ข่าว

'ประยุทธ์'ยันย้ายขรก.แค่ลดกดดัน

'ประยุทธ์'ยันย้ายขรก.แค่ลดกดดัน

25 พ.ค. 2557

"ประยุทธ์"ยันย้ายขรก.ไม่ได้ลดทอนในเกียรติยศแค่ลดความกดดันเผยบุคคลที่ถูกควบคุมตัวเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงไม่ได้ซ้อมส่วนที่มีหมายจับจะนำตัวดำเนินคดีวันจันทร์

              เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 พ.ค. 2557 ที่อาคารกำลังเอกภายในสโมสรทหารบก - วิภาวดี พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก พร้อมด้วย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก และ พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกกองทัพบก แถลงถึงคำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในภาพรวมเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลเรือน และทหารว่า  อยากวิงวอนประชาชนทุกภาคส่วนเข้าใจบ้านเมืองในขณะนี้ ให้ทุกคนเสียสละในระดับที่แต่ละคนน่าจะกระทำกันได้

              และยืนยันว่า คสช.ไม่ได้มุ่งหวังเพื่อประโยชน์กับผู้หนึ่งผู้ใด แต่จะคืนความสุขให้กับประชาชนทั้งประเทศ สร้างเสถียรภาพให้สายตาภายในและนอกประเทศเข้าใจ และขอความร่วมมือ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ยอมรับหลักการ และขจัดข้อขัดแย้งต่าง ๆ พร้อมเตือนผู้ที่ปลุกปั่นในโซเชียลหยุดการกระทำเหล่านี้ เพราะสิ่งนั้นไม่ได้เกิดประโยชน์ ส่วนสื่อมวลชนขอให้ลดการนำเสนอ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ยืนยันว่าสิ่งที่ คสช.ทำไปนั่นไม่ได้เกลียดชังหรือเป็นความเห็นส่วนตัว  แต่ทุกอย่างดำเนินการไปตามเหตุผล และขั้นตอนทางกฎหมาย  

              ส่วนการทำงานของสื่อมวลชน และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร อยากให้องค์กรสื่อสบายใจว่าทาง คสช.ได้ให้ความสำคัญในข้อมูลข่าวสารที่สื่อนำเสนอสู่ประชาชน และยอมรับว่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานั้นสื่อได้ทำหน้าที่ด้วยจรรยาบรรณ และความเหมาะสม  

              ส่วนกรณีที่องค์กรวิชาชีพสื่อเรียกร้องทบทวนประกาศหรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสื่อนั้นขอชี้แจงว่า ที่ผ่านมาทาง คสช.ได้ระงับการออกอากาศโดยแบ่งออกเป็น 2ประเภท คือ1.มีการระงับการถ่ายทอดการออกอากาศ 14 สถานี ที่มีความโน้มเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่งอย่างชัดเจน และ 2.การระงับการออกอากาศในภาพรวม ทั้งฟรีทีวี วิทยุ เคเบิล ดาวเทียม ภายหลังจากที่ คสช.ได้ยึดอำนาจ เพราะมีความประสงค์ที่จะให้ข้อมูลข่าวสารที่นำไปสู่ประชาชนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ไม่อยากให้มีการนำเสนอข่าวที่สร้างความสับสนและตื่นตระหนก ซึ่งในส่วนข้อที่สองจะเห็นได้ว่า สคช. ได้อนุญาตให้ออกอากาศได้ทั้งหมด ทั้งนี้ของชี้แจงว่า ได้อนุญาตให้ออกอากาศได้ทั้งหมดแล้ว หลังสถานการณ์สงบ และเปิดโอกาสให้สื่อได้ทำงานตามปกติตามจรรยาบรรณและวิชาชีพ นอกจากนี้ ทาง คสช.จะหารือกับทางผู้บริหารของสื่อเพื่อกำหนดทิศทางนำเสนอข่าวไปสู่ประชาชน

              ทีมงานโฆษกกองทัพบก ยังกล่าวอีกว่า สำหรับสื่อที่อยู่ในประเภทที่ 1 คือ 14 สถานี ทาง คสช.กำลังทำความเข้าใจและร่วมกันหาทางออกเพื่อให้สื่อเหล่านี้สามารถออกอากาศได้ตามปกติ และถ้าหากสื่อมีแนวทางใดที่จะนำเสนอ คสช.เพื่อนำไปสู่ความเรียบร้อยทาง คสช.ก็เปิดโอกาสให้เข้ามาพูดคุย ในส่วนของวิทยุชุมชนยังมีบางส่วนที่ทำไม่ถูกกฎหมายก็จะต้องไปทำให้ถูกกฎหมายถึงจะให้มีการกระจายเสียงได้

              นอกจากนี้ คสช.ยังได้มีการประชุม 7 กลุ่มงาน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในส่วนที่บริหารจัดการระดับสูง ได้เข้าร่วมประชุม ให้ทุกส่วนได้ชี้แจงการทำงานของตัวเองว่าการทำงานสองวันที่ผ่านมามีการขับเคลื่อนไปอย่างไรบ้าง เวลา 10.00 น. กำหนดแนวทางด้านเศรษฐกิจ เวลา 14.00 น.ภาคธุรกิจ ทั้ง ผู้ประกอบการค้า และน้ำมันเชื้อเพลิง กรมขนส่งทางบก กระทรวงคมคมนา ส่วนภาคธุรกิจญี่ปุ่นจะเข้าพบ หัวหน้า คสช.และผู้บริหารสื่อสิ่งพิมพ์ และ เวลา16.00 น. การปฏิบัติงานของ คสช.จะหารือกับ เลขาธิการ คสช. เป็นประธานการประชุม สำหรับกลุ่มที่ต่อต้านการรัฐประหารนั้น ทาง คสช. ได้มอบนโยบายในระดับพื้นที่ ว่าให้ทำความเข้าใจและติดตามและยึดหลักการใช้กฎหมาย และให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจใช้มาตรการเบา และ เข้มข้นผสมผสานเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยให้มากที่สุด สำหรับยอดรวมที่มารายงานอยู่ที่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์

 
             พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ส่วนที่ มีจับกุมอาวุธสงครามได้จำนวนมาก ซึ่งยังคงจะต้องดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ  เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังนั้นอยากขอให้ประชาชนทุกภาคส่วน หลีกเลี่ยงการใช้ชุมนุมประท้วงต่อต้าน เพราะในขณะนี้ กระบวนการประชาธิปไตย ทำไม่ได้เป็นปกติ
 
             "คสช.มิได้มุ่งหวังทำเพื่อประโยชน์ผู้หนึ่งผู้ใด แต่เพื่อคืนความสุขให้คนไทยทุกคน  และจะนำไปสู่การสร้างความมั่นใจ ในเสถียรภาพ จากต่างประเทศเพื่อเดินหน้าต่อไป รวมทั้ง ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่พลเรือนตำรวจทหารทุกคน ได้อดทนเสียสละและยอมรับในหลักการ   การขจัดข้อขัดแย้งของประเทศ อาจมีผลกระทบต่อองค์กรอยู่บ้าง ต้องร่วมมือช่วยกันต่อไป  มิฉะนั้นเราจะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว ทุกคนไม่มีความสุข
 
             พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ผู้ที่อาศัยโซเชียลมีเดีย ในการยุยงปลุกปั่น ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อใครเลย   ขอให้สื่อลดหรือระวังการพูดจา วิพากษ์วิจารณ์ ให้ร้ายทุกพวกทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทั้ง พลเรือน ตำรวจ ทหารให้เสียหายโดยเด็ดขาด