
นครพนมมี "พระธาตุพนม"เก่าแก่สุดย่านลุ่มน้ำโขงอีสาน
เมือง นครพนม เดิมชื่อ มรุกขนคร ได้รับพระทานนามใหม่ว่า นครพนม ในรัชกาลที่ 1 ซึ่งที่มาของชื่อสันนิษฐานว่าเป็นการตั้งตามชื่อพระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชาวสองฝั่งโขง หรืออีกทางหนึ่งหมายถึงเมืองแห่งภูเขา ที่ตั้งตามลักษณะภูมิประเทศที่ตั้งเมือง
บริเวณอาณาเขต จ.นครพนม พบร่องรอยชุมชนของยุคโลหะตอนปลาย เช่นเดียววัฒนธรรมบ้านเชียงยุคปลาย เมื่อราว 2,300 ปี ที่บ้านท่าเรือ ต.ท่าเรือ อ.นาหว้า ซึ่งเป็นแหล่งที่เชื่อว่ามีการทำเกลือสินเธาว์ในระดับอุตสาหกรรม พบทั้งเศษภาชนะดินเผาจำนวนมากทับถมกัน และโครงกระดูกที่ผ่านพิธีกรรม
ต่อเมื่อราว 2,000 ปี ได้พบหลักฐานคือ กลองสำริดหรือมโหระทึก เขต อ.นาแก ซึ่งเกี่ยวข้องกับมโหระทึกจากวัฒนธรรมดองซอนในเวียดนาม เป็นเครื่องใช้ในพิธีกรรมเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ที่พบทั่วไปในเขตเวียดนามเหนือ จีนตอนใต้ และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย
พัฒนาการของชุมชนในพื้นที่นครพนมสมัยประวัติศาสตร์ ระยะแรก เริ่มขึ้นหลังพ.ศ.1100-1300 บริเวณปากแม่น้ำ 3 สายที่มาบรรจบกัน คือ แม่น้ำโขง ลำน้ำก่ำ และเซบั้งไฟ ทำให้บริเวณนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคม ที่ใช้ติดต่อค้าขายกับชุมชนอื่นๆ พบร่องรอยเป็นใบเสมาหิน ที่กระจัดกระจายในพื้นที่วัฒนธรรมทวารวดีในอีสาน ยุคแห่งการเริ่มต้นรับพุทธศาสนาเข้ามาในสังคมชุมชนยกย่องพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิม
และมี “พระธาตุพนม” อายุราวหลัง พ.ศ.1200 เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญของชุมชนสองฝั่งโขง ในเขตแขวงนครศรีโคตบูรโบราณ ที่กล่าวถึงในอุรังคธาตุ หรือตำนานพระธาตุพนม บริเวณที่ตั้งพระธาตุ เรียก ภูกำพร้า หรือดอยกำพร้า มีร่องรอยและหลักฐานแสดงว่าเคยเป็นชุมชนยุคดึกดำบรรพ์มาก่อน ราว 3,000 ปี พระธาตุพนมนับเป็นสถูปเก่าแก่ที่สุดในลุ่มน้ำโขงทางอีสาน และเกี่ยวข้องกับบ้านเมืองโบราณในพื้นที่ ลาว ไทย กัมพูชา ไปจนถึงเวียดนาม
แม้ในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ พระธาตุพนมยังคงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชุมชนสองฝั่งโขงสักการบูชาร่วมกันมาแต่อดีต และได้รับการดูแลอย่างดีสืบมาจนถึงปัจจุบัน
เรือนอินทร์ หน้าพระลาน



