
ล้วงลึกคืนป่วนปัตตานีบท'แทรกซ้อน'หลากมิติ
ล้วงลึกคืนป่วนปัตตานีบท'แทรกซ้อน'หลากมิติ : สุพิชฌาย์ รัตนะ - สมชาย สามารถ
ปฏิบัติการถล่มเมืองปัตตานีของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เมื่อย่ำค่ำวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และภาวะจิตของคนในพื้นที่ชายแดนใต้อีกครั้ง
เสียงระเบิดดังถี่ยิบเป็นระยะๆ สถานการณ์ยามนั้นต่างตกอยู่ในภวังค์แห่งการไร้ควบคุมไประยะหนึ่ง ก่อนตามมาด้วยเสียงเครื่องยิงลูกระเบิดชนิดเอ็ม 79 ถล่มพิกัดตบท้าย
เสียงกรีดร้องของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ขณะกำลังคลาคล่ำในห้วงค่ำกลายเป็นภาพที่ไม่ควรเกิดขึ้น
หลังเกิดเหตุไฟดับพรึ่บทั้งเมือง ระบบน้ำประปาถูกทำลายสิ้น ระบบสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้อง กลายเป็นมิคสัญญีไปชั่วขณะ
สุดท้ายมีผู้สังเวยชีวิตถึง 3 คน บาดเจ็บมากถึงกว่า 70 คน
นั่นยังไม่นับรวมความเสียหายอื่นๆ ทั้งเสาไฟฟ้าเสียหายถึง 25 ต้น จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่
ที่สำคัญ ยุทธการป่วนเมืองครานี้ น่าตกใจยิ่ง!!
น่าตกใจตรงที่ว่า คนร้ายล่วงรู้ "ข้อมูลลับสุดยอดด้านความมั่นคง" อย่างที่ไม่ควรจะเป็น
เนื่องเพราะพลันที่เกิดบึ้มสนั่นในเขตเมืองปัตตานี การระเบิดเสาไฟฟ้าหน้าสถานีไฟฟ้าปัตตานีก็ทำงานอย่างเป็นระบบ และแยลยล จนทำให้ไฟฟ้าดับทั้งเมือง กระทั่งทำให้ "หน่วยงานหลัก" ทางยุทธศาสตร์ภาครัฐ ซึ่งต้องอาศัยการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากสถานีไฟฟ้าปัตตานี 1 ต้องง่อยเปลี้ยเสียขาไปชั่วขณะ ทั้งค่ายอิงยุทธบริหาร กองพลทหารราบที่ 5 โรงพยาบาลปัตตานี และศาลากลางจังหวัด
เรื่องนี้แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นในพื้นที่ชี้ว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือว่ามีการวางแผนระดับหัวเสธ มีการหวังผลในหลายชั้น โดยเฉพาะการทำให้ไฟฟ้าดับในค่ายทหารที่สำคัญ 2 แห่ง จึงจงใจปิดทางไม่ให้ทหารออกจากที่ตั้งไปควบคุมสถานการณ์ยังจุดเกิดเหตุได้สะดวก
กลายเป็นบทท้าทายหนึ่งในห้วงการประกาศใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ทุกมาตรา หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557
น่าสนใจว่า ก่อนหน้านั้นไม่นานนัก ก็มีคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 11/2557 เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภายใต้ (ศอ.บต.) มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ "ภาณุ อุทัยรัตน์" ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย มาปฏิบัติหน้าที่แทน
หลากมิติเหล่านี้ หากมองจากมุม "ประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ" ประธานสภาประชาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นว่า หลังมีสถานการณ์ทางการเมืองในส่วนกลาง ยอมรับว่า สถานการณ์มีความสุ่มเสี่ยงและล่อแหลม ที่อาจจะเกิดเหตุในลักษณะการแสดงปฏิกิริยาอย่างหนึ่งอย่างใดจากกลุ่มขบวนการในพื้นที่ ทั้งความไม่ชัดเจนในการสานต่อการพูดคุยเจรจาสันติภาพที่ยังค้างคาอยู่ รวมถึงการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง จึงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกันอยู่ในทุกๆ มิติ
"เหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของทุกฝ่าย นับแต่มีการรัฐประหารเกิดขึ้น แม้การเคลื่อนไหวหรือแสดงออกทางการเมืองในพื้นที่จะไม่ชัดเจนเหมือนในพื้นที่อื่นๆ แต่หากวัดจากระดับความรู้สึกของชาวบ้านบอกได้ว่า มีกลุ่มที่ไม่ปลื้มต่อการทำรัฐประหาร เพราะนั่นหมายความว่า ขัดแย้งกับแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ที่ยึดหลักการเมืองนำการทหาร" แกนนำครูรายนี้วิเคราะห์
สอดคล้องกับ "นิมุ มะกาเจ" ผู้ทรงคุณวุฒิอิสลามจังหวัดยะลา ก็มองในทำนองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความเป็นไปได้ในการก่อเหตุลักษณะผสมโรง เพื่อสร้างความสนใจท้าทายอำนาจรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องถนัดของกลุ่มขบวนการที่มักจะลงมือก่อเหตุทุกครั้งที่สถานการณ์เอื้ออำนวย ดังนั้นการจะเชื่อมโยงหรือแกะรอยไปยังกลุ่มที่ทำจริงๆว่ามีเป้าหมายใดนั้นจึงยากจะดำเนินการได้
แม้เชิงลึกๆ แล้ว หากพิจารณาจากรูปแบบและพฤติกรรมการก่อเหตุ จะคล้ายกับเหตุที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ในพื้นที่ จ.ยะลา และนราธิวาส คล้ายเป็นการก่อเหตุในลักษณะถึง "วงรอบ" เนื่องจาก "ปัตตานี" รอดจากการตกเป็นเป้าหมายการก่อเหตุใหญ่สองครั้ง สองครา นับแต่วันที่ 6-7 เมษายน และวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา
ขณะที่ พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ในฐานะโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ย้ำว่า หลังเกิดเหตุ พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการเน้นย้ำให้หน่วยในพื้นที่เร่งคลี่คลายสถานการณ์ อาจจะพิจารณาการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อปกป้องและคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้ประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าเป้าหมายของคนร้ายจะมีวัตถุประสงค์ใดก็ตาม
พ.อ.ปราโมทย์บอกว่า ถือเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม เนื่องจากอาศัยจังหวะที่ประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อของในช่วงใกล้เข้าสู่ช่วงเคอร์ฟิวคือตั้งแต่เวลา 22.00-05.00 น. ก่อเหตุ ทำให้เกิดความสูญเสียที่รุนแรง สะท้อนให้เห็นว่า คนร้ายไม่ได้คำนึงถึงชีวิตและความปลอดภัยของผู้บริสุทธิ์แม้แต่น้อย
เรื่องราวทำนองนี้ ไม่ว่าจะเป็นแค่ "ความบังเอิญ" หรือ "จงใจ" ปฏิบัติการแทรกซ้อนเชิงสัญลักษณ์ก็สุดแท้แต่ ทว่าสิ่งที่รับรู้ร่วมกันก็คือ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงอยู่อีกไกลโพ้น
ภายใต้หลักยึด "การเมืองนำการทหาร" อยู่นั่นเอง
................................................
(หมายเหตุ : ล้วงลึกคืนป่วนปัตตานีบท'แทรกซ้อน'หลากมิติ : สุพิชฌาย์ รัตนะ - สมชาย สามารถ)



