
ปลูกป่าในใจคน...น่าน
27 พ.ค. 2557
ปลูกป่าในใจคน...น่าน : คอลัมน์ รักษ์น่าน
ด้วยวิธีการปลูกป่าต้นน้ำที่ประยุกต์ใช้หลักการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และแนวพระราชดำริส่งเสริมให้คนอยู่ร่วมกับป่าของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และหลักการ "ปลูกป่า ปลูกคน" ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มารวมกันสร้างเป็นต้นแบบความสำเร็จในการปลูกป่าต้นน้ำ ที่สามารถใช้ประโยชน์จากป่าได้อย่างยั่งยืน เกื้อกูลซึ่งกันและกัน กระทั่งป่าเศรษฐกิจ ป่าใช้สอย และป่าอนุรักษ์
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปภัมภ์ จึงได้รับมอบหมายให้ปลูกป่า 2.5 แสนไร่ ในพื้นที่ต้นแบบบูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดน่าน มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ อ.ท่าวังผา อ.สองแคว และ อ.เฉลิมพระเกียรติ
การปลูกป่าสร้างคนบนวิถีพอเพียง รักษาต้นน้ำ บรรเทาอุทกภัย ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ หรือ "ดอยตุงโมเดล" คือการปลูกป่าที่น้อมนำแนวพระราชดำริ "ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง" "ปลูกป่าด้วยไม้โตเร็วและไม้โตช้า" "ปลูกป่าแบบปลูกเสริม และปลูกป่าแบบไม่ปลูก" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แนวพระราชดำริ "คนอยู่กับป่า" "โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่" และ "ปลูกป่าเสริมธรรมชาติ" ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แนวพระราชดำริ "ปลูกป่า ปลูกคน" ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรราชชนนี มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ต้นนำน่าน ร่วมกับการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบทั้งลุ่มน้ำ ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
นายณรงค์ อภิชัย ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคสนาม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เล่าถึงกระบวนการและขั้นตอนการปลูกป่าต้นน้ำน่านของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ว่า ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา มูลนิธิได้ทำการเก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์ไม้ในท้องถิ่นมาเพาะเป็นกล้าไม้ โดยมีเป้าหมายที่จะเพาะกล้าไม้ 53 ชนิด 15 ล้านกล้า เพื่อใช้ในการปลูกป่าอนุรักษ์ 164 ต้นต่อไร่ ไม้โตช้าและไม้โตเร็ว ป่าเศรษฐกิจ 44 ต้นต่อไร และป่าใช้สอย 22 ต้นต่อไร่
สิ่งสำคัญที่สุดคือ การปลูกคนไปพร้อมๆ กับการปลูกป่า ระหว่างการเพาะต้นกล้าตลอดที่ผ่านมา มูลนิธิแม่ฟ้าหลงฯ จึงต้องลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับชุมชนควบคู่ไปด้วย สร้างความรู้สึกหวงแหนป่าไว้ให้ลูกหลาน รวมทั้งทำความตกลงร่วมกันในการขอพื้นที่ที่จะปลูกป่าอนุรักษ์ พร้อมกับจัดหาพื้นที่ทำกินให้ใหม่
"ต้องคุยกับเขาว่า รับเงื่อนไขเหล่านี้ได้ เพราะถ้าชาวบ้านไม่เอา ก็ไม่ทำ ต้องสร้างความเข้าใจ ด้วยวิธีละมุนละม่อม ให้เขาอยู่ร่วมกับป่าได้ เพราะหลักการสำคัญคือ ชาวบ้านต้องเข้าใจ และมีส่วนร่วมดูแล เราแค่เริ่มต้นให้ ในช่วงสามปีแรกต้องปลูกให้เสร็จ เราเป็นพี่เลี้ยงให้ แต่หกปี สิบปีจากนั้น เขาต้องดูแลรักษากันเอง ต้องปลูกป่าใจในคน สร้างจิตสำนึกคนในพื้นที่ให้ได้ ถ้าคนในพื้นที่เข้มแข็งก็จะสำเร็จได้โดยง่าย เมื่อลุ่มน้ำน่านตอนบนเห็นผล คนน่านปลูกแล้วเกิดประโยชน์ส่วนรวมกับคนน่าน คนแพร่ปลูก คนแพร่ได้ประโยชน์ ถ้าทุกคนปลูกก็จะได้ประโยชน์ร่วมกัน มาช่วยกันปลูก มาช่วยกันดูแล มามีความตระหนักดีร่วมกัน"
เมื่อเดือนเมษายน 2556 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงร่วมกับประชาคมจังหวัดน่าน จัดเสวนาการปลูกป่าลุ่มน้ำน่านตอนบน ที่ศูนย์เพาะกล้าบ้านตีนตก อ.ปัว โดยร่วมกันนำเสนอแผนงานการปลูกป่าสร้างคนฯ และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของกลุ่มอนุรักษ์ป่าลุ่มน้ำห้วยพ่าน ลุ่มน้ำริม ลุ่มน้ำ ต.พระพุทธบาท และเครือข่ายชุมชน ต.ศิลาเพชร เพื่อศึกษาหาแนวทางร่วมกันในการปลูกป่าและอนุรักษ์ต้นน้ำของชุมชน ตลอดจนผืนป่าลุ่มน้ำน่านตอนบนให้ยั่งยืน
นายณรงค์ กล่าวอีกว่า ขั้นตอนการปลูกป่าต้นน้ำน่าน จากนี้ไปจะประกอบด้วย "มาตรการสื่อร้อยใจ" หรือ การสร้างกระแสด้วยแผนประชาสัมพันธ์ให้เกิดการตระหนัก "มาตรการร้อยป่าและกลุ่มผู้ดูแลป่าเดิม" ซึ่งมีอยู่มาก ชักชวนให้มาช่วยกันสร้างกลุ่มคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ให้เกิดขึ้น "มาตรการร้อยเจ้าภาพ" เพื่อดูแลสนับสนุนงบประมาณ และ "มาตรการร้อยแรงสนับสนุน" จากทุกภาคส่วนให้เข้ามาร่วมสนับสนุนตามศักยภาพของแต่ละกลุ่ม
การปลูกป่าต้นน้ำน่าน เริ่มต้นแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน แต่ความสำเร็จเกิดขึ้นเมื่อป่าในใจคนเจริญงอกงาม
..............................
(หมายเหตุ ปลูกป่าในใจคน...น่าน : คอลัมน์ รักษ์น่าน )
(หมายเหตุ ปลูกป่าในใจคน...น่าน : คอลัมน์ รักษ์น่าน )



