
140 ปี 'วัฒนาฯ' สร้างสตรีเก่งสู่สังคม
27 พ.ค. 2557
140 ปี 'วัฒนาฯ' สร้างสตรีเก่งสู่สังคม
สังคมที่ดีย่อมต้องมีคนดีอยู่ในทุกที่ ดังนั้นการปลูกฝังเยาวชนให้เป็นคนมีคุณภาพพร้อมสร้างสิ่งดีๆ ให้สังคม จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ปกครองและครูอาจารย์ต้องเอาใจใส่ และผลของการสร้างคนคุณภาพบางส่วน ถูกนำเสนอผ่าน การเฉลิมฉลอง ”140 ปี กุลสตรีวังหลัง-วัฒนาวิทยาลัย” โรงเรียนประจำสตรีแห่งแรกของประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย มูลนิธิโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา และสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนฯ รวมตัวกันพร้อมหน้า โดยได้รับเกียรติจาก ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ประธานกิตติมศักดิ์ ร่วมเปิดอาคารเรียน 1919 อาคารเก่าแก่อายุ 95 ปี ภายในโรงเรียนอีกด้วย
ดร.สิริลักษณ์ เฟื่องกาญจน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ในฐานะ ประธานจัดงาน กล่าวว่า ปัจจุบันโรงเรียนนี้มีอายุครบ 140 ปี ตลอดมาได้ยึดหลักการสอนของมิสโคล ผู้ได้สร้างลักษณะนิสัยการศึกษาให้แก่เด็กหญิงไทยให้เก่งด้านภาษาอังกฤษ วิชาการการฝีมือและการปฏิบัติตัวในสังคมที่สำคัญโรงเรียนปลูกฝังด้านจริยธรรมธรรมที่เน้นเรื่อง “ความซื่อสัตย์” และ “การให้” ไปพร้อมๆ กับการศึกษา บ่มเพาะเด็กหญิงไทยเติบโตด้วยสำนึกด้านคุณธรรมมาเป็นกุลสตรีคนดีงามของสังคมไทย
ในการบ่มเพาะกุลสตรีสู่สังคมไทยไม่น้อยไปกว่า 17,000 คน สตรีเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยมาตลอด ภายในงานจึงมีศิษย์เก่าผู้ประสบความสำเร็จมาเปิดเผยถึงคุณค่าที่ได้รับจากโรงเรียนและนำมาปรับใช่สู่สังคม นำโดย คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ บอกว่า ตัวเองมีโอกาสได้มาศึกษาที่นี่ตั้งแต่อายุ 3-11 ขวบ การอยู่โรงเรียนปลูกฝังให้เราพึ่งพาตัวเองได้ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ไปถึงการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง เมื่อเราเป็นคนที่เรียนรู้จะปฏิบัติแบบพึ่งพาตัวเองก็มีพื้นฐานการตัดสินใจที่ดีทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ เมื่อเติบโตมาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนสามารถเป็นที่พึ่งแก่คนอื่นได้ เข้าใจถึงการเป็นพลเมืองดีต้องได้รับการปลูกฝังให้พึ่งพาตัวเอง รู้จักช่วยเหลือคนอื่น และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม องค์กรที่เดี่ยวเนื่องกันตัวเราให้เข้าไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้
ทางด้าน ประณม ถาวรเวช ผู้อำนวยการสถาบันจอห์น โรเบิร์ต พาวเวอร์ บอกว่า ในช่วงวัยเรียนคุณครูจะใส่ใจเรื่องการแต่งตัว ท่านสอนให้เราแต่งตัวดี แต่ไม่ใช่ดีด้วยการใช้ของแพงให้ใส่เท่าที่มีอยู่ให้เรียบร้อย ส่วนเรื่องกิริยา วินัยต่างท่านจะคอยดูเราตลอด ซึ่งเด็กๆ อาจไม่เข้าใจ แต่เมื่อโตขึ้นเราจะรู้ว่าทุกคนเป็นคนสวยได้ แต่ต้องมีวินัยกับตัวเองมาก รู้จักดูแลตัวเอง มีมารยาท พัฒนาบุคลิกภาพตัวเองเสมอ ทุกวันนี้ได้มีโอกาสทำงานเกี่ยวกับนางงาม จะบอกน้องๆ เสมอว่า การดูดีได้ต้องมีวินัยกับตัวเอง
อีกหนึ่งความรู้สึกของศิษย์เก่า กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการ บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า โรงเรียนได้สอนวิชาชีวิตที่ไม่ได้อยู่ในตำรา ถึงจะเป็นคนเรียนไม่เก่ง แต่คุณครูก็สอนให้เราเชื่อมั่นในเกียรติของตัวเอง มีใจสู้ มีความอดทนและเป็นผู้หญิงที่อยู่ในสังคมได้อย่างเข้มแข็ง ทั้งคุณแม่และตัวเองเป็นศิษย์เก่าที่นี่ ในธุรกิจของครอบครัวคุณแม่เป็นคนทุ่มเทดูแลมาตลอด ท่านสอนก็ให้เราซื่อสัตย์ และอดทน รู้จักตอบแทนคนรอบตัว ลูกน้อง องค์กร ผู้ใช้สินค้า และสังคมเสมอ เป็นคำสอนที่ท่านได้รับการปลูกฝังมาจากโรงเรียนและนำมาใช้ในธุรกิจเช่นกัน จนทุกวันนี้ไม่ว่าบริษัทจะเจอวิกฤติอะไรเราก็ผ่านมาได้ โดยบริษัทยังเป็นของคนไทย ไม่ถูกซื้อกิจการ ด้วยความอดทน ซื่อสัตย์ เชื่อในเกียรติของตัวเองเสมอ
ปิดท้ายที่สาวรุ่นใหม่ อาทิมา สุรพงษ์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอคโค่ 360 บอกว่า เมื่อตอนเรียนนั้นเป็นเด็กแอ็กทีฟ ไม่ชอบอยู่เฉยๆ ทางโรงเรียนมีกิจกรรมอะไรก็จะเข้าร่วมโดยไม่รีรอ ทั้งรำไทย เปียโน เล่นดนตรี การแสดงละคร แต่ทำไม่ได้ดีเด่นทุกอย่างอาจารย์ก็ไม่ได้ว่าท่านชอบที่เราได้ทำ เราจะได้มีกิจกรรมยามว่างที่ดี จนเมื่อเรียนจบเริ่มมาทำงานกิจกรรมเหล่านี้ทำให้เรามีความสมดุลในการทำงาน ขณะที่งานเยอะมากก็สามารถแบ่งเวลาทำกิจกรรมต่างๆ ได้ มีความสนุกกับชีวิต ไม่เครียดตึงเกินไปที่สำคัญเรายังได้ไอเดียใหม่ๆ ในการทำงานด้วย



