
ยธ.ชงคสช.ปฏิรูป'DSI'ปลอดการเมือง
26 พ.ค. 2557
'ปลัดยุติธรรม' เรียกผู้บริหารกระทรวงประชุมด่วน ชง 'คสช.' ปฏิรูป 'ดีเอสไอ' ปลอดจากการเมือง ลอกแบบ ก.ต.ช.แต่งตั้งอธิบดีไม่ให้การเมืองคุมเบ็ดเสร็จ
26 พ.ค. 57 นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม เพื่อประสานงานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยสาระสำคัญในการเรียกประชุมครั้งนี้ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจ และปรับการทำงานให้เข้ากับระบบใหม่ภายใต้การบริหารของ คสช. นอกจากนี้จะชี้แจงความหมายของการที่ปลัดกระทรวงปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐมนตรี ซึ่งนายกิตติพงษ์ นอกจากเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม ยังปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอีกด้วย รวมถึงการแบ่งส่วนราชการให้กระทรวงยุติธรรมทำงานในฝ่ายกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม โดยการประชุมครั้งนี้ ผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุมเกือบครบ ขาดเพียงผู้ที่ติดราชการอื่นๆ อาทิ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมบังคับคดี และ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยในส่วนของดีเอสไอ ส่งนายเพิ่มพูน พึ่งประสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ มาประชุมแทน
นายกิตติพงษ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ได้มีการหารือเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เพื่อเสนอเป็นนโยบายเร่งด่วนให้ คสช.พิจารณาในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งที่ประชุม ได้ข้อสรุป 3 เรื่องเร่งด่วนของกระทรวงยุติธรรม ประกอบด้วย
1. การให้ประชาชนที่ด้อยโอกาส หรือยากจน เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น และให้ชุมนุมเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการไกล่เกลี่ยปัญหาและข้อพิพาทในชุมนุม เช่น ในรูปแบบของยุติธรรมชุมนุม รวมถึงการตั้งกองทุนยุติธรรม เพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
2. การเสนอให้มีการปรับการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้มีความโปร่งใส ไม่ถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะตำแหน่งของอธิบดีดีเอสไอ ต้องสร้างหลักประกันการทำงาน เริ่มจากระบบการได้มาของอธิบดี ควรปรับให้มีมาตรฐานคล้ายกับการคัดเลือกของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่ต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมแต่งตั้งด้วย ไม่ใช่มีแต่นักการเมือง เนื่องจากอำนาจหน้าที่ของอธิบดีดีเอสไอไม่ต่างจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเป็นการคุยกันถึงหลักปฏิบัติเท่านั้น เพราะเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความต้องการของประชาชน ส่วนรูปแบบใดเป็นเรื่องของรายละเอียด แต่ยืนยันว่า จะปรับปรุงให้ไม่น้อยกว่ามาตรฐานของ ก.ต.ช. ทั้งนี้ปฏิเสธว่าการปรับปรุงการทำงานครั้งนี้ ไม่ใช่ให้ดีเอสไอเป็นซุปเปอร์กรม เพราะกรณีดังกล่าวเป็นประโยชน์เฉพาะหน่วยงานไม่ใช่ประโยชน์ต่อประชาชน
นายกิตติพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะเสนอเรื่องการพัฒนาระบบปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง ในส่วนของการปฏิรูปประเทศ เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคสช. จะให้ความสำคัญกับการปฏิรูป แต่รอจังหวะที่ลงตัวก่อน จึงจะมีความชัดเจนออกมา โดยเห็นว่า คสช.จะให้ความสำคัญกับการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการปฏิรูป อย่างไรก็ตาม เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปยังไม่ได้รับการประสานจาก คสช.ในการนำเสนอเรื่องการปฏิรูป และส่วนตัวยังยืนยันว่า ไม่ได้รับการทาบทามให้เป็นนายกรัฐมนตรี
นายกิตติพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงยุติธรรม เชื่อว่าทุกคนยังสามารถทำหน้าที่ได้ เพราะเป็นข้าราชการต้องพร้อมปฏิบัติหน้าที่ และเข้าใจดีว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ หากจะมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งใดๆ ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ คสช. ส่วนการดำรงปลัดกระทรวงยุติธรรมของตนนั้น เชื่อว่าในช่วง 60 วัน ตามกรอบของกฎหมาย ระหว่างการโยกย้ายตำแหน่งจนถึงวันที่ 2 ก.ค.นี้ จะยังคงทำหน้าที่เพื่อวางแนวทางการทำงานและจัดระบบที่เหมาะสม ซึ่งต้องมีการรายงานข้อจำกัดดังกล่าวให้ คสช.พิจารณาด้วย



