดได้ ซึ่งคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงทหารพรานเสียชีวิตไป 1 คน แต่อีก 2 คนถูกจับได้ ขณะนี้ให้ข้อมูลคร่าวๆไปก่อนเนื่องจากอาจเกิดการฆ่าตัดตอนก่อนทำให้ไม่สามารถเชื่อมโยงถึงคนบงการได้ สำหรับคนร้าย 2 คนที่ถูกจับไป 2 คนก่อนหน้านี้ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 และมีความเชื่อมโยงกันด้วย

                ด้านนายสมนึก วิทยานันท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 กล่าวว่า คนร้ายที่ยิงทหารยังไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่ 2 คนร้ายที่ถูกจับได้ไม่ใช่คนในพื้นที่ ต.ประณีต ซึ่งทราบว่าเป็นคนเสื้อแดงที่หลบเข้ามาอาศัยอยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเคลื่อนไหวอยู่ เหตุการณ์ยิงปะทะกันครั้งนี้ได้รับแจ้งจากชาวบ้านจึงเดินทางมาติดตามและเก็บข้อมูลในพื้นที่
    
                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางฝ่ายทหารยังยึดรถยนต์โตโยต้าสีบรอนซ์ เลขทะเบียน บร 946 จันทบุรี ที่คาดว่าจะเป็นรถยนต์ที่ก่อเหตุเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 นอกจากนี้ยังได้พบเสื้อชุดดำ และสิ่งของที่เป็นของของผู้ชุมนุมทางการการเมืองในบ้านหลังดังกล่าวด้วย สำหรับคนร้ายขณะนี้ได้หลบหนีไปได้พร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 จากผู้ตาย ซึ่งทหารนาวิกโยธินและตำรวจได้ตั้งจุดสกัดไว้ในพื้นที่ ต.ประณีต ต.สะตอ และต.เทพนิมิตร อ.เขาสิมง แล้ว

 

 กระสุนตรงกับอาวุธปืนที่ยึดพื้นที่กระทุ่มแบน

 
                 ที่สำนักงานตำรจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 13.00 น.พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เรียกประชุมทีมสืบสวนคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามก่อเหตุยิงถล่ม กลุ่ม กปปส.ในพื้นที่ อ.เขาสมิง จ.ตราด เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีเด็กและผู้หญิงเสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก โดยมี พล.ต.ต.ถิร์สทัต บูรณะรัช ผบก.ภ.จ.ตราด พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐก. และทีมสืบสวนเข้าร่วมประชุม
    
                 พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ รรท.ผบ.ตร.ให้เร่งรัดติดตามคดีระเบิดต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิง กลุ่ม กปปส.ในพื้นที่ อ.เขาสมิง จ.ตราด วันนี้จึงได้เรียกผู้รับผิดชอบทั้งหมดมาประชุมร่วมกัน เพื่อตรวจสอบความเกี่ยวโยงกับการจับกุมอาวุธสงครามของฝ่ายทหารที่มีการสนธิกำลังกับตำรวจกองปราบปรามไปตรวจค้นที่บ้านต้องสงสัยหลังหนึ่งใน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถจับกุมอาวุธปืนสงคราม และวัตถุระเบิดจำนวนหลายรายการ พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาเป็นหญิง1ราย

 

                 และได้ส่งของกลางมาตรวจพิสูจน์ พบว่าหนึ่งในจำนวนอาวุธปืนที่ยึดได้ คือ ปืนกลมือ ชนิด M3 และลูกกระสุนขนาด .45 มม. เมื่อทำการตรวจเปรียบเทียบพบว่า มีรอยตำหนิตรงกันกับปลอกกระสุนและหัวกระสุนที่เก็บได้จากเหตุการณ์ยิ่งถล่มกลุ่มกปปส.ที่ จ.ตราด กล่าวโดยสรุป คือ อาวุธปืนที่ทหารยึดได้ในพื้นที่ อ.กระทุ่มแบน เป็นปืนกระบอกเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุยิงกลุ่มกปปส.ที่ จ.ตราด อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าคดีที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของกลุ่มใด โดยขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลผู้ต้องหาหญิงรายนี้ว่ามีความเชื่อมโยงกับบุคคลอื่นอีกหรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ รวมทั้งบัตรการ์ดนปช.ว่า มีความถูกต้องหรือไม่อย่างไร เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมฐานสนับสนุนการกระทำผิดในคดียิงที่ จ.ตราด ด้วย
             
                 รองผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า ในส่วนของเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 และ ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่กลุ่มกปปส.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และบริเวณแยกคอกวัว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย คดียังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับเบาะแสของคนร้ายเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการอยู่
    
                 ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุยิงกลุ่มกปปส.ที่ จ.ตราด มีความเชื่อมโยงกับทหารหรือไม่ พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า จากแนวทางการสืบสวนยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือของทหารอย่างแน่นอน
    
                 ด้าน พล.ต.ต.ถิร์สทัต เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 09.15 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารได้ปิดล้อมตรวจค้นอาวุธสงครามที่บ้านต้องสงสัยหลังหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เขาสมิง จ.ตราด ซึ่งมีการต่อสู้ขัดขวางกับเจ้าหน้าที่ส่งผลให้ทหารเสียชีวิต 1 นาย และคนร้ายได้หลบหนีไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารอยู่ระหว่างปิดล้อมตรวจค้นและติดตามจับกุมคนร้าย พร้อมทั้งตรวจสอบหาความเชื่อมโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุอื่นๆ ที่เกิดขึ้นหรือไม่


 
ทภ.2สั่งตรวจเข้มป้องกันก่อเหตุอีสาน

 

                  เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 26 พ.ค. ภายหลังจากที่ได้มีการจับกุมกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมด้วยอาวุธสงครามและระเบิด ได้ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อเตรียมการเคลื่อนไหวในพื้นที่ภาคอีสาน นั้น ล่าสุดทางกองทัพภาคที่ 2 ได้มีการตั้งจุดตรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนคราชสีมา บนถนนสายหลักที่มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ ทั้งสิ้น 11 จุด ที่เข้มงวดมากกว่าปกติ โดยเฉพาะ รถตู้โดยสาร รถยนต์ที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รถแท็กซี่ และรถที่มีบรรทุกสินค้า เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบขนย้ายอาวุธสงคราม สิ่งผิดกฎหมาย

                  อย่างเช่นที่บริเวณถนนสาย 24 เดชอุดม - โชคชัย เจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 21 กว่า 30 นาย สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีปักธงชัย กว่า 10 นาย ได้ทำการตั้งจุดตรวจ เพื่อทำการคัดกรองรถยนต์ที่จะมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ภาคกลาง และมุ่งหน้าสู้พื้นที่กรุงเทพมหานคร อาทิ รถตู้ รถแท็กซี่ เพื่อทำการตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดกฎหมาย อีกทั้งได้ทำการตรวจบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีจากประเทศเพื่อนบ้านที่อาจจะมีการลักลอบเข้ามาสร้างสถานการณ์ต่างๆในพื้นที่ได้

                  ขณะที่แหล่งข่าวกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า การตั้งจุดดูแลความสงบเรียบร้อยตามสถานตามต่างๆในพื้นที่จังหวัดนครราชีมา ทางมณฑลทหารบกที่ 21 ที่ดูแลรับผิดได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมอาวุธครบมือ เข้าดูแลทั้งสิ้น 14 จุด อาทิ ลานอนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรานรี , ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา , สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่1-2 และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นอกจากนั้นยังได้มีการการตั้งจุดตรวจย่อย ในตัวอำเภอเมืองนครราชสีมา ทั้งสิ้น 7 จุด พร้อมทั้งได้มีการจัดชุดเคลื่อน เพื่อออกควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีจำนวน 3 ชุด  แต่อย่างไรก็ตามในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ยังไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่แต่อย่างไร


มทภ.2ตรวจเยี่ยมพื้นที่ขอนแก่นระบุสงครามข่าวลือหนัก


                  เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง  แม่ทัพภาคที่ 2  ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางมาปฏิบัติภารกิจที่ กรมทหารราบที่ 8 ค่ายสีหราชเดโชไชย อ.เมือง จ.ขอนแก่น 

                  พล.ท.ชาญชัย กล่าวว่า ได้มาตรวจเยี่ยมหน่วยและมาสอบถามในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของ จ.ขอนแก่น  ว่าเป็นอย่างไรบ้าง   ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้มีกลุ่มคนที่ได้ก่อกวนและปฏิบัติการหลายอย่างที่อยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ  ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนเพื่อขยายผลคดี   โดยได้ตั้งศาลทหารขึ้นเพื่อและรายงานผลให้กับกองทับบกได้รับทราบเพื่อขออนุมัติ  ซึ่งมีบุคคลบางกลุ่มที่ต้องใช้การเชิญตัวและขออนุญาตเข้าไปตรวจค้นโดยใช้อำนาจของกฎอัยการศึก  เนื่องจากต้องการเน้นในเรื่องของการใช้อาวุธสงครามและบุคคลที่คาดว่าจะเป็นอันตรายที่อยู่นอกพื้นที่ จ.ขอนแก่น เข้ามาปฏิบัติการในด้านต่างๆ ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถให้ได้ เนื่องจากอยู่ขั้นตอนการสืบสวน
           
                  ส่วนของข่าวลือในการก่อวินาศกรรมที่เกิดขึ้นในระยะนี้มีจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นข่าวลือในโลกออนไลน์ที่ส่งต่อๆกันมา มีทั้งใน จ.ขอนแก่นและทุกพื้นที่ในเขตรับผิดชอบทราบว่ามีประมาณ 2-3 จังหวัด เป็นการเล่นสงครามข่าวลือ โดยทางกองทัพและทางหน่วย กอ.รส.ในพื้นที่ โดยเฉพาะใน จ.ขอนแก่น ได้มีมาตรการในการดำเนินการเป็นขั้นตอนในการรักษาความสงบเรียบร้อยทั้งหมด 18 มาตรการ และมาตรการอย่างหนึ่งที่ออกมาคือการกันข่าวลือที่จะเป็นการก่อกวนให้เกิดแสงไฟที่ผิดปกติ  มีการใช้อาวุธ  หรือมีการก่อกวนโดยใช้กลุ่มคนที่เป็นกลุ่มน้อยของนักศึกษาหรือสถาบัน โดยส่วนใหญ่จะให้นโยบายและการปฏิบัติที่สอดคล้องกับการรักษาความสงบแห่งชาติ  คือการเข้าไปพูดเจรจาขอคืนความสงบให้กับประเทศ เพื่อให้มีระบบประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน และเศรษฐกิจที่ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ท้าท้าย  เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาของการผลัดเปลี่ยนความรู้สึกที่เคยมี 

                  แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ทางกองทัพได้เรียนชี้แจงกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด และขอความร่วมมือกับหน่วยพลเรือนทหารรวมไปถึงทุกภาคส่วนให้ดูแลรักษาที่มั่นอย่างเข้มงวด  โดยฝ่ายทหารมีชุดตระเวนป้องกันดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของทหาร อย่าเชื่อข่าวลือเหตุร้ายต่างๆ

                  "ทาง กอ.รส จะทำความเข้าใจกับประชาชน ทั้งในส่วนของสถานีวิทยุชุมชนรวมถึงสถานีวิทยุในแม่ค่ายของทหาร หรือแม้กระทั่งสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเบาะแสจริงหรือเทียมก็จะดำเนินการด้วยการเข้าไปเจรจาและขอความร่วมมือ เชื่อว่าจะสามารถระงับเหตุได้ ซึ่งเป็นภารกิจหนึ่งของกองทัพคือ การป้องกัน ระงับ ยับยั้ง แต่ในเรื่องของการยับยั้งหากไม่มีการแจ้งออกมาอาจจะต้องใช้มาตรการอัยการศึก เชิญตัวควบคุมตัวเพื่อมาสอบถามถึงเหตุขัดแย้ง" แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว
           
                  แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวอีกว่า นอกจากนี้คลื่นใต้น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงนี้ พอทราบถึงบุคคล ก็จะใช้การพูด ขอร้อง และเจรจา ปัจจุบันคลื่นใต้น้ำไม่ได้ใช้เรื่องของกฎหมายเข้าไป  ดังนั้นถ้านับคลื่นใต้น้ำนับได้ว่าตอนนี้มีไม่ถึง 2 สายในทางปฏิบัติการ แต่ส่วนใหญ่ในช่วงนี้ได้ทำการเข้าใจ กับบางกลุ่ม อย่างใน จ.อุบลราชธานีก็มีไปทำความเข้าใจ      

 

เรียก6แกนนำกปปส.โคราชคนรายงานตัว

 

                  ที่สโมสรร่วมเริงชัย กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายจักริน เชิดฉาย ประธาน กปปส.นครราชสีมา พร้อมด้วยแกนนำ กปปส.นครราชสีมา 2 คน ได้แก่ นายสุพจน์ พิริยะเกียรติสกุล แกนนำฝ่ายระดมมวลชน และนางสาวจุรีพร ประภาพิทยาพงษ์ โฆษก กปปส.นครราชสีมา ได้เดินทางมารายงานตัวกับกองทัพภาคที่ 2 ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งมีอาวุธครบมือหลายนาย คอยคุ้มกันอย่างเข้มงวด รวมทั้งมีมวลชน กปปส.นครราชสีมา ประมาณ 10 คน มาคอยให้กำลังใจกันอย่างคึกคัก สำหรับการมารายงานตัวของแกนนำ กปปส.นครราชสีมาครั้งนี้ เป็นไปตามคำสั่งของ คสช. ซึ่งได้เรียกตัวแกนนำมวลชนทุกฝ่ายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้ามารายงานตัวกับกองทัพภาคที่ 2 เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจกรณีการเข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศของ คสช.

                  โดยในครั้งนี้ได้เรียกตัวแกนนำ กปปส.นครราชสีมา ทั้งหมดจำนวน 6 ราย เข้ามารายงานตัว ซึ่งประกอบไปด้วย นายจักริน เชิดฉาย ประธาน กปปส.นครราชสีมา, นายสุพจน์ พิริยะเกียรติสกุล แกนนำฝ่ายระดมมวลชน, นางสาวจุรีพร ประภาพิทยาพงษ์ โฆษก กปปส.นครราชสีมา, ทันตแพทย์ศุภผล เอี่ยมเมธาวี เลขาธิการ กปปส.นครราชสีมา, นายชุบ ไชยฤทธิชัย ฝ่ายกฎหมายฯ, นายสมชาย ลิขิตวรสิริ หรือชัย กองเมือง แกนนำฮาร์ดคอร์ อ.เมืองนครราชสีมา

                  ทั้งนี้สำหรับ 4 รายหลัง จะมารายงานตัวในวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 โดยทั้งหมดจะถูกกองทัพภาคที่ 2 นำตัวไปพักชั่วคราวที่บ้านพักรับรอง ภายในมณฑลทหารบกที่ 21 (มทบ.21) ขณะที่ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 กองทัพภาคที่ 2 ได้เรียกตัวแกนนำ นปช.ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาหลายราย อาทิ นายอนุวัฒน์ ทินราช ประธาน นปช.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำไปพักชั่วคราวที่บ้านพักรับรองภายในมณฑลทหารบกที่ 21 (มทบ.21) ก่อนแล้ว


รักษาการอธิบดีดีเอสไอเข้าทำงานวันแรก


                  พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรียกประชุมผู้บริหารดีเอสไอทันที หลังคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้มารักษาการอธิบดีดีเอสไอ  โดยมีรองอธิบดี ผู้บัญชาการสำนัก ผู้อำนวยการศูนย์ต่างๆ และผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษร่วมประชุม ซึ่งพล.ต.อ.ชัชวาลย์  กล่าวเพียงสั้นๆว่า การเรียกประชุมวันนี้ ยังไม่เป็นทางการ  จึงยังไม่ขอให้สัมภาษณ์ 

                  ส่วนที่นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุเตรียมเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  (คสช.) ปรับดีเอสไอให้ปลอดจากการแทรกแซงทางการเมืองนั้นพล.ต.อ.ชัชวาลย์ ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็น  ทั้งนี้เนื่องจากอาคารดีเอสไอ ถูกผู้ชุมนุมปิดมาเป็นเวลานาน และยังไม่สามารถกลับเข้าทำงานได้  จึงมีการจัดห้องทำงานให้กับพล.ต.อ.ชัชวาลย์ ที่อาคารศูนย์ราชการ บี ซึ่งเป็นที่ทำงานอีกแห่งของดีเอสไอ  จนกว่า อาคารดีเอสไอ จะได้รับการตรวจสอบและทำความสะอาดพร้อมเปิดใช้งาน