
พัฒนาบ้านเกิดด้วย'ใจ'
26 พ.ค. 2557
พัฒนาบ้านเกิดด้วย "ใจ"
"ปี 2551 ที่บ้านน้ำป้าก ต.ตาลชุม อ.ท่าวังผา จ.น่าน เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน เรือกสวนไร่นา ผลผลิตที่ชาวบ้านหวังจะได้เก็บเกี่ยวเสียหายเกือบหมด เรียกได้ว่าสิ้นเนื้อประดาตัวไปตามๆ กัน "
ช่วงปีแรกที่ปิดทองหลังพระชวนชาวบ้านไปดูงานการจัดการชุมชนด้วยตนเอง ที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดเชียงราย เพื่อนำความรู้มาปรับปรุงในชุมชนของตนเอง "แต้ว" ณัฏฐณิชา มังคละ ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ขอเข้าร่วมโครงการกับปิดทองหลังพระด้วยการเป็นอาสาสมัครพัฒนาหมู่บ้านในยุคแรกๆ และเธอเป็นอีกหนึ่งคนที่ไปดูงานในครั้งนี้ด้วย
เธอเล่าถึงการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการในขณะนั้นว่า "เพราะหมู่บ้านเรามีปัญหามากมาย เลยอยากไปเอาความรู้มาพัฒนาบ้านเราให้ดีขึ้น อยากให้ชาวบ้านอยู่ดีกินดี"
กลับจากดอยตุง แต้วนำเอาประสบการณ์และความรู้ที่ไปเก็บเกี่ยวกลับมาบอกเล่าสู่เพื่อนบ้านคนในชุมชนฟัง และไม่เพียงแต่ถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับจากการเป็นอาสาสมัครพัฒนาหมู่บ้านและคอยให้คำปรึกษาคนอื่นเท่านั้น แต้วยังลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เธอเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ตามแนวทางของปิดทองหลังพระ ด้วยการเลี้ยงหมู ปลูกพืชหลังนา เช่น พริกซุปเปอร์ฮอท กะหล่ำ และ ปลูกพืชสวนครัวไว้กินเอง
เวลาผ่านไป 3 ปี บนพื้นที่ 3 ไร่ 2 งานของเธอ กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ทางการเกษตรสำหรับชุมชนและผู้สนใจเข้าศึกษาหาความรู้
"ก่อนหน้านั้นมีหนี้อยู่เกือบเจ็ดหมืน เมื่อปิดทองหลังพระเข้ามาพัมนาหมู่บ้านเรา ทำให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ได้นำองค์ความรู้มาใช้ ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม หลังนาที่ไม่เคยปลูกอะไรได้ตอนนี้ปลูกได้ทั้งข้าวโพดหวาน พริกซุเปอร์ฮอท ผักกาดขาว เขียวปลี ผักสวนครัว เลี้ยงหมูขายลูก เลี้ยงไก่ไข่ ปลานิล หักค่าใจ่ายแล้วเหลือรายได้เกือบแสนห้าหมื่นบาท"
รายได้จากพริกหนุ่มที่กำลังนิยมปลูกกันในพื้นที่ สำหรับเธอแล้วสร้างรายได้ได้ถึงไร่ละ 40,000-50,000 บาท หักค่าใช้จ่ายแล้วยังเหลือถึง 30,000 บาท
ไม่เท่านั้นการทดลองปลูกข้าวแบบอินทรีย์ยังทำให้ผลผลิตข้าวในนาของแต้ว เพิ่มจากไร่ละ 50 ถัง เป็นไร่ละ 100 ถังเลยทีเดียว
สำหรับผู้หญิงเก่งและแกร่งแห่งบ้านน้ำป้ากคนนี้ ฝันร้ายในอดีตคือ แรงผลักดันให้สู้และไม่ใช่เพื่อพัฒนาตัวเองเท่านั้น แต่ความมุ่งมั่นของเธอยังกว้างไกล ด้วยการทำให้บ้านเกิดของเธอพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน
ข้อมูล- มูลนิธิปิดทองหล้งพระ
.......................................
การปลูกป่าเศรษฐกิจตามแนวทางแม่ฟ้าหลวง
การปลูกป่าแบบใช้สอยและป่าเศรษฐกิจเพื่อให้ได้ป่าอนุรักษ์ต้นน้ำ เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างดี ความโดดเด่นของป่าเศรษฐกิจอยู่ตรงที่ไม่ต้องใช้พื้นที่หรือจำนวนต้นที่ปลูกมาก สามารถปลูกแซมในป่าได้ แต่สร้างอาชีพและรายได้สูงให้ชุมชนได้ในระยะยาว เพราะผลผลิตมีศักยภาพที่จะแปรปรูปเพิ่มมูลค่าได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ป่าส่วนมากไม่ถูกทำลาย อีกทั้งยังทำให้เกิดการต่อยอดทักษะความรู้ให้คนจำนวนมากจากงานที่เกิดขึ้น
หลังจากการคัดเลือกพืชที่จะส่งเสริมให้ปลูกเป็นป่าเศรษฐกิจ คือ ต้อง ปลูกได้จริง เน้นฟื้นฟูพืชพื้นถิ่นก่อน ต้อง สร้างร้ายได้ที่มั่นคงจริง ผลผลิตมีมูลค่าทางตลาดปานกลางถึงสูงและมีตลาดรองรับที่แน่นอน
สร้างได้จริง มีศักยภาพในการพัฒนากิจกรรมการสร้างงานสร้างรายได้ต่อเนื่อง เช่น การแปรรูป การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ฯลฯ ชาวบ้านอยากได้จริง เป็นความต้องการหรือเห็นชอบของชาวบ้รน คำนึงถึงผลประทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากตอบคำถามว่าปลูกแล้วได้อะไรแล้ว ยังตอบได้ว่าสิ่งแวดล้อมได้อะไร หรือจะมีผลกระทบอย่างไรอีกด้วย



